Eakka
Jul 28 2005, 06:24 PM
Chapter 1
ลมที่กำลังหวีดหวิวไล่ไปตามใบไม้เล็กใหญ่รอบๆตัวเมือง เปรียบเสียงร้องของฤดูใบไม้ร่วงที่กำลังจะมาเยือน
คลื่นที่พุ่งเข้ากระทบหาดทรายเป็นจังหวะและค่อยๆถอยกลับไปนั้นทำให้จิตใจของเด็กหนุ่มผู้นึงที่กำลังเฝ้าดูเงี่ยบสงบ
ตาสีน้ำตาลเข้มของเค้าเหม่อลอยผ่านผืนน้ำไปจนสุดขอบฟ้า
พระอาทิตย์ดวงโตค่อยๆเคลื่อนผ่านเวลาจนมาหยุดอยู่ตรงหน้า
เสียงเอี๊ยดของล้อจักรยานสีกับพื้นปูนหยุดอยู่ใกล้ๆ
"วิน... ทำอะไรอยู่นะ"สุ้มเสียงฟังดูอบอุ่นที่คุ้นหูดังขึ้นข้างหลัง
ดวงตาที่เหม่อลอยค่อยๆหันกลับมามองเจ้าของเสียง
แสงอาทิตย์สีส้มสาดส่องให้เห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มนั่นอย่างชัดเจน
"โทอิ"เด็กหนุ่มที่ชื่อวินตอบรับ
"โอ้.... ไม่ได้เจอกันนาน"โทอิกระโดดลงจากจักรยาน และเขี่ยขาตั้งลงมา
"อืม........"วินหันหน้ากลับไปมองทะเลอีกครั้ง
ท่าทีที่แปลกไปของเพื่อนสนิทคนนี้ทำให้โทอิแปลกใจ
ดูสงบลงเยอะ ตั้งแต่ปิดเทอมหน้าร้อนมานี่
โทอิก้มลงเก็บก้อนหินเล็กๆ ก่อนขว้างสุดแรงเกิดออกไปยังพื้นน้ำข้างหน้า แล้วก็หายเข้าไปในเกลียวคลื่น
"มีอะไรหนักใจรึไง...."โทอิทิ้งตัวนั่งลงข้างๆเพื่อนรัก
"เปล่า..."วินยังคงเหม่อลอยออกไป
ลมทะเลที่พัดสวนเข้ามาทำให้ผมของทั้งคู่ปลิวไสว และสะท้อนไปด้วยแสงสีส้ม
"อาทิตย์หน้าก็เปิดเทอมแล้วเนอะ"โทอิตบฝ่ามือลงบนไหล่คนข้างๆ แต่มือนั่นกับลงไปกระแทกกพื้นแทน
"ชั้นกลับก่อนนะ"วินพูดแล้วก็ค่อยๆเดินห่างออกไปเรื่อยๆ
"เฮ้ย... วิน วันนี้แกดูแปลกๆไปนะ"โทอิตะโกนไล่หลัง
วินยังคงเดินต่อไปไม่พูดอะไร
"วิน... ถ้ามีอะไรก็คุยกันได้นะ"โทอิตะโกนซ้ำไปอีกที
กำปั้นของเพื่อนสนิทที่กำลังห่างออกไปชูขึ้นฟ้า เป็นนัยๆว่าตกลง แล้วร่างของวินก็หายเข้าไปในซอย
"เฮ้อ...."โทอิถอนหายใจยาว ก่อนที่จะปล่อยตัวให้ลู่ไปกับสายลมที่พัดพากลิ่นเกลือจางๆเข้ามา
เวลาเดียวกันนั้น ห่างออกไปอีกฝากนึงของโลก
"องค์หญิงมิเรย์... ทรงคิดดีแล้วหรือเพค่ะ"เสียงของผู้ที่กำลังเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าใบโตดังขึ้น
"อืม.. ไทร่า เราคิดดีแล้วละ เสด็จพ่อก็ทรงอนุญาติแล้วด้วย ชั้นจะออกเดินทางซักระยะ"ผู้ที่สูงศักดิ์กว่าตอบ
"ถ้าเป็นเช่นนั้นกระหม่อมก็คงจะเหงาหน้าดู"ไทร่าจ้องมองเสื้อผ้าที่กำลังเก็บลงไปอย่างเศร้าสร้อย
"ไม่นานนักเราก็จะกลับมาไทร่า ไม่ต้องเป็นห่วงไป"ดวงตาสีแดงเอ่อด้วยน้ำตาน้อยๆ
"แล้วเสด็จพี่ละเพค่ะ พระองค์ทรงทราบรึยัง"
"ท่านพี่ธนาเราจะเป็นคนบอกเอง พรุ่งนี้ก่อนออกเดินทาง..."เสียงนั้นเต็มไปด้วยความโศกยิ่งนัก.....
และเช่นเดียวกัน ในตัวเมืองที่พลุกพล่านแห่งหนึ่ง
"พี่!!! จัดของรึยัง พรุ่งนี้ต้องไปแล้วน้าาาาา"เสียงใสๆของเด็กหญิงดังขึ้นลั่นบ้าน
"โอย... มากิ จะตะโกนทำไม พูดเบาๆก็ได้ พี่ได้ยิน"พี่ชายตอบ มีสีหน้ารำคาญไม่น้อย
"ไม่ต้องมาว่าโน่นว่านี่เลย พี่ไมกิ รีบๆจัดของเร็วๆเข้า"น้องสาวตัวแสบยังตะโกนเสียงดังลั่นห้องต่อไป
"ไมกิ มากิ ลงมาข้างล่างหน่อย"เสี้ยงทุ้มหนักของผู้เป็นพ่อดังมาจากข้างล่าง
พี่น้องคู่แสบก็ลงบันใดมาอย่างว่าง่าย
"ค่ะ คุณพ่อ"น้องสาวตอบชายวัยกลางคนตรงหน้า
"ลูกยังมีเวลาตัดสินใจนะ จะไม่ตามพ่อกับแม่ไปต่างประเทศก็ได้ แต่พ่ออยากให้ลูกคิดดูก่อน"
"คุณพ่อครับ ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมย้ายไปอยู่กับคุณย่า ผมจะพยายามไม่รบกวนท่านครับ"ไมกิตอบเสียงหนักแน่น
"ฮิฮิ พี่ไมกิไม่ไปเพราะกลัวฝรั่งนะสิ"มากิล้อเลียนพี่ชาย และแลบลิ้นใส่
"ยัยคนนี้"ไมกิเขกหัวน้องสาวตัวดี
"เฮ้อ... งั้นพ่อก็ไม่ขัดลูกนะ ถ้ามีอะไรเบอร์ติดต่อพ่อก็ฝากคุณย่าเค้าไว้แล้ว ดูแลน้องด้วยนะลูก"
มากิยิ้มแป้นให้พี่ชาย ก่อนจะค่อยๆวิ่งกึ่งกระโดดขึ้นบันไดไป
"ครับ คุณพ่อ ผมขอตัวไปเก็บของก่อนนะครับ"ไมกิค่อยๆเดินตามขึ้นไปอีกคน
กลับมาที่เมืองฟีเวอร์
ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเงียบสงบเหมือนเดิม พระอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าไปแล้ว
ชายหนุ่มที่ชื่อวินหลังจากเดินพ้นชายหาดมาแล้ว สองขาของเค้าก็พาร่างเดินไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย
จนมาถึงวงเวียนขนาดใหญ่ใจกลางเมือง หอนาฬิกายักษ์บอกเวลาเกือบ1ทุ่มตรงแล้ว
ร้านค้ารอบๆบางร้านยังคงเปิดไฟสว่างสไว บางร้านก็ปิดเงียบ
วินนั่งลงบนม้านั่งรอบๆวงเวียน
สายตาก็จับจ้องอยู่ที่หมู่ดาวเบื้องบน ลมที่พัดโชยเบาๆทำใบไม้บริเวณนั้นสั่นไหว
วินกอดอกตัวเองแน่น ก่อนที่เสียงลูกกรงหน้าร้านค้าจะดังขึ้นใกล้ๆ
"ฤดูใบไม้ร่วง..."วินพึมพำกับตัวเองเบาๆ
"เอ้า"
ถุงกระดาษอุ่นๆใบนึงตกลงบนตักของวิน
"เอ๋..."วินก้มลงมองถุงบนตักก่อนมองหาเจ้าของเสียง
"อร่อยนะ"เจ้าของเสียงนั่งลงข้างๆวิน ก่อนที่จะเปิดถุงของตัวเองและหยิบขนมข้างในออกมากิน
"ครับ..."วินก็เริ่มกินเหมือนกัน ทั้งคู่นั่งมองดาวบนฟ้าไปอย่างเงียบๆ
"มานั่งทำอะไรคนเดียวแถวนี้ละ แฟนทิ้งหรือไง"เสียงของบุคคลข้างๆสะกิดวินให้สำลักขนมออกมา
"กินช้าๆสิ เดี๋ยวก็สำลักหรอก เอ... สำลักไปแล้วสิเนอะ"เสียงหัวเราะเบาๆทำให้วินยิ่งแปลกใจกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆ
ผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มเห็นได้ชัดด้วยเสาไฟใกล้ๆ แต่ยังเห็นหน้าไม่ชัดเพราะเงา
"อร่อยใช่ไม่มั๊ย ชั้นทำงานพิเศษอยู่ที่ร้านนี้ละ จะซื้อไปฝากแฟนก็มาซื้อที่นี่นะ"
วินสำลักซ้ำอีกรอบ
"เอาละ"เจ้าของเสียงปัดเศษขนมบนตักออก ก่อนที่จะลุกขึ้นยืน
"ชั้นกลับบ้านก่อนละ ดูแลตัวเองดีๆละ ดึกแล้วอย่าไปเถลไถลที่ไหนนะ"เจ้าของเสียงค่อยๆห่างออกไปช้าๆ
"ด..เดี๋ยวครับ.."วินลุกขึ้นตาม
"เอ๋.... อยากรู้ชื่อชั้นหรอ.. นิ่ม เพื่อนๆชั้นเรียกอย่างนี้ ม.ปลายปี2โรงเรียนมัธยมฟีเวอร์"
ภาพใบหน้าของบุคคลที่ดูไม่ออกว่าชายหรือหญิงตรงหน้าสว่างขึ้นด้วยแสงไฟ
เป็นคนที่สวยที่สุดเท่าที่วินจะเคยเห็น ผู้หญิงสิ ถ้าเป็นเช่นนั้น
"เอ่อ.... ขอบคุณสำหรับขนมครับ"
"อื้อ ไม่เป็นไร"แล้วร่างสูงโปร่งก็ค่อยๆจางหายไปในความมืด
ดาวบนฟากฟ้ายังคงแข่งกันส่องแสงระยิบระยับ
เสียงคลื่นกระทบหาดและเสียงใบไม้กระทบกัน ถึงเวลาเปลี่ยนฤดูแล้ว......
Chapter 2
ถนนที่เงียบสงบ ทอดยาวไปจนถึงเชิงเขาด้านตะวันออกของเมือง
ไม่มีวี่แววของรถที่จะผ่านไปมาซักคัน
โทอิค่อยๆขี่จักรยานผ่านถนนเส้นนั้นเพื่อไปยังศาลเจ้าเชิงเขา และหวังว่าจะได้พบอะไรดีๆในวันนี้
ระหว่างทาง แดดอ่อนๆที่สะท้อนผ่านก้อนเมฆลงมาชวนให้รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก
กึ่งกลางทางจากตัวเมืองและศาลเจ้าจะเป็นทางแยกไปยังสถานนีรถไฟ
โทอิมองเห็นใครบางคนกำลังเดินมาตามทางเรื่อยๆ โดยมีกระเป๋าลากตามหลังมา
โทอิหยีตามองผ่านแสงแดดเพื่อที่จะได้มองเห็นได้ชัดขึ้น
"ผู้หญิง?"โทอิหลุดปากออกมาเบาๆ แม้จะเห็นได้ไม่ชัดนัก แต่ก็พอจะรู้แน่ว่าเป็นหญิงด้วยผมดำยาวสลวยและเครื่องแต่งกายที่เป็นกระโปรง
จักรยานหยุดลงตรงทางแยก ชายหนุ่มจอดจักรยานไว้ข้างทางและทิ้งตัวลงนั่ง
เมฆค่อยๆเคลื่อนเข้าปิดดวงอาทิตย์ เป็นลางบอกว่าอีกไม่นานนักฝนจะตก
โทอิชำเลืองมองเมฆเบื้องบน
"เมื่อเช้ายังอากาศดีอยู่ แท้ๆ รีบไปดีกว่า"
ว่าแล้วโทอิก็กระโดดขึ้นคร่อมจักรยานแล้วก็ปั่นออกไปทันที
แต่ทางที่โทอิไปกลับไม่ใช่ศาลเจ้า เป็นทางที่แยกออกไปสถานีรถไฟ
เพียงชั่วครู่ โทอิก็มาถึงตัวหญิงสาว ถึงกระนั้นหญิงสาวก็มิได้สังเกตุเห็นคนที่กำลังเข้ามาใกล้
สิ่งที่สะกิดใจโทอิให้หยุดมองระยะใกล้เพียงไม่กี่ก้าวนั้นคือดวงตาสีแดงคู่โตนั่น
โทอิเคยเห็นชาวต่างชาติมาก็มากที่มาเที่ยวยังเมืองนี้ เพียงแต่ดวงตาสีแดงนั้นเค้ายังไม่เคยเห็นเลยซักครั้ง
ชุดที่ดูแปลกตานั่นก็เช่นกัน กระโปรงยาวสีขาวสะอาดจีบชาย กับเสื้อแขนยาวสีเนื้อคลุมด้วยผ้าคลุมบางๆสีน้ำตาลทับอีกชั้น
เธอชำเลืองหางตามองชายหนุ่มตรงหน้า แต่ก็ยังคงเดินต่อไปอย่างช้าๆ
เสียงล้อพลาสติกลากไปกับพื้นปูนอย่างช้าๆ
"ขอโทษครับ คือฝนจะตกแล้ว กระเป๋าใบนั้นให้ผมช่วยถือมั๊ยครับ"โทอิเสนอตัวเข้าช่วย
นัยตาคู่สวยของเธอจ้องมองโทอิสลับกับเมฆบนฟ้า
"กรุณาด้วยค่ะ"เสียงหวานไพเราะเหมือนกับนางฟ้านั่นทำให้โทอิชะงัก
"ค่ะ..."เธอเอียงใบหน้าน้อยๆของเธอ
"ค..ครับ ยินดีครับ"โทอิทิ้งจักรยานคันเก่งไว้ขางทาง และเข้าไปถือกระเป๋าให้เธอ
เสียงฟ้าร้องดังครืนขึ้นเบาๆในทันที
"ผมว่าไปหลบที่ศาลเจ้าก่อนจะดีกว่า"โทอิเร่งฝีเท้าของเค้านำขึ้นหน้าไป โดยมีหญิงสาวเดินตามมา
ฝนเริ่มเทลงมาน้อยๆ โทอิรีบเร่งฝีเท้ามากขึ้นจนมาถึงประตูศาลเจ้าที่เป็นศาลาขึ้นมาและมีที่นั่ง ด้านหลังศาลาเป็นบันใดทอดยาวขึ้นไป
โทอิเช็ดหน้าเข้ากับแขนเสื้อ แล้ววางกระเป๋าลงบนพื้นใกล้ๆ
หญิงสาวนัยตาสีแดงนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับชายหนุ่ม
เสียงรองเท้ากระทบบันใดหินลงมาเป็นจังหวะเรียกความสนใจของโทอิให้หันไปมอง
วินในสภาพเปียกปอนนิดหน่อย ก้าวเข้ามาในศาลา
"เมื่อกี้ยังอากาศดีอยู่แท้ๆ"วินพึมพำเบาๆพลางลูบผมที่เปียกน้ำฝน
"ว่าไง..."โทอิทักทาย
วินก้าวช้าๆมานั่งลงข้างๆเพื่อนสนิท
ไม่มีบทสนทนาต่อของทั้ง2คน มีเพียงเสียงฝนที่หนักขึ้นเรื่อยๆ ดูไม่มีท่าทีจะหยุดง่ายๆ
วินเหลือบสายตาไปสบเข้ากับดวงตาคู่สวยสีแดงฝั่งตรงข้าม
หญิงสาวยิ้มให้อย่างเป็นมิตร แต่วินกลับหลบสายตาหันไปมองทางอื่นแทน
"เพื่อนหรือค่ะ"เสียงของหญิงสาวดังแผ่วๆผ่านสายฝนมาถึงทั้ง2
"ครับ..."โทอิตอบ
"ยินดีที่ได้รู้จักนะค่ะ"หญิงสาวทักทายและส่งยิ้มให้
แต่วินกับเมินเฉยแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นไม่ได้ยิน
เสียงพื้นรองเท้ากระทบกับพื้นที่นองไปด้วยน้ำฝนดังใกล้เข้ามา
เงารางๆที่มองผ่านสายฝนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เสียงลมและฝนยังคงอื้ออึงไปทั่วบริเวณ
"พี่ เข้าไปหลบในนั้นก่อนเถอะ"เสียงเจื้อยแจ้วดังลอดเข้ามาในศาลา
ซักพักเงาที่ว่าก็ปรากฏให้เห็นชายหนุ่มคนนึง และเด็กสาวอีกคน สภาพเปียกปอนและร่มในมือพังยับเพราะแรงลมจนดูไม่ได้
สายฟ้าผ่าแลบลงบนที่ราบไกลๆส่องแสงสว่างวาบ และตามมาด้วยเสียงดัง
พาลทำให้สาวน้อยร่างเล็กที่พึ่งเข้ามากระโดดกอดคนข้างๆ
"ตกใจหมดเลย"สิ้นเสียงฟ้าร้อง เด็กสาวก็ผละตัวออกจากพี่ชายและเดินเข้ามากลางศาลา
มองดูคนที่อยู่ทางซ้ายทางขวา แล้วก็เดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามวินและโทอิ พลางกวักมือเรียกพี่ชายให้เดินไปนั่งด้วย
กระเป๋าใบโต2ใบที่คนพี่แบกอยู่ถูกวางลงข้างๆเก้าอี้
"ย้ายมาอยู่ใหม่หรอครับ"โทอิถามตามมารยาทชาวเมือง
"ค่ะ พึ่งมาถึงเมื่อกี้นี้เอง แล้วพี่ชายด้วยหรอค่ะ"เสียงแก่นแก้วของคนน้องดังขึ้นตอบ
โทอิก้มมองกระเป๋าใบโตที่ตนถือมาข้างๆตัว
"เปล่าครับ แค่ช่วยคุณผู้หญิงถือชั่วคราว"โทอิตอบ
เด็กสาวชะเง้อมองใบหน้าของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วก็ค่อยๆกระเถิบตัวเข้าใกล้
"พี่สาวคนนี้สวยจังเลยนะค่ะ"คำชมนั้นทำให้เจ้าตัวหน้าแดงขึ้นมาหน่อย
"ขอบคุณค่ะ"ผู้ถูกชมกล่าว
"พี่สาวชื่ออะไรหรอค่ะ หนูชื่อมากิ พึ่งย้ายเข้าเมืองมาวันนี้เอง"มากิกระเถิบตัวเข้าไปใกล้หญิงสาวข้างๆ
"มิเรย์ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะค่ะ"เธอตอบ
"เอ.... ตาของพี่สาวสีสวยจัง"มากิจ้องเข้าไปในดวงตาของคนตรงหน้า
"เป็นแบบนี้ตั้งแต่เกิดแล้วค่ะ"มิเรย์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ดูภูมิใจกับดวงตาของตน
"แล้วพี่ชายฝั่งโน้นละค่ะ"มากิตะโกนข้ามศาลามา
"โทอิครับ ยินดีทีได้รู้จักเช่นกันครับ"โทอิตะโกนผ่านสายฝนไปยังฝั่งตรงข้าม
วินยังคงนั่งเงียบ เพียงแค่มองออกไปที่สายฝนข้องนอกเท่านั้น
เสียงฟ้าผ่ายังลงมาเป็นระลอก ฝนก็ยังคงตกแบบไม่ลืมหูลืมตา
"น่าเบื่อจังเลย"มากิบ่นพึมพำอยู่กับตัวเอง พลางมองเม็ดฝนหยดเล็กๆนับไม่ถ้วนตกลงกระแทกพื้น
เวลาผ่านไปร่วม30นาที ฝนจึงได้ซาลงบ้าง แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่เห็นแสงตะวันอยู่ดี
"วิน เดี๋ยววิ่งไปเอาจักรยานก่อน รออยู่นี่นะ"โทอิชี้ไปที่ถนนข้างนอก
"อือ...."วินพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ แล้วโทอิก็วิ่งฝ่าสายฝนออกไป
"อากาศดีนะค่ะ"หญิงสาวฝั่งตรงข้ามเปิดฉากการสนทนา
วินทำหน้าประหลาดๆแต่ก็ตอบกลับไป
"อากาศดี.... สงสัยถ้าเรียกว่าฝนตกคงจะมีเฮอร์ริเคนเข้าใช่มั๊ยครับ"วินพูดติดตลก แต่ฝ่ายตรงข้ามไม่ตลกด้วย
"ที่ประเทศฝั่งอารยันมีหิมะตกหนักตลอดปีค่ะ ดิชั้นพึ่งเคยเห็นฝนตกหนักขนาดนี้เป็นครั้งแรก"
สีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวของเธอทำให้วินยิ้มออกมานิดๆ
หิมะตกตลอดปี ประเทศอยู่ในขั้วโลกเหนือรึไงนะ และประเทศฝั่งอารยันนี่มันอยู่ตรงไหนละ
"เป็นชาวต่างชาติหรอครับ"วินถามหญิงสาวนัยตาสีแดง
"จะเรียกอย่างนั้นก็ถูกค่ะ"เจ้าตัวตอบ
"แล้วมาทำอะไรในเมืองที่สุดแสนน่าเบื่ออย่างนี้ละครับ"วินทิ้งตัวให้ลงไปพิงกับพนักข้างหลัง
"น่าเบื่อหรือค่ะ ดิชั้นว่าไม่นะค่ะ ที่นี่ออกจะงดงาม ดังเช่นในตอนนี้..."มิเรย์พยักหน้าไปทางด้านหลังของวิน
วินชำเลืองตาออกไปมอง แน่นอน สิ่งงดงามหลังฝนที่ว่านั่นคือรุ้งกินน้ำสีสวยสดที่กำลังทอประกายอยู่บนฟ้า
"โห.... สวยจังเลย"มากิที่วิ่งมาเกาะอยู่บนเก้าอี้ข้างๆวินกำลังตื่นตาตื่นใจกับปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยงามตรงหน้า
โทอิเข็นจักรยานคันโปรดเข้ามาในศาลาตรงเวลากับที่ฝนซาลงจนหยุดสนิท
"วิน.... ผมชื่อวิน"ชายหนุ่มนัยตาสีน้ำตาลพูดออกมาเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่ก็เรียกรอยยิ้มจากมิเรย์ได้
"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณวิน"
Chapter 3
รองเท้าผ้าใบ ที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำขังบนถนนมาตั้งแต่เมื่อกี้ กำลังพาเจ้าของตนก้าวอย่างช้าๆในถนนที่ตรงไปสู่เมือง
แสงแดดอุ่นๆที่ส่องลงมากระทบแผ่นหลังนั้นให้ความรู้สึกถึงเวลาช่วงก่อน11โมงเป็นอย่างดี
คู่พี่น้องขอแยกตัวไปตรงทางเข้าเมือง เพราะต้องไปทางถนนที่พาไปสู่ทิศเหนือของเมือง
"ไมกิ... มากิ... พี่น้องชื่อคล้ายแต่นิสัยไม่คล้ายเลยนะ"โทอิกระซิบกับวิน
"งั้นชั้นขอตัวก่อนนะ"วินตัดบทและพยายามแยกตัวออกจากโทอิ
"มีธุระหรือค่ะ"หญิงสาวชาวต่างชาติเอ่ยถาม
"ก็...ไม่มีหรอกครับ"วินตอบเบาๆ
"งั้นก็ไปด้วยกันก่อนสิค่ะ"คำชวนที่ไม่อาจจะขัดได้ ทำให้วินและโทอิต้องเดินตามกันต่อไปอย่างเงียบๆ
"ไม่ทราบว่าย้ายเข้ามาอยู่ที่ไหนหรอครับ"โทอิถาม เพราะมือที่ลากกระเป๋าใบหนักผ่านน้ำฝนที่นองพื้นของเค้าเริ่มปวดขึ้นมา
"เอ.."หญิงสาวล้วงกระดาษสีขาวใบเล็กๆจากกระเป๋าขึ้นมาพินิจดู
"123/4 เวสโคสต์"มิเรย์อ่านข้อความบนกระดาษนั่น
"ริมชายฝั่ง ต้องเดินตัดตัวเมือง..."โทอิทบทวน และรู้ว่าเค้าต้องพาเจ้ากระเป๋าใบนี้ไปอีกไกล
ทั้งหมดหยุดพักที่บริเวณวงเวียนใจกลางเมือง
ดูท่าหญิงสาวของเราจะตื่นตาตื่นใจกับผู้คนที่ออกมาจับจ่ายซื้อของรอบๆ และร้านค้าที่เรียงรายอยู่เป็นแถว
"กินอะไรรึเปล่า"เป็นครั้งแรกที่วินเริ่มพูดก่อน
"ได้ก็ดี"โทอิกุมข้อมมือที่เริ่มปวดแปล๊บๆมาตั้งแต่เมื่อกี้
"กาแฟ... ได้มั๊ยค่ะ"มิเรย์เสนอ
วินกวาดตามองไปรอบๆวงเวียนเพื่อมองหาสิ่งที่ถูกเสนอมา แล้วก็ไปสะดุดเข้ากับร้านค้าแห่งหนึ่ง
-Jhileaf- ช่างเป็นชื่อร้านที่แปลกประหลาดเสียจนไม่รู้จะออกเสียงว่าอะไร
มองผ่านกระจกใสหน้าร้านเข้าไปก็มองเห็นขนมเค้ก คุ้กกี้ และอื่นๆเรียงรายอยู่ในตู้กระจกอีกที
"ได้ครับ.. เดี๋ยวผมไปซื้อมาให้"วินพยักหน้าน้อยๆก่อนออกเดินนำไปตรงที่ตนหมายตาไว้
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังเป็นสัญญานบอกว่ามีลูกค้ามาแล้ว
"ยินดีต้อนรับค่ะ"เสียงของพนักงานกล่าว
วินก้มดูขนมในตู้กระจก มองดูเค้กต่างๆเรียงรายกันดูน่ากิน
"เอาสตรอเบอร์รี่ช็อตเค้ก3ชิ้นครับ แล้วขอกาแฟ3แก้ว"พูดจบวินก็ล้วงลงในกระเป๋าเพื่อหยิบเงิน
"วิน....."เสียงเรียกที่ฟังดูแปลกใจดังขึ้นใกล้ๆ
วินรับเงินทอนและหันมาดูต้นเสียงที่เอ่ยชื่อของเค้าออกมา
"ทราย....."เงินทอนที่รับมาเป็นเศษเหรียญหล่นกระจายลงบนพื้นตรงหน้า
วินคว้าถุงเค้ก และกาแฟที่พนักงานร้านยื่นมาให้แล้ววิ่งออกไปจากร้านทันที.....
วินวิ่งมาจนถึงจุดที่โทอิและมิเรย์นั่งคุยกันอยู่ ถ้วยกาแฟกับเค้กถูกวางลงใกล้ๆ
"เอ้า.."วินนั่งลงข้างๆพร้อมกับเสียงหอบหายใจอ่อนๆ
"โทอิ ขอโทษที ชั้นขอกลับก่อน"วินลุกขึ้นแล้ววิ่งหายเข้าไปในซอยใกล้ๆ
"วิน เดี๋ยวก่อนสิ... เป็นอะไรไป"โทอิพยายามตะโกนไล่หลัง แต่ดูเหมือนเสียงจะไปไม่ถึงเพื่อนสนิทซะแล้ว
ลมหายใจเริ่มปั่นป่วนไม่เป็นจังหวะ วินยืนเท้าแขนกับกำแพงเตี้ยๆที่ล้อมแม่น้ำสายเดียวของเมืองนี้ไม่ให้เอ่อล้นขึ้นมา
สายลมอ่อนๆปะทะเข้ากับใบหน้า ท้องฟ้าสีคราม แสงแดดสะท้อนกับผิวน้ำที่กำลังไหลอย่างรวดเร็วเพื่อระบายน้ำฝนเมื่อครู่
ช่างเป็นสิ่งสวยงามที่น่าเบื่อเพราะดูจนชินตาไปซะทุกอย่าง
"โว้ย..."วินตะโกนเสียงดังพร้อมระบายอารมณ์ด้วยการเอามือทุบลงบนสันกำแพง
สายตาของเค้าเหม่อลอยตามไปกะกระแสน้ำอีกครั้ง พลางนึกถึงวันนั้น วันที่เริ่มต้นหน้าร้อนของปีนี้.............
เสียงตะโกนเซ็งแซ่ของนักเรียนชั้นม.ปลายที่กำลังสนุกสนานกับวันปิดภาคเรียนชั้น
"วินๆ"เสียงของโทอิตะโกนเรียกมาแต่ไกล
"เออ ว่าไง"วินที่กำลังดื่มน้ำผลไม้อยู่ข้างกำแพงโรงเรียนตอบ
"วันนี้จะไปเที่ยวกันมั๊ย ไปกันทุกคนเลยในห้องเรา สนใจรึเปล่า"โทอิชักชวน
"ทุกคน?...... พวกผู้หญิงด้วยหรอ"
"ใช่ๆ รวมทั้งทรายด้วย นายจะไปรึเปล่า"โทอิมีสีหน้ากระตือรือร้นที่จะชวนเพื่อนคนนี้
"ไปสิ ไปแน่ๆ"วินโยนกระป๋องน้ำผลไม้ทิ้งลงถังขยะใกล้ๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นเดินตามโทอิไป
เพื่อนๆในห้องที่มีอยู่เกือบ30คนรออยู่แล้วที่หน้าประตูโรงเรียน
แล้วเวลาแห่งความสนุกสนานก็เริ่มขึ้น
สถานที่ๆวัยรุ่นมักจะไปรวมตัวคือบริเวณวงเวียนใจกลางเมือง
ร้านช็อปปิ้งต่างๆไปจนถึงร้านอาหาร กลุ่มนักเรียนชั้นม.ปลายปี1ห้องBกำลังสนุกสนานกันในร้านอาหารเล็กๆ
"ป้า ขอไอนี่เพิ่มหน่อย"โทอิที่กำลังเคี้ยวอาหารอยู่เต็มปากตะโกนสั่ง
"ใจเย็นๆก็ได้ เดี๋ยวก็จุกตายหรอก"เพื่อนร่วมโต๊ะคนนึงพูด
บรรยากาศในร้านที่มีแต่เพื่อนร่วมห้องเดียวกันกำลังสนุกสนานอย่างเต็มที่นั้น เสียงโทรศัพท์เล็กๆก็ดังขึ้น
"ฮัลโหล... ค่ะ... จะรีบกลับเดี๋ยวนี้ละค่ะ"เสียงของหญิงสาวที่พูดผ่านโทรศัพท์นั้นดูจะต้องจากไปซะแล้ว
"ทราย... จะกลับแล้วหรอ"เพื่อนหญิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถาม
"อื้อ พอดีที่บ้านกำลังมีงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณพ่อพอดี ขอโทษนะ"สิ้นเสียงขอโทษ ทรายก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากร้านไปเงียบๆ
ผู้ที่สังเกตุเห็นมีเพียงวินและเพื่อน2-3คนเท่านั้น
"โทอิ..."
"หือ..."โทอิที่มีอาหารเต็มปากตอบ
"เดี๋ยวชั้นมา"วินพูดจบก็ลุกขึ้นแล้วเดินหายออกไปนอกร้านเช่นกัน
เสียงรองเท้านักเรียนหนังส้นแข็งกระทบกับพื้นถนน ส่งเสียงก้องกังวาลได้อย่างน่าประหลาดในยามเย็นเช่นนี้
"ทราย.... จะไปแล้วหรอ"วินเรียกหญิงสาวที่เดินนำอยู่ข้างหน้าให้หันกลับมามอง
"วิน... อื้อ เดี๋ยวต้องรีบกลับไปงานวันเกิดคุณพ่อนะ"ทรายยิ้มให้
"คือว่า..."วินเดินเข้าใกล้หญิงสาวตรงหน้าอีกนิดนึง
"ค่ะ?"หญิงสาวดูจะไม่ได้รับรู้บรรยากาศในตอนนี้เลย
"ทราย.... วินรู้จักทรายมา1ปีเต็มแล้ว... วันนั้นตั้งแต่เปิดเรียนวันแรกวินก็มองทรายมาตลอด...."เสียงของชายหนุ่มสั่นเครือไปด้วยความประหม่า
"เอ๋?....."
"ทราย... จะคบกับวินได้มั๊ย? วินรักทรายนะ"คำพูดที่หลุดปากออกไปก้องกังวาลสะท้อนกับหมู่ตึกรอบๆ
ความเงียบในช่วงไม่กี่วินาทีสำหรับวินแล้ว มันช่างยาวนานเหมือนกับผ่านไปเป็นปีเลยทีเดียว
ทรายยิ้มขึ้นน้อยๆในความเงียบสงบนั่น
"ขอบคุณนะ...วิน แล้วก็.... ขอโทษด้วย"สิ้นเสียงคำพูด ทรายก็รีบวิ่งหายออกไปจากตรงนั้น
ทิ้งไว้เพียงเสียงฝีเท้าของเธอที่กำลังจางหายไปอย่างช้าๆ............
Chapter 4
ชุดนักเรียนที่นอนนิ่งอยู่ในตู้เสื้อผ้าถูกหยิบออกมาจัดเรียงไว้บนเตียง
เสียงน้ำจากฝักบัวดังขึ้นในตอนเช้าตรู่ของวันนึงในต้นฤดูใบไม้ร่วง
เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด กางเกขายาวสีเทา และสูทสีเทามีตราโรงเรียนฟีเวอร์อยู่ที่ปกเสื้อช้างซ้าย
ขนมปังปิ้ง1แผ่นถูกหยิบใส่ปากอย่างเร่งรีบ ก่อนที่เจ้าตัวจะพุ่งทะยานผ่านประตูบ้านออกไป
เช้าวันเปิดเทอมวันแรกของโรงเรียนฟีเวอร์ช่างดูวุ่นวายในช่วงเวลาก่อนที่กระดิ่งโรงเรียนจะดัง
วินวิ่งผ่านซอยเล็กๆจากบ้านมุ่งตรงไปยังวงเวียนใหญ่กลางเมือง และเข้าซอยที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเพื่อตรงไปยังโรงเรียน
เวลาอีก5นาทีเค้าจะสายแล้ว คิดได้ดังนั้นขาทั้ง2ข้างของเค้าก็รีบเร่งความเร็วขึ้นไปอีก
นักเรียนชายและหญิงที่ต่างพากันวิ่งกรูเข้าซอยเดียวกันเพื่อไปให้ถึงโรงเรียนทันเวลา
วินลากประตูห้องเรียนชั้น 2-B ของเค้าเปิดออก
"เซฟ...."โทอิที่นั่งถัดจากประตูไป2-3โต๊ะเอ่ย
เสียงลมหายใจหอบของวินและ2-3คนที่ตามหลังมาดังผ่านประตูเข้ามาเรื่อยๆ
"วันแรกก็เกือบสายซะแล้ว นายต้องรีบหัดตื่นให้เช้ากว่านี้รู้รึเปล่า"โทอิแซว
"รู้แล้วน่า"วินกระแทกกระเป๋าสะพายของเค้าลงบนโต๊ะ แล้วก็ทิ้งตัวลงบนที่นั่งว่างข้างๆโทอิ
"กริ๊ง....."เสียงออดเข้าเรียนดังขึ้นพอดี
นักเรียนที่ยืนจับกลุ่มคุยกันอยู่ตามโต๊ะรอบๆเริ่มทะยอยกันกลับเข้าที่นั่งตัวเอง ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด
เสียงก้าวเดินหนักๆมาตามทางเดินทำให้นักเรียนทั้งชั้นจดจ่ออยู่กับการมาถึงของอาจารย์
เสียงนั้นหยุดอยู่ที่หน้าประตู และตามมาด้วยเสียงเปิดประตูบานเลื่อนไม้
อาจารย์ชายดูท่าทางสูงวัย ใส่แว่นกรอบทองและสูทสีน้ำตาลแก่ ค่อยๆก้าวเข้ามาในชั้นช้าๆ
แต่การมาของเค้ากับเรียกเสียงฮือฮาของเด็กนักเรียนในชั้นได้
เพราะนักเรียนก2คนที่เดินตามหลังมา
"เงียบหน่อย...."เสียงทุ้มหนักของอาจารย์กับมือที่ยกขึ้นปรามเรียกความเงียบสงบกลับมาอีกครั้ง
"ชั้น..เป็นอาจารย์ประจำชั้นของพวกเธอ ปี2ห้องB เรียกชั้นว่าอาจารย์บอยก็ได้"บทสนทนาถูกเว้นช่วงเพื่อรับเสียงปรบมือจากนักเรียนในห้อง
"และ นักเรียนใหม่2คนที่จะมาเพิ่มเติมในห้องเรา..."อาจารย์บอยพยักหน้าน้อยๆเป็นการเชื้อเชิญ
"ยินดีทีได้รู้จักค่ะ มิเรย์ค่ะ"คำแนะนำตัวของสาวน้อยที่มีนัยตาสีประหลาดนั่น เรียกเสียงฮือฮาของนักเรียนชายทั้งชั้นได้
"นายรู้เรื่องที่เธอจะมาเข้าที่นี่ใช่มั๊ย"วินกระซิบกับโทอิ
"อือ... แต่ไม่รู้ว่าจะได้อยู่ห้องเดียวกัน และอีกคนนึงด้วย"โทอิจ้องมองไปที่นักเรียนอีกคนที่ยังไม่ได้แนะนำตัว
"เงียบก่อน..."อาจารย์บอยปรามนักเรียนในชั้น
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมไมกิ จะมาอยู่รวมกับทุกคนในห้อง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ"สีหน้าเคร่งขรึมของชายหนุ่มผู้นี้ดูจะทำคะแนนฝั่งนักเรียนหญิงไปไม่น้อย
"พวกเธอสองคนเลือกที่นั่งตามสะดวกเลยนะ"อาจารย์ยื่นมือไปทางที่นั่งว่าง2-3ตัวที่เหลือในห้อง
มิเรย์เลือกนั่งตรงข้างหน้าต่าง ด้านข้างของเธอเป็นผู้หญิงที่วินรู้จักดีกว่าใคร ทราย...
ส่วนไมกิเลือกนั่งตรงด้านหลังห้อง
และ เสียงออดสุดท้ายของวันก็ดังขึ้น
วินเดินมาตามระเบียงชั้น2ของตึกเพื่อไปลงบันใดที่อยู่สุดปลายด้านทิศตะวันตกของตัวตึก
"ไปหาอะไรกินกันก่อนกลับมั๊ย"โทอิวิ่งเข้ามาตบบ่าซ้าย
และเพื่อนอีก2คนที่ตามมาคือมิเรย์และไมกิ สมาชิกให่ของห้องเรียนและของเมืองนี้
"นายเลี้ยงนะ"วินพูด แต่ยังคงทำสีหน้าเฉยชา
"เฮ้ย ล้อกันเล่นแบบนี้ไม่ขำนะนะเพื่อน"แม้จะขัดกับคำพูดแต่โทอิก็ยังมีสีหน้าร่าเริง ทำให้วินหลุดยิ้มออกมาน้อยๆ
"เออ ชั้นเลี้ยงเอง"คำพูดของวินทำให้โทอิหันไปมองหน้าเพื่อนทั้ง2คนที่ตามมาอย่างเหรอหรา
"ผีเข้าแหงๆ"โทอิกระซิบกับไมกิและมิเรย์
ที่วงเวียนใจกลางเมืองเช่นเคย และร้านเดียวกันกับเมื่อวันก่อน -Jhileaf-
เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังขึ้นเรียกความสนใจของพนักงานในร้านกับลูกค้าที่เข้ามาใหม่
"สตรอเบอร์รี่ช็อตเค้กร้านนี้อร่อยมากเลยนะค่ะ"มิเรย์พูด
"ดีใจที่ได้ยินแบบนั้นนะคุณหนู"พนักงานของร้านตอบกลับ ทำเอามิเรย์หน้าแดงน้อยๆ
เสียงคุ้นหูของพนักงานทำให้วินต้องหันไปดู
"ไง หนุ่มหล่อ พาแฟนมาซะด้วย"ชายหรือหญิงคนเดียวกับที่ส่งขนมให้วินในคืนวันนั้น
"คุณนิ่ม..."วินเรียกชื่อ
"แหมๆ ไม่ต้องเรียกอย่างนั้นก็ได้ มันฟังแล้วเขินนะ"นิ่มลูบหัวตัวเอง
"คนรู้จักหรอ"โทอิถาม สายตาจ้องมองไปยังพนักงานของร้าน
"ครับ ไม่ทราบว่าวันนี้จะรับอะไรดี ขอแนะนำเป็นสตรอเบอรร์รี่ช็อตเค้กของโปรดคุณหนูหน้าตาน่ารักคนนั้น พึ่งอบเสร็จใหม่ๆเลยนะครับ
และวันนี้พึ่งมีเมล็ดกาแฟล็อตใหม่เข้ามาจากในเมือง รับรองรสชาติถูกปาก ในชาที่สั่งตรงมาจากยุโรปก็เช่นกัน
ไม่ทราบว่าท่านทั้ง4จะสนใจรับอะไรดีครับ..."
"สตรอเบอร์รี่ช็อตเค้ก"มิเรย์พูด ดูมีสีหน้าตื่นเต้นกับการได้ลิ้มรสของโปรดอีกครั้ง
"ชูครีม ชา..."ไมกิพูดเสียงเย็นชา ขนมในตู้ที่เรียงรายดูน่าทานนั่นไม่ได้เรียกให้เค้าสนใจซักอย่าง
"ครับๆ แล้วคุณผู้ชาย2ท่านนี้ละครับ"นิ่มจดออเดอร์ลงบนกระดาษแผ่นเล็กที่ดึงมาจากข้างเอว
"ผู้ชาย...."วินพึมพำ
"สวย...."โทอิต่อประโยค
"เอ๋?"นิ่มเงยหน้ามองเจ้าของคำพูดทั้ง2
"ก็ผู้ชายสิครับ"นิ่มยิ้มระรื่น และตอบกลับแบบไม่มีสีหน้าแปลกใจ
"คุ้กกี้กับกาแฟ"วินละความสนใจ หันกลับมานั่งลงบนเก้าอี้กลมตัวจิ๋ว
แต่สายตาของโทอิยังมองอยู่ที่ใบหน้าของชายหนุ่มหน้าสวยที่ชื่อก็สวยไปด้วย
"เฮ้... เป็นอะไรไป อย่าบอกว่านายจะหลงรักผู้ชายนะ"วินแซว ในมือก็ขยับไม้จิ้มฟันไปมา
"ชั้นว่าหน้าคุ้นๆ แต่ก็สวยจริงๆ"โทอิพูดออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย
"ขอบคุณครับ แล้วไม่ทราบว่าจะรับอะไรดี"นิ่มเคาะปากกากับปึกกระดาษในมือ
"กาแฟ แค่กาแฟครับ"ในที่สุดโทอิก็ละสายตากลับมานั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆวิน
ซักพัก พนักงานชายคนเดียวของร้านก็มาเสริฟขนมและเครื่องดื่มให้กับลูกค้าโต๊ะเดียวของร้าน
"เชิญครับ"
ไมกิรีบยื่นมมือมาคว้าชาของตัวเองจากถาดไปยกดื่ม
หลังจากทยอยวางขนมและเครื่องดื่มลงบนโต๊ะหมดแล้ว วินก็สังเกตุถ้วยกาแฟกับเค้กอีกชิ้นที่ไม่ได้สั่งเพิ่มมาบนโต๊ะ
"คือว่า...."ไม่ทันจะสิ้นเสียงของวิน
พนักงานชายก็โยนถาดเหล็กกลมไว้บนโต๊ะข้างๆก่อนลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงร่วมโต๊ะเดียวกัน
สายตาของคนในโต๊ะมารวมกันที่นิ่มแต่เพียงผู้เดียว
"เอ้าเชิญๆ ไม่ต้องเกรงใจไป"นิ่มลงมือทานเค้กตรงหน้าตน
"เพี้ยน..."ไมกิพูดเบาแทบจะกระซิบแล้วก็ลงมือดื่มชาในมือตนเองต่อ
"เพี้ยอะไรกัน แค่รุ่นพี่มาทักทายน้องๆแค่นี้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนี่เนอะ"นิ่มยัดเค้กคำใหญ่ลงไปในปาก
"รุ่นพี่"เสียงประสานจากปากวินและโทอิ
"ช่ายๆ แล้วน้องๆเปิดเรียนวันแรกเป้นยังไงกันบ้าง"นิ่มยิ้มหน้าบาน
"วิน..."โทอิกระซิบ
"อะไร..."
"ชั้นว่าชั้นจำได้แล้ว"
"จำอะไร"
"จำมนุษย์ร้อยคะแนนเต็มช่วงชั้นปีที่2เมื่อปี่ที่แล้วได้มั๊ย"โทอิลดเสียงให้เบากว่าเดิม
"เออ...."
นิ่มมองทั้ง2อย่างแปลกใจก่อนที่จะยกกาแฟขึ้นดื่ม
"แหมๆ เรียกผมซะประหลาดเชียว... มนุษย์ร้อยคะแนนอะไรกัน"ดูเหมือนหูที่ดีเกินกว่ามนุษย์ยิ่งสร้างความประหลาดใจให้เพิ่มขึ้น
"ร้อยคะแนน"มิเรย์พูด
"อื้อ คนเดียวและคนแรกของโรงเรียนเราที่ทำทุกวิชาในช่วงชั้นปีที่2ได้ร้อยคะแนนเต็ม"วินสาธยายบุคคลตรงหน้า
"แถมยังหูดีเป็นบ้าอีกตางหาก"ไมกิพูดเสียงปกติแล้ว
"และก็ยังสวยกว่าผู้หญิงจริงซะอีก"คำพูดของโทอิเปลี่ยนสายตาของทุกคนกลับมาที่เค้าซะแล้ว
นิ่มยังยิ้มหน้าบานรับคำชมที่ดูจะผิดมนุษย์ไปซักหน่อยนั้นอย่างเต็มใจ
"แหมๆ ปากหวานกันจริง งั้นมื้อนี่พี่เลี้ยงเอง"
Chapter 5
"เฮ้ย!!"เสียงตะโกนลั่นของวินที่กำลังมองนาฬิกาทำให้สะเทือ
Buffo
Jul 28 2005, 06:28 PM
เห็นมาแปะนึกว่ามาแล้วซะอีก
/me เขี่ยพื้นรออีกคน
Scubawin
Jul 28 2005, 09:29 PM
-*- เจ้าตัวอู้ยังไม่มี = =
kamisama
Jul 29 2005, 09:36 PM
นึกว่าตอนใหม่ซะอีก =A=!!
/me นั่งจิ้มพื้นที่มุมห้อง irc คอยอันซัง เอาตอนใหม่มาลง = ="
UnJustice
Jul 29 2005, 09:41 PM
Chapter 9
แสงอาทิตย์อ่อนๆในยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านสีน้ำเงินเข้มเข้ามาเป็นแสงเรื่องรองบนพื้นห้อง
วินตื่นขึ้นมาพลางใช้มือปาดขี้ตาที่เกาะอยู่บริเวณขนตาออก
แต่ภาพที่เห็นยามตื่นนั้นชวนตกใจยิ่งนัก ร่างของสาวน้อยมีหูนางนึงนอนขดตัวอยู่ในผ้าห่ม และเกาะอยู่บนอกของเค้า บนเตียงเดียวกัน
วินแข็งเป็นหินไปซะแล้ว เพราะร่างของสาวน้อยในส่วนที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมา ไร้อาภรปิดป้อง
"ว้ากกกกกกกก!!!!"เสียงร้องตะโกนลั่นดังทะลุไป3-4บ้าน
นิ่มไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับเสียงตะโกนก้องของเจ้าของร่างที่เค้านอนทับอยู่เลย
มือก็พลางก่ายไปกอดเข้าที่เอวของวินซะแน่น
ไม่นานนักวินก็เรียกสติที่ลอยละล่องของเค้ากลับคืนมาได้
"รุ่นพี่ครับ ตื่นเถอะ เดี๋ยววันนี้ไปสายนะ"วินเขย่าตัวน้อยๆเป็นเชิงปลุก
"งืมๆ.... ขออีก5นาทีนะ...."รุ่นพี่ตัวดีพึมพำ แต่สองแขนกับกอดเอวของวินแน่นขึ้นไปอีก
ผ้าห่มค่อยๆล่วงหล่นจากที่ปิดบังทีละน้อย วินสะดุ้งสุดตัวเพราะช่วงล่างนั้นไม่ได้ต่างจากช่วงบนเลย
วินหลับตาปี๋ พยายามไม่มองสิ่งที่ยั่วยุเค้าตรงหน้าให้ได้
แต่แรงของชายหนุ่มอย่างวินกลับสู้สาวน้อยประหลาดตรงหน้าไม่ได้ พยายามเท่าไรมือของนิมก็ยังคงกอดแนบแน่นอยู่
"โอ๊ยย..... รุ่นพี่ จะสายจริงๆแล้วนะครับ"วินที่ยังหลับตาตะโกนกรอกหู
แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยน นิ่มยังคงนอนหลับสนิทอยู่
วินพยายามลุกขึ้นจากเตียง เผื่อที่จะแกะเจ้าคนตรงหน้าออกได้
30นาทีต่อมา เป้นเวลาเกือบ8โมงเช้า
"ไงละรุ่นพี่ ปลุกแล้วไม่ยอมตื่น จะสายแล้วเห็นมั๊ย"วินพูดพลางวิ่งไปตามเส้นทางประจำทุกวันเรื่อยๆ
"แหมๆ ขอโทษที นอนเพลินไปหน่อย แถมวันนี้วันเสาร์ด้วย"นิ่มพูดแก้ตัวน้ำขุ่นๆ
"แล้วขอถามหน่อยเถอะครับ ไม่ใส่ชุดนอนให้มันดี ทั้งที่เตรียมเอาไว้ให้แล้ว"วินยังฉุนเรื่องเมื่อเช้าไม่หาย
"ก็มันร้อนนี่...."นิ่มพูดพลางลูบหูประหลาดของตัวเอง
ทั้งคู่วิ่งจนมาถึงหน้าโรงเรียน วันนี้แม้จะเป็นวันหยุดสุดสัปดา แต่นักเรียนเกือบทุกคนก็มากันเพื่อเตรียมงานประจำปี
พ้นเวลาเข้าเรียนไปเรียบร้อย ตอนนี้นักเรียนทุกคนยืนรวมตัวกันอยู่กลางสนามเพื่อฟังอาจารย์ใหญ่กล่าวอะไรเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับงานและกฏระเบียบ
"วิน นายว่าสภาพนี้ชั้นจะเข้าไปได้หรอ"นิ่มชำเลืองมองสีผมของตนเองและถอนหายใจ
"หน้าอกก็พันผ้าเอาไว้แล้ว เสียงรุ่นพี่ก็ดัดๆเอาหน่อยนะครับ บอกว่าเป็นหวัดก็ได้ เหลือปัญหาที่สีผมและหู..."
"เข้าไปอย่างนี้ไม่ได้นะวิน ถ้ามีคนเห็นหูชั้นละก็ มีปัญหาแน่ๆ"
วินเงียบไปชั่วครู่ เพื่อคิดไอเดียใหม่ๆที่จะซ่อนผมสีท่องแสบตาและหูที่ดูประหลาดแน่ๆ
"รุ่นพี่ ผมมีไอเดียดีแล้วๆ ตามมาเถอะครับ"วินจับมือของนิ่มไว้แล้วเดินเข้าไปในโรงเรียน
ทำเอานิ่มรู้สึกหน้าร้อนผ่าวอย่างประหลาด
ทั้งคู่เดินผ่านประตูโรงเรียนเข้ามา และมีการปล่อยแถวพอดี
สายตาของนักเรียนอื่นๆรอบตัวมองมาที่ทั้งคู่อย่างสนใจ แต่จุดที่สายตาจับจ้องมากที่สุดคือหูบนหัว
นิ่มและวินรีบจ้ำผ่านฝูงนักเรียนตามทางเดินเพื่อไปถึงห้องให้เร็วที่สุด
"ไงวิน อรุณสวัสดิ์ครับรุ่นพี่.... เอ๋?"โทอิทักทายบริเวณหน้าห้องเรียน
"อย่าพึ่งถาม เดี๋ยวชั้นอธิบายเอง"วินรีบลากนิ่มก้ามผ่านประตูเข้าห้องเรียนไป
แน่นอน สายตาทุกคู่ในห้องก็จับจ้องไปที่หูและผมสีทองของเจ้ารุ่นพี่คณะกรรมการนักเรียนประจำห้อง
"ฟังๆ ทุกคนฟังทางนี้หน่อย..."วินประกาศอยู่ที่หน้าห้อง
"ร้านกาแฟของเราได้ตัวมาสคอตประจำแล้ว โดยรับเชิญรุ่นพี่นิ่ม มาเป็นตัวแสดง"
ความเงียบยังคงปกคลุมทั้งห้องอยู่ ไม่มีใครพูดอะไรแม้แต่แอะเดียว
"ว่าไง"วินกำชับ
"โอ้ว.... ไอเดียไม่เลว"เสียงของไมกิดังมาจากหลังห้อง
"เห็นด้วยๆ"นักเรียนคนอื่นในห้องเริ่มออกเสียงพูดคุยจ๊อกแจ๊กกันไปเรื่อย
นิ่มยังยืนค้างหน้าแดงเป็นผลสตรอเบอร์รี่สุกอยู่หน้าห้อง
"งั้นตกลงตามนี้"วินผละตัวออก แล้วเดินเข้าไปนั่งประจำที่โดยมีโทอิตามมานั่งข้างๆ
"ลงทุนไปย้อมมาเลยหรอ หูนั่นเหมือนของจริงชะมัด"โทอิแซว
"เออ กว่าจะทำเสร็จต้องแลกไปด้วยชีวิตลูกผู้ชายเลยละ"วินบ่น
"หา?......"
วันเตรียมการผ่านพ้นไปจนถึงช่วงพักเที่ยง
รุ่นพี่ตัวดียังนั่งอยู่ในห้องฟังเสียงจ๊อกแจ๊กของรุ่นน้องปี2ห้องBที่รายล้อมอยู่รอบตัวพูดคุยกัน
"รุ่นพี่ค่ะ ไปย้อมมาเลยหรอค่ะ"นักเรียนหญิงคนนึงกล่าว
"ลงทุนจังนะครับ แล้วหูนี่ก็ทำเหมือนจริงจังเลย"นักเรียนชายอีกคนพูดจบก็ยื่นมือเข้าไปจะสัมพัสหู
"เอาละๆ ไม่ใช่ของโชว์นะ ขอยืมตัวรุ่นพี่ไปก่อนละกัน"วินฉุดมือของนิ่มออกมาจากวงล้อม
"โห่ วิน... เล่นเอาตัวรุ่นพี่ไว้คนเดียวแบบนี้ไม่ยุติธรรมเลย"นักเรียนหญิงคนเดิมบ่น
"เออ"วินไม่ต่อปากต่อคำด้วย ได้แต่ลากรุ่นพี่สุดป๊อปปูล่าคนนี้ออกจากห้องไป
ที่เดิม และที่เดียวที่ไม่ค่อยมีคนมารายล้อมอยู่รอบๆคือบริเวณต้นไม้ใหญ่หลังโรงยิม
เพื่อนฝูงกลุ่มเดิมได้แต่นั่งกินข้าวเงียบๆอยู่รอบตัว
"รุ่นพี่ไม่หิวหรอค่ะ"มากิทัก เพราะอาหารกล่องของเธอในมือนิ่มดูไม่ได้พร่องไปเลยแม้แต่น้อย
"จ๊ะ... มากิจัง วันนี้ผมไม่ค่อยหิวเท่าไหร่"นิ่มพูดจบก็ส่งกล่องข้าวคืนเจ้าของ
"วิน....."ไมกิพูด
"อะไร"
"หูนั่นของจริงใช่มั๊ย"คำถามนี้ทำให้วินสำลักข้าวออกมาน้อยๆ
"เฮ้ยๆ... จะไปจริงได้ยังไง"วินรีบแก้ตัว
"เออ... ชั้นแค่ถามเล่นๆเท่านั้นละ"ไมกิก้มหน้าก้มตากินข้าวของตัวเองต่อไป
เมื่อวินชำเลืองมองไปสบตากับมิเรย์ เธอกลับหลบสายตาไม่เหมือนกับทุกที
ดูวินไม่ค่อยสบอารมณ์กับสถานการในตอนนี้เท่าไหร่
"อิ่มแล้วครับ"วินวางกล่องข้าวลงในถุงของมากิ
ออดประกาศสิ้นวันจัดเตรียมงานของโรงเรียนดังขึ้น
วินปาดเหงื่อที่เกาะอยู่บนหน้าผากของเค้าออก เพราะงานไม้ที่เป็นโต๊ะและเก้าอี้หนักไม่ใช่เล่น
แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี ทุกอย่างที่คาดการไว้เสร็จครบหมดตามแผน
"โอย..... เหนื่อยจริงๆ"โทอิคราง
นิ่มกลายเป็นดาวป๊อปประจำห้องไปแล้ว เพราะช่วงหลังเที่ยงมานี่มีนักเรียนห้องอื่นมาดูเจ้าตัวไม่ขาดสาย
"วันนี้ชั้นขอตัวกลับก่อนเลยละกัน พรุ่งนี้ก็ต้องรีบมาแต่เช้า"วินหยิบกระเป๋าขึ้นสะพาย แล้วเดินไปหารุ่นพี่ที่มีสาวน้อย2คนจากห้องอื่นมาคุยด้วยอยู่
"ขอโทษทีๆ วันนี้รุ่นพี่ของเราขอตัวก่อนแล้วนะ"วินจับมือนิ่มอีกครั้ง พลางลากผ่านประตูห้องและระเบียงทางเดินออกไป
ตอนนี้เป็นเวลาประมาณ5โมงเย็น พระอาทิตย์เริ่มเอนไปสู่ปลายสุดของขอบฟ้า
ทั้งคู่เดินกันเงียบๆผ่านประตูโรงเรียนออกไปโดยไม่แคร์สายตาใคร
"วิน..."นิ่มเรียกชื่อเค้าเบาๆ
"ครับ"วินตอบ
"ชั้นยังไม่อยากกลับตอนนี้ ไปที่หาดกันก่อนได้มั๊ย"เสียงของนิ่มดูสั่นไหวอย่างไรชอบกลจนวินรู้สึกได้
"ครับ ได้ครับ"วินเปลี่ยนเส้นทางไปทางทิศตะวันตกของเมืองที่เป็นชายฝั่ง
และทั้งคู่ก็นั่งลงบริเวณที่เดียวกันในเมื่อคืนวาน ที่ทั้งคู่ได้มาพบกันในสภาพนี้ครั้งแรก
นิ่มนั่งเงียบ ดวงตาเหม่อลอยออกไปยังแสงสีส้มจ้าที่ดูราวกับจะเผาผลาญทุกสิ่ง
"ผมจะไปซื้อกาแฟนะครับ รุ่นพี่รออยู่ตรงนี้ก่อน"วินทิ้งกระเป๋าลงบนพื้น
แต่ นิ่มกลับคว้าชายเสื้อของวินไว้
วินค่อยๆรับรู้สถานะการและนั่งลงอย่างช้าๆ
มือที่กำแน่นอยู่ที่ชายเสื้อสั่นระริก เสียงสะอื้นให้น้อยๆของรุ่นพี่ในร่างผู้หญิงดูช่างน่าเวทนาเสียเหลือเกิน
"วิน..."เสียงของนิ่มสั่นเครือ
"ถ้าชั้นเป็นอย่างนี้ไปตลอด ถ้าชั้นไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมละ"นิ่มพูด น้ำตาหยดใสๆไหลลงบนสันของเขื่อนเตี้ยๆ
"วิน... ชั้นจะทำยังไง!!"นิ่มตะโกนสุดเสียง พลางโผเข้ากอดเพื่อนคนเดียวที่เคียงข้างอยู่ในตอนนี้
น้ำตาเปื้อนลงบนเสื้อเชิ้ตสีขาวของวิน
เสียงร้องให้อย่างกับจะเป้นจะตายดังอยู่เนืองๆ วินได้แต่ลูบหลังรุ่นพี่ช้าๆ ไม่รู้จะทำการปลอบใจอย่างไรดี
"ไม่เป็นไรครับ รุ่นพี่ต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้แน่"คำพูดปลอบใจที่ไม่ได้เข้าหูคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อยหลุดปากออกมา
ในที่สุด ดวงอาทิตย์เกือบจะลับขอบฟ้าแล้วในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
นิ่มก็เงยหน้าขึ้นจากเสื้อของวิน ดวงตาของทั้งคู่ประสานกัน
น้ำตาที่เอ่อล้นอยู่บริเวณขอบตาที่แดงก่ำ กับอีกคู่นึงเป็นสายตาที่อ่อนโยนคอยปลอบประโลม
ใบหน้าที่ถูกย้อมฉานด้วยสีส้มช่างดูงดงามไม่มีรอยขีดข่วนใดๆ
นื่มค่อยๆยื่นหน้าเข้าหาวินช้าๆ.................
และจนสุดท้ายที่ริ้มฝีปากของทั้งคู่ประสานกัน ร่างของทั้ง2ริมชายฝั่งทะเลที่มีคลื่นถาโถม ถูกย้อมไปด้วยสีส้มแดงจากดวงอาทิตย์
ดูราวกับไร้การเคลื่อนไหวใดๆ เวลาทั้งโลกได้หยุดหมุนลงเพียงที่ริมฝีปากบางและอ่อนนุ่มของหญิงสาว
ทันใดที่นิ่มถอนปากออกมาประสานสายตากันได้ชั่วอึดใจ
ดวงอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าแล้ว
ปาฏิหารที่ราวกับจะโกหก ร่างของนิ่มมีแสงเรืองรองขึ้นตามเรือนผม ใบหน้า และร่างกาย
แสงนั้นสว่างจ้าขึ้นราวกับจะลุกไหม้ และในที่สุดกลุ่มแสงนั้นก็ระเบิดออกไปรอบๆกลายเป็นเหมือนหิงห้อยน้อยๆล้อมรอบทั้ง2อยู่
เรือนผมที่เคยเป็นสีทองสว่างไสวกลับกลายเป็นสีดำ
หู2ข้างที่เคยเด่นอยู่บนหัวหายไปแล้วด้วย
ทั้งนิ่มและวินกับตะลึงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"รุ่นพี่... กลับเป็นเหมือนเดิมแล้ว..."วินเอ่ยเสียงแผ่วเบา
"อ...อื้อ"นิ่มลองคลำไปที่หน้าอกของตนเอง ซึ่งตอนนี้แบนราบเรียบกลับไปเป้นของผู้ชายอย่างเก่า
และในสุดท้าย รุ่นพี่ที่กลับเป็นเหมือเดินในร่างของชายหนุ่มก็กระโดดกอดรุ่นน้องสุดที่รักตรงหน้าอย่างแนบแน่น
ได้ลงซะที โฮๆๆๆ - -
เซ็นเซอร์โหมดสรุปตัดทิ้งนะครับ เพราะเจ้าตัวมะหวาย หงิงๆ - -
digichan
Jul 30 2005, 02:04 AM
สนุกดีมาไวๆนะ
Azeroth
Jul 31 2005, 12:54 AM
นิมถูกจับฉีดไวรัส C แหงๆ
Scubawin
Jul 31 2005, 10:54 PM
ว้า อยากอ่าน เซ็นเซอร์ วุ้ย = =
Getchu
Aug 1 2005, 08:35 PM
ซึ้งแบบอ๊วกๆ ==''
Scubawin
Aug 5 2005, 01:41 PM
เมือใหล่จาเอาตอนต่อไปมาลงที่นี่อ้า >_<
Eakka
Aug 6 2005, 06:45 PM
ตอบเมื่อ: Mon Aug 01, 2005 5:53 pm เรื่อง:
--------------------------------------------------------------------------------
Chapter 10
ปกติ........... ทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนสู่ปกติสุข วินตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้าหลังเสียงนาฬิกาปลุก
เป็นเวลา7โมงเช้า ที่แสงแดดส่องรำไรผ่านหน้าต่างเข้ามากระทบกับดวงตาที่ดูง่วงงุน
วินเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนักเรียนและหยิบเสื้อคลุมก่อนที่จะเดินหยองๆลงมาที่ห้องรับแขกบริเวณบ้าน
"ไอวิน ทำไมวันนี้ตื่นเช้าได้นะ"เสียงแม่ของวินดูแปลกใจ
"อื้อ..."วินหยิบขนมปังปิ้ง2แผ่น ยัดแผ่นนึงเข้าปาก แล้วก็เดินออกไปจากบ้านอย่างเงียบๆ
เช้าวันนี้อากาศดีกว่าที่คาดไว้ ท้องฟ้าโปร่ง แดดอ่อนๆส่องได้อย่างเต็มที่ มีเมฆก้อนเล็กๆลอยอยู่เบื้องบน
แต่อากาศช่างหนาวเหน็บเป็นปกติในช่วงฤดูไปไม้ร่วง ต้นไม้รอบๆเมืองที่เคยเขียวขจี ตอนนี้เหลือแต่ใบสีน้ำตาลอ่อนๆเท่านั้น
วินกระชับเสื้อคลุมของเค้าให้แน่นขึ้น เพราะลมหนาวที่พัดผ่านไปมาอย่างไม่ยอมหยุดนั้นช่างทรมาณเสียเหลือเกิน
วินเดินไปตามถนนที่ว่างเปล่า เสียงรองเท้าดังกึกก้องกระทบกับกำแพงรอบตัว
จนมาถึงถนนเส้นที่เป็ทางไปสู่โรงเรียน
วินยัดขนมปังชิ้นสุดท้ายเข้าปาก ก่อนที่จะเริ่มเดินต่อ
"รุ่นพี่ค่ะ"เสียงเล็กๆจากหญิงสาวดังขึ้นข้างหลัง
"มากิ.... แล้วไมกิละ"วินถามเจ้าของเสียงที่ดังขึ้นด้านหลัง
"พี่ชายเค้าจะตามมาทีหลังค่ะ หนูเลยออกมาก่อน"มากิรีบก้าวยาวๆขึ้นมาเดินข้างวิน
วินไม่ได้สนใจเท่าไหร่ ทั้งคู่ได้แต่เดินข้างกันไปเงียบๆ
เวลาเกือบ7โมงครึ่ง ป้ายหน้างานประตูโรงเรียนตั้งเด่นสวยงามลอยอยู่เหนือทางเข้า
"งั้นหนูขอตัวก่อนนะค่ะ"มากิโบกมือลาน้อยๆ ก่อนที่จะวิ่งหายไปตรงประตูทางเข้าของปี1
วินเปิดประตูเข้าห้องเรียน ที่ตอนนี้ถูกตกแต่งไว้เป็นร้านกาแฟเรียบร้อยแล้ว
"เฮ้ย..... ชั้นตาฝาดไปรึเปล่า"โทอิแซวผ่านเคาท์เตอร์บาร์ออกมา
"เออ แล้วมีอะไรให้ชั้นช่วยบ้างละ"
"เสริฟ... แค่นั้น ง่ายๆ แล้วเปลี่ยนกะตอนเที่ยง หลังจากนั้นก็ว่างแล้ว"โทอิพูด
ในช่วงเวลาก่อน8โมงเช้าที่การออกร้านประจำห้องจะเปิดขึ้น ช่างดูวุ่นวายเหมือนอยู่ในเมืองใหญ่ก็ว่าได้
นักเรียนในห้อง วิ่งวุ่นเตรียมของกันตามคำสั่งของรุ่นพี่ตัวดีที่ตอนนี้ผมกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว
"เสียดายชะมัด นึกว่าจะได้เห็นรุ่นพี่ในชุดเมดซะอีก"โทอิบ่น
"ช่วยไม่ได้ มันแล้วแต่ความสมัครใจนี่หว่า"วินช่วยจัดแก้วกาแฟออกจากลัง
แล้วเสียงประกาศจากห้องกระจายเสียงของโรงเรียนก็ดังขึ้นเป็นสัญญานเปิดงาน
ด้านน้อกของระเบียงดูวุ่นวาย มีนักเรียนจากชั้นปี1-3และครูอาจารย์ร่วมด้วย
นักเรียนหญิงคนนึงกำลังป่าวประกาศเกี่ยวกับร้านกาแฟของห้องอยู่ที่หน้าร้าน
"วิน โทอิ เป็นไง สวยมั๊ย?"ทรายและมิเรย์ในชุดเมดยืนอยู่เบื้องหน้าทั้ง2
มิเรย์ดูจะอายๆกับชุดที่"ต้องใส่"เพราะถูกนิ่มบังคับ เพื่อเป็นตัวเรียกลูกค้า
"ครับ.... สวยมากเลย คุณมิเรย์...."โทอิชมออกไปทันที
"แหม.. โทอิ ชมมิเรย์คนเดียวเลยนะ แล้วทรายละ ว่าไง"ทรายหมุนตัวเองรอบนึงเพื่อที่จะแสดงชุดทั้งหมดให้ชายหนุ่มทั้ง2ดู
"เฮ้ย.."โทอิกระซิบ พลางใช้ศอกกระทุ้งเอวเพื่อนชายข้างๆ
"เอ้อ..... เหมาะมากเลย"วินพูดเบาจนแทบไม่ได้ยินเพราะความเขิน
แต่ถึงกระนั้นทรายก็ยิ้มให้วิน
"เรื่องวันนั้นเธอคงลืมไปหมดแล้วสินะ"วินนึก แล้วถอนหายใจยาว
ลูกค้าเป็นกลุ่มนักเรียนชายหญิงคู่กันเริ่มทะยอยเข้ามา
"โต๊ะ3 วิน ยกไปเสริฟหน่อย"โทอิจัดแก้วกาแฟใส่ถาดแล้วยื่นให้วิน
วินรับแล้วยกไปเสริฟตามคำสั่ง
"ไง"ไมกิเดินสวนวินเข้ามาทักทาย
"นายมาสาย..."วินยกแก้วกาแฟวางบนโต๊ะพลางพูดไปด้วย
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาเถียงกัน ลูกค้าเริ่มทะยอยเข้ามาจนมือแทบจะไม่ว่าง
ส่วนใหญ่จะมาเป็นคู่ ถ้ามาเดี่ยวๆก็คงมาดูเจ้ารุ่นพี่คณะกรรมการนักเรียนที่มัวแต่นั่งคุยกับรุ่นน้องผู้หญิงไม่ยอมมาช่วยงาน
แล้วก็พวกผู้ชายที่มาดูมิเรย์ ดาวเด่นประจำห้องกันตาเป็นประกาย
เวลาผ่านไปเร็วจนแทบไม่หน้าเชื่อ ออดเที่ยงวันพร้อมเสียงประกาศจากห้องกระจายเสียงดังขึ้น
ประกาศเกี่ยวกับการแสดงที่จะมีในโรงยิมของโรงเรียน
วินและโทอินั่งพักหายใจอยู่หลังเคาท์เตอร์ มอบกะให้คนอื่นในห้องทำไปเรียบร้อยแล้ว
"คนเยอะเป็นบ้า"โทอิบ่นแผ่วๆ
"งาย... น้องๆ เหนื่อยกันมั๊ย"นิ่มนั่งกินขนมที่สาวๆรุ่นน้องเอามาฝากอย่างสบายอารมณ์
"รุ่นพี่เล่นไม่ทำอะไรเลยนี่ครับ"โทอิบ่นต่อ
"แหมๆ ก็อุตส่ารับลูกค้าสาวๆใจดีพวกนี้ตั้งเยอะ ว่าไม่ทำอะไรได้ยังไง"นิ่มโชวขนมที่ได้มารวมๆแล้วเป็น10อย่าง
"มิเรย์"วินตะโกนข้ามเคาท์เตอร์ไป
มิเรย์ที่คอยต้อนรับลูกค้าก็ผละตัวออกมา เล่นเอาลูกค้าหนุ่มๆหน้าบูดกันเป็นแถว
"ค่ะ?"
"มาเปลี่ยนกะ ถอดชุดที่ใส่อยู่นั่นออกมาหน่อย"วินพูด สายตามุ่งร้ายไปที่เจ้ารุ่นพี่ตัวดี
หลังจากลากนิ่มผ่านประตูเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านหลัง และกลับออกมาในชุดที่มิเรย์ใส่เมื่อกี้
"วินนนนน..... อย่าเล่นแบบนี้ซิ!!!"นิ่มในชุดเมดตะโกนลั่นร้าน
"เงียบๆหน่อยครับ รบกวนแขก"วินเอามืออุดปากเอาไว้
โทอิก็ผสมโรงด้วย โดยการยัดถาดกาแฟใส่มือ
"เอาไปเสริฟโต๊ะ7นะ รุ่นพี่"โทอิยิ้มอย่างเจ้าเล่ พลางปล่อยให้รุ่นพี่ชายในชุดหญิงทำงานไป
"ไปเที่ยวงานเถอะ หมดกะแล้วนี่"วินพูด
โทอิ และมิเรย์พยักหน้ารับน้อยๆ
"คุณทรายค่ะ ไปด้วยกันมั๊ย"มิเรย์เรียกทรายที่พึ่งเปลี่ยนชุดเสร็จพอดี
"ขอโทษนะ มิเรย์ วิน โทอิด้วย เดี๋ยวชั้นต้องไปแสดงละครนะ ขอโทษจริงๆ ตอนบ่ายโมงครึ่ง ตามไปดูด้วยนะ"ทรายขอตัวแยกออกไปจากห้อง
"งั้นเดี๋ยวจะตามไปดูนะ"โทอิตะโกนไล่หลังไป
"โทอิ ขอโทษที ชั้นไม่ชอบที่คนเยอะนะ ขอตัวไปพักละกัน พวกนายไปกันเองเถอะ"วินขอตัวแยกไปอีกคน
ตอนนี้คนยิ่งเนืองแน่นเพราะมีผู้ปกครองมาผสมโรงด้วย
วินแทรกตัวผ่านผู้คนไปจนสุดทางเดิน และลงบันไดไป ที่เดิม และที่เดียวที่ไม่มีคนมาอยู่คือด้านหลังโรงยิม ที่ประจำของพวกเค้า
แต่วันนี้กลับมีชายหนุ่มและหญิงสาวเป็นคู่ๆกระจายอยู่รอบต้นไม้ขนาดยักษ์ของโรงเรียน
วินถอนหายใจ และทิ้งตัวลงตรงมุมหนึ่งบริเวณนั้น
บรรยากาศช่างชวนอึดอัดอยู่ไม่น้อย เพราะชายหญิงที่กำลังจีบกันไปมาแบบไม่แคร์สายตาชาวบ้านชวนให้วินหงุดหงิดได้ไม่ยาก
วินจึงทิ้งตัวลงไปนอนมองท้องฟ้าแทน
ท้องฟ้าวันนี้....ท้องฟ้า.... สิ่งที่วินมองเห็นกลับไม่ใช่ท้องฟ้า แต่เป็นอะไรบางอย่างที่ทำให้ชวนรู้สึกไม่ดีเอาซะเลย
"ว้าย!!!!"เสียงกรี๊ดของหญิงสาวเรียกสายตาหลายคู่บริเวณนั้นให้หันมามอง
หญิงสาวผู้ยืนคร่อมพอดีกับช่วงสายตาของวินรีบปิดกระโปรงแล้วถอยห่างออกจากตรงนั้น
"รุ่นพี่ ลามก..."เสียงบ่นออดๆแอดๆที่ฟังแล้วชวนขำนั่นเป็นของมากิ ซึ่งกำลังมองวินตาเขียว
"อ๊ะ... มากิ ขอโทษที"วินยันตัวกลับขึ้นนั่งเหมือนเดิม
มากิค่อยๆกระเถิบเข้ามาแล้วนั่งลงข้างๆ
"เห็นรึเปล่า"มากิถาม
"ก็... เอ้อ....ไม่เห็นหรอก"วินตอบปัดๆไป
"จริงนะ"มากิทำหน้าบูดใส่วิน
"................................ สีชมพู........................."วินพูดเบาๆ
"ลามก"มากิทุบแขนของวินไป1ที
"ก็ไม่ได้ตั้งใจนี่..."วินลูบแขนตัวเอง เพราะเรี่ยวแรงของสาวน้อยคนนี้ไม่ได้น้อยตามตัว
"ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่"มากิทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ร้ายจริงนะเรา"วินทิ้งตัวลงนอนต่อ คราวนี้เค้าได้เห็นท้องฟ้าจริงๆแล้ว
"รุ่นพี่ไม่ไปเที่ยวงานหรอค่ะ"มากิค่อยๆเอนตัวลงนอนด้วยข้างๆ
"คนเยอะ อึดอัด ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่"วินตอบ แต่เปลือกตาของเค้าปิดไปแล้ว
"รุ่นพี่ค่ะ...."มากิถามด้วยเสียงค่อยกว่าเดิม
ไม่มีเสียงตอบ มีแต่เสียงหายใจช้าๆเท่านั้น
"รุ่นพี่?....."มากิเงยหน้ามองวินนิดนึง ไปแล้ว ชายหนุ่มของเราหลับไหลไปแล้วด้วยความรวดเร็ว
"อะไรกัน หลับไปแล้วหรอเนี่ย"มากิจิ้มไปที่แก้มของวินซึ่งตอนนี้หลับไปไม่รู้เรื่องแล้ว
มากิค่อยๆทิ้งหัวลงอีกครั้ง แต่คราวนี้ค่อยๆว่างลงบนไหล่ของวิน และกอดแขนวินต่างหมอนกอดซะเลย
เวลาผ่านไปราวๆ1ชั่วโมง วินก็ค่อยลืมตาขึ้นมา มองเห้นท้องฟ้าอันเดิมที่ยังลอยเด่นอยู่
แต่แขนเค้ารู้สึกหนักๆยังไงชอบกล วินจึงชำเลืองตามอง
สิ่งที่นอนกอดเค้าอยู่ข้างๆคือมากิ.....
"เฮ้ย...."วินอุทาน พยายามเขย่าตัวมากิเป็นเชิงปลุก
"มากิ... มากิ ตื่นเถอะ"วินพูด
"พี่ชาย....."มากิละเมอพูดออกมา ดวงตายังปิดอยู่ และน้ำตาหยดน้อยๆที่ไหลเปรอะอยู่บริเวณแก้ม
"เฮ้.... เป็นอะไรรึเปล่า"วินยันตัวขึ้นมา มากิดูจะรู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว
พลางลืมตาสลึมสลือเหมือนไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น
ดวงตาของเธอแดงก่ำ เหมือนผ่านการร้องให้มาจริงๆ
"อ้าว.. เอ๋..."มากิปาดน้ำตาที่นองอยู่บนหน้าออก แล้วรอยยิ้มสดใสที่ยื่นให้วินก็เข้ามาแทนที่
"ร้องให้หรอ"วินถามเสียงแผ่วเบา
"ป...เปล่าค่ะ แค่ฝันร้ายเท่านั้นเอง"มากิยังพยายามปาดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด
"ทะเลาะกับไมกิมาหรอ"วินยังถามต่อ
"ป...เปล่าค่ะ"มากิหันหน้าหลบเพื่อไม่ให้เห้นน้ำตาที่ยังไหลไม่หยุด
แต่แล้ว ร่างกายของมากิก็ทรุดลงไปกองอยู่บนพื้น ทำเอาวินรีบเข้าไปประคองแทบไม่ทัน
"เฮ้... มากิ เป็นอะไรไป"วินเขย่าตัวเธอ แต่ร่างของเธอกลับไม่เคลื่อนไหวอีกแล้ว
--------------------------------------------------------------------
Chapter 11
มากิค่อยๆเปิดเปลือกตาอันหนักอึ้งขึ้นช้าๆ แล้วก็พบว่าตัวเธอนั้นอยู่บนเตียง ในห้องพยาบาลที่มีเพดานสีขาวสะอาด
และกลิ่นยาฆ่าเชื้อแปลกๆเหมือนในโรงพยาบาล
"มากิ..."เสียงกระซิบเรียกชื่อเธอแผ่วเบาอยู่ที่ข้างเตียง
"นี่หนูเป็นลมไปอีกแล้วหรอค่ะ รุ่นพี่"มากิพูดเฉยๆยอมรับชะตากรรมที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
"หิวน้ำมั๊ย"วินหยิบยื่นแก้วพลาสติกที่มีน้ำอยู่เต็มส่งให้
มากิชันตัวขึ้นมาและรับน้ำแก้วนั้นไปดื่ม
"กี่โมงแล้วค่ะ หนูสลบไปนานแค่ไหน"มากิพูดก่อนค่อยๆดื่มน้ำผ่านลงคอไป
"เกือบบ่าย2แล้ว เธอสลบไปแค่ชั่วโมงเดียว"วินพูด
มากิสาดส่ายสายตาไปทั่วทั้งห้องพยาบาล มีเธอ วิน และอาจารย์ห้องพยาบาลที่นั่งออกไปอยู่ห่างๆเท่านั้น
"รุ่นพี่ยังไม่ได้บอกคนอื่นหรอค่ะ"
"เอ้อ.... จริงๆชั้นก็จะไปตามไมกิมาละ แต่ว่า...."วินมองไปที่มือขวาของตน ซึ่งมากิกำเอาไว้แน่น
"อ๊ะ... ขอโทษค่ะ"มากิรีบปล่อยมือออก ในมือของเธอร้อนและมีเหงื่อชุ่ม แสดงว่าจับมานานแล้ว
"ชั้นจะไปตามไมกินะ"วินพูดจบก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ข้างเตียง
"ด... เดี๋ยวค่ะ รุ่นพี่"มากิหยุดวินเอาไว้ได้ก่อนที่เค้าจะออกประตูห้องพยาบาลไป
"อย่าบอกเรื่องนี้ให้พี่ชายรู้ได้มั๊ยค่ะ"มากิพูดเสียงกระซิบ
"แต่..."
"ขอร้องละนะค่ะ!!"
"ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้มั๊ย"วินเริ่มสอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
มากิอ้ำอึ้งอยู่ครู่นึงก่อนจะเริ่มพูดเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมด
"หนู... เป็นโรคประหลาดค่ะ คืออยู่ดีๆจะหมดสติไปเฉยๆ ช่วงหลังนี้เห็ตว่าอาการเริ่มหายไปแล้ว แต่ก็มาเป็นอีกติดๆกันในช่วงไม่กี่วันมานี้"
"พี่ไมกิเลยเห็นว่า หนูควรจะไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ที่เมืองนอก เพื่อที่จะได้ให้แพทย์ที่เค้าเชี่ยวชาญรักษา"
"เธอไม่อยากไปงั้นสิ"วินจบประโยค
"ค่ะ......."มากิมีสีหน้าเซื่องซึมผิดกับมากิคนที่ร่าเริงแจ่มใสไปอย่างน่าเป็นห่วง
"ขอโทษด้วย... เรื่องนี้ชั้นคงช่วยไม่ได้"วินเอ่ย
"ค่ะ หนูรู้อยู่แล้วค่ะ........"มากิหลบสายตาคนตรงหน้า
"ถ้าเธอไม่อยากให้พี่เธอรู้ งั้นวันนี้ชั้นจะไปส่งที่บ้านก่อน"วินเสนอตัว
"จริงหรอค่ะ"มากิดูจะร่าเริงขึ้นมาเล็กน้อย
"อื้อ... ชั้นจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ก็แล้วกัน เธอเดินไหวมั๊ย"วินค่อยๆประคองมากิลงจากเตียง
แต่ดูขาเธอจะยืนได้ไม่ค่อยมั่นคงนัก
"เดินไหวมั๊ย?"
"หว...ไหวค่ะ..."ก้าวแต่ละก้าวของมากิที่ค่อยๆห่างจากเตียงพยาบาลมาช่างดูยากเย็นแสนเข็นเสียนี่กะไร
"เอ้า... ขี่หลังชั้นไปก็แล้วกัน"วินก้มตัวลงเพื่อให้มากิขึ้นมาบนหลังได้ถนัด
"ม... ไม่ดีกว่าค่ะ..."
"อย่าเรื่องมากน่า เดี๋ยวชั้นต้องรีบไปรีบกลับ ขึ้นมาเร็วๆ"
มากิชั่งใจอยู่ครู่นึง ก่อนที่จะทิ้งตัวลงบนแผ่นหลังของวิน
"เอ้า ฮึบ.."วินยกตัวเธอขึ้นลอยสูงจากพื้น
ผ่านระเบียงทางเดินชั้นล่างไปจนสุดประตูใหญ่ที่โผล่ออกไปสู่สนามหน้าโรงเรียน
มากิหน้าแดงแป๊ดเพราะสายตาจากคนอื่นที่จ้องมองมา
แต่เธอก็ถอนหายใจหลังจากพ้นประตูหน้าโรงเรียนมาแล้ว
"บ้านเธออยู่ทางเหนือใช่มั๊ย บอกทางด้วยละกัน"วินถาม
"ค่ะ เดี๋ยวเลี้ยวซ้ายเข้าทางลัดข้างหน้าด้วยค่ะ"
ผ่านตรอกซอกซอยที่ดูลึกลับของเมืองไปจนสุดถนนใหญ่ที่นำไปสู่ทิศเหนือ ผ่านตลาดปลาขนาดใหญ่แห่งเดียวของเมือง
ไปจนสุดปลายถนนเส้นหลักและเลี้ยวเข้าไปในตรอกเล็กๆแห่งนึง
"หลังนี้ค่ะ"มากิพูดขึ้นหน้าบ้านหลังหนึ่ง
วินกดออดที่ติดอยู่ตรงประตูหน้าบ้าน
"ไม่มีคนอยู่หรอกค่ะ คุณย่าท่านไปธุระในเมืองอีกราวๆ2-3วันถึงจะกลับ"มากิหย่อนตัวลงจากหลังของวิน
พลางล้วงหยิบกุญแจดอกเล็กขึ้นมา แล้วไขประตูเข้าบ้านไป
"เชิญค่ะ"มากิเปิดประตูค้างไว้แล้วนำเข้าไปก่อน ตอนนี้เธอดูเหมือจะเดินได้เองแล้ว
วินปิดประตูตามหลัง และค่อยๆเดินเข้ามาในโถงทางเดินกลางบ้าน
"รุ่นพี่นั่งก่อนสิค่ะ"มากิเดินนำเข้าไปในห้องรับแขก
การเชิญชายหนุ่มที่แม้จะเป็นรุ่นพี่เข้ามาอยู่ในบ้าน2-2นั้นคงจะดูไม่งามนัก วินจึงยืนอยู่แค่โถงทางเข้า
"เดี๋ยวพี่ต้องรีบกลับแล้ว.... เมากิขึ้นไปนอนพักดีกว่ามั๊ย"
"งั้นหรือค่ะ....................................."ดวงตาที่อ้อนวอนของเธอทำให้ใจของวินสั่นคลอนขึ้นมาชั่วขณะ
"งั้นแค่พักเดียวนะ"วินจำใจต้องอยู่ต่ออีกซักพักนึง
"ค่ะ เอาน้ำหวาน หรือน้ำมะนาวดีค่ะ"
"ไม่ละ มากิขึ้นไปพักข้างบนดีกว่านะ"
หญิงสาวค่อยๆเดินจนมาหยุดอยู่ที่หน้าบันไดทางขึ้นชั้น2 แล้วหันมามองรุ่นพี่ชาย
"อุ้มขึ้นไปได้มั๊ยค่ะ"
วินนิ่งเงียบ ไม่มีการตอบสนอง
"ได้มั๊ยค่ะ"มากิย้ำอีกที
"เอ้อ.... ให้อ้อนได้วันนี้วันเดียวนะ"วินเดินเข้าไปแล้วช้อนตัวเธอเข้าในอ้อมแขน
แม้วินจะทำสีหน้าเฉยๆแต่มากิก็รู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นระรัว
"ห้องแรกเลยค่ะ"มากิบอก
"ช่วยเปิดประตูให้หน่อยสิ"2มือที่อุ้มมากิไว้ไม่ว่างพอจะที่จะเปิดประตูห้องเข้าไปได้
เมื่อผ่านประตูเข้ามา เตียงเล็กๆสำหรับนอนคนเดียวก็ตั้งอยู่ติดหน้าต่างมุมซ้ายมือในสุดของห้อง
วินค่อยๆวางมากิลงบนเตียงช้าๆ
ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ โดยวินได้แต่ค้างแขนเอาไว้แบบนั้นในสภาพหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ
"กิ๊ง..ก่อง...."เสียงออดที่ประตูหน้าบ้านดังขึ้น วินรีบดึงแขนออกมาแล้วหลบหน้าทันที
"ชั้นลงไปเปิดเอง"วินเดินหายออกไปทิ้งมากิเอาไว้ในห้องแค่คนเดียว
".....เกือบไปแล้ว กับรุ่นพี่....อีกครั้ง"มากิพึมพำเบาๆ พลางลูบไล้ที่ริมฝีปากตัวเอง
วินเปิดประตูบานที่หน้าบ้านออกช้าๆ แต่คนที่ยืนอยู่ไม่คุณหน้าเอาเสียเลย
"ครับ มาหาใครครับ"วินถาม
"มากิอยู่มั๊ย ชั้นได้ข่าวว่าเธอไม่สบาย"ชายแปลกหน้ากล่าว
"เธอพักผ่อนอยู่ข้างบนครับ ไม่ทราบว่ามีอะไรฝากไว้ได้..."ไม่ทันที่วินจะจบประโยค
ชายแปลกหน้าก็คว้าเข้าที่คอเสื้อของเค้า ละเหวี่ยงออกไปให้พ้นหน้าประตู
รองเท้าหนังสีดำ ชุดสูทลำลองแบบมีรสนิยมค่อยๆผ่านหน้าวินไปอย่างช้าๆ แล้วก็หายขึ้นบันไดไป
"เฮ้ย... แกจะทำอะไรนะ"วินที่พึ่งรู้สึกตัวรีบวิ่งตามชายแปลกหน้าขึ้นไป
ตอนนี้เค้าพ้นประตูห้องของมากิเข้าไปแล้ว
วินรีบวิ่งตามเข้าไปทันที แต่ภาพที่เห็นตรงหน้า
ชายคนนั้นกอดมากิอย่างแนบแน่นเหมือนไม่ได้พบพานกันมานาน
"มากิ..... ชั้นมาหาตามสัญญาแล้วนะ"ชายแปลกหน้าเอ่ย
"ร...รุ่นพี่..ฟิ้ง...."สิ้นประโยคของมากิ วินก็ค่อยๆบ่ายหน้าจากประตูอย่างช้าๆ และหายออกจากบ้านไป
Eakka
Aug 9 2005, 04:16 PM
Chapter 12
สิ้นเสียงออดและคำกล่าวปิดงานจากอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน ก็เป็นเวลา5โมงเย็นกว่าๆแล้ว
เสียงนักเรียนยืนคุยกันเซ็งแซ่ตามทางเดินเป็นเรื่องปกติ ยิ่งคู่รักหวานแหววที่เตรียมตัวเตรียมใจจะมาสารภาพรักกันในงานประจำปี
วินนั่งแกร่วอยู่บริเวณทางเดินไปโรงยิ่มซึ่งตอนนี้ไม่มีคนมาใช้เลย จึงเป้นที่เงียบสงบที่สุดเท่าที่จะหาได้
"ไม่สนุกหรอ...."เสียงหนึ่งทำลายความเงียบรอบๆตัวให้หายไป
"ก็ งั้นๆแหละ แล้วทรายละ"วินโต้ตอบกับเธอผู้นั้นได้เป็นปกติแล้ว
"ก็สนุกดี.... วินไม่ได้ไปดูทรายแสดงละครใช่มั๊ย ทรายได้บทนางเอกด้วยนะ"ดูเธอทำหน้างอนๆ
"ก็... ขอโทษด้วย พอดีมีธุระนิดหน่อย"วินแก้ตัว
"ไม่เป็นไรหรอก วินก็ต้องมีธุระของวิน จริงมั๊ย"ทรายนั่งลงข้างๆ
ช่างเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งระหว่างวินและทรายที่เคยมีมาทั้งหมด
เค้าควรจะพูดเรื่องคืนวันนั้นดีมั๊ยนะ หรือจะปล่อยมันไปเป็นเพียงแค่ความทรงจำบ้าๆที่มีเพียงเค้าเท่านั้นที่จะนึกถึง
"วิน..."ไมกิเดินเข้ามาทำลายโอกาสเพียงหนึ่งเดียวของพวกเค้าทั้ง2
"อะไร"วินตอบแบบไม่สบอารมณ์
"นายเห็นมากิรึเปล่า ชั้นหาตัวไม่เจอตั้งแต่เที่ยงแล้ว เพื่อนๆเธอก็ไม่มีใครเห็น"ไมกิซึ่งตอนนี้ดูหอบอ่อนๆและเสื้อชุ่มไปด้วยเหงื่อ
"เธอไม่ค่อยสบายนิดหน่อย ชั้นเลยไปส่งเธอที่บ้านมา"วินหลุดปากพูดออกไป
"ไม่สบาย?..... หรือว่ามากิเป็นลมลงไปเฉยๆอีกแล้วหรอ"ไมกิมีสีหน้าร้อนรน
"เออ แต่เธอไม่เป็นไรแล้ว ตอนนี้ชั้นให้เธอพักอยู่ที่บ้าน แถมคนดูแลให้อีกคนนึงด้วย"วินนึกถึงเรื่องเมื่อบ่ายแล้วหงุดหงิดขึ้นมาเล็กๆ
"ใคร...."มากิถามต่อ
"ก็... ชั้นจะไปรู้ได้ไง รู้แต่ว่าคงเป็นรุ่นพี่ของมากิเท่านั้นแหละ"วินไม่สบอารมณ์แต่ยังคงควบคุมน้ำเสียงไว้ได้
"งั้นชั้นขอตัวกลับก่อน ขอบใจที่ไปส่งมากิที่บ้าน"สิ้นเสียงไมกิก็ออกวิ่งจากไปทันที
"อ้า.. งั้น ทรายขอตัวก่อนนะวิน กลับบ้านช้าเดี๋ยวคุณพ่อจะว่าเอา"ทรายลุกขึ้นยืนข้างๆ
วินไม่พูดอะไร ตอนนี้บรรยากาศชวนอึดอัดค่อยๆลามไปเรื่อยๆ
"งั้นทรายไปก่อนนะ"ทรายค่อยๆเดินจากไปช้าๆ ไม่มีคำพูดอะไรหลุดออกมาจากปากวิน
"นี่เราหงุดหงิดเรื่องอะไร เรื่องไอบ้านั่นหรอ..."วินพึมพำเบาๆ
เวลาผ่านไปเรื่อยๆอย่างไม่หยุดยั้ง วินยังคงนั่งอยู่ในทางเดินที่ตอนนี้ร้างผู้คน
พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ทั้งโรงเรียนจึงดูโหวงเหวงในยามราตรี
วินยังคงนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย
"วิน.... มาทำอะไรอยู่ตรงนี้"เสียงของเพื่อนสนิทดังก้องสะท้อนอยู่ในความมืด
"โทอิ...."วินพูดเบาๆ
"คุณป้าเค้าโทรไปถาม ว่านายยังไม่กลับบ้าน"โทอิค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ๆจนเห็นได้ชัดขึ้น
"ช่างชั้นเถอะ"วินไม่สนใจใยดีต่อเพื่อนที่อยู่ข้างๆ
"นายหงุดหงิดเรื่องอะไรอีกละ"โทอิพูด
"ไม่มีนี่"วินบอกปัด
"โกหก ชั้นรู้จักนายมานานและดีกว่าใคร มีอะไรไม่เห็นจะต้องปิดบังกันนี่"
วินไม่ตอบอะไร สายตาเค้ายังคงเป็นเช่นเดิม
"กลับกันเถอะ เดี๋ยวชั้นเลี้ยงเอง หาอะไรกินก่อนกลับมั๊ย"โทอิงัดไม้ตายสุดท้ายออกมาใช้
"เลี้ยงแน่นะ?"น้ำเสียงวินกลับมาเป็นเหมือนเคยแล้ว
"เออ ไอตัวแสบ"โทอิค่อยๆออกเดินนำไปช้า วินมองลอดผ่านความมืดไปยังแผ่นหลังของเพื่อนสนิทของเค้า
ที่ไม่ว่าสถานการจะเป็นยังไง ไอเพื่อนคนนี้ก็ช่วยเค้าไว้ได้เสมอ จะยกเว้นแต่เรื่องผู้หญิงเท่านั้นละมั้ง
วินกับโทอิเดินผ่านลานกว้างข้างหน้าโรงเรียนที่เงียบสนิท
"วันนี้นายไม่ได้มาดูทรายแสดงละคร"โทอิเริ่มบทสนทนา
"อือ พอดีติดธุระนะ"
"งั้นก็น่าเสียดาย นายอดเห็นบททรายจูบกับพระเอก...."
"หา!!"วินคว้าเข้าที่คอเสื้อของโทอิอย่างแรง
"บทจูบ!!! ทำไมชั้นไม่รู้เรื่องนี้"วินรีบพูดรัวจนฟังแทบไม่ทัน
"เฮ้ยๆ ใจเย็น... ชั้นล้อเล่น"โทอิทำหน้ากวนประสาท
"ไอบ้า... ถ้าล้อเล่นเรื่องแบบนี้อีกครั้ง แกก็แกเถอะ ได้รู้กัน"วินปล่อยมือออก พลางเดินกระฟัดกระเฟียดนำไป
ทั้งคู่เดินตัดเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อหาร้านอาหารที่จะทำให้กระเป๋าโทอิให้ขาดกระจุย
"วินๆ อย่าเรื่องมากนะเว้ย ช่วงนี้เงินมันหมุนไม่ค่อยทัน"โทอิเริ่มเสียวสันหลังวาบกับแต่ละร้านที่วินหยุดดู
"ชั้นรู้ความหนากระเป๋าแกดีอยู่หรอกน่า หาอะไรกินเบาๆเถอะ ชั้นยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่"วินเดินเข้าร้านกาแฟตรงหน้า
"ร้านนี้อีกแล้วหรอ"โทอิบ่นออดๆแอดๆก่อนเดินตามเข้าไป
"สวัสดีครับ คุณลูกค้าทั้ง2 ยามหัวค่ำแบบนี้กระผมแนะนำเป็นนมอุ่นๆกับคุ้กกี้ดีมั๊ยท่านทั้ง2"เสียงของคุณพนักงานตัวแสบดังขึ้น
"นั่นแหละรุ่นพี่ เอาไงก็เอา"วินเออออไปตามนั้น
"รุ่นพี่นี่อึดจังนะครับ จบงานแล้วยังมาทำงานพิเศษต่ออีก"
"โอ้ว แค่นี้เรื่องธรรมดา"นิ่มขยิบตาให้โทอินิดนึง ก่อนที่จะเดินไปจัดของตามออเดอร์
ความเงียบเข้าปกคลุมทันที ทั้งร้านมีลูกค้าเพียงแค่วินกับโทอิเพียงแค่2คนเท่านั้น ส่วนคนที่ยินดีจะเข้ากะมืดก่อนปิดร้านก็มีแต่นิ่ม
เสียงกระดิ่งสั่นเบาๆเพราะลมข้างนอกผลักให้ประตูสั่นไหว ลมที่แรงจนหน้าต่างร้านสั่นสะเทือนเบาๆ
และหลังจากนั้นไม่นานนักฝนก็เทลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา
"ว้า.... ไม่ได้เอาร่มมาซะด้วย"นิ่มที่กำลังเสริฟอาหารจากถาดบ่น
"ฝนมาตกแบบนี้แถมใกล้ฤดูหนาวแล้วด้วย พายุเข้ารึไงนะ"โทอิซึ่งมองออกไปยังสายฝนข้างนอกเอ่ย
วินก้มหน้าก้มตากินอย่าเดียวไม่พูดอะไร นิ่มเริ่มเก็บข้าวของในร้านกลับเข้าที่ เพื่อเตรียมที่จะปิดในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
และหลังจากขนมชิ้นสุดท้ายถูกยัดเข้าปาก ดวงไฟในร้านก็ดับลงทันที พร้อมทั้งไฟถนนข้างนอกด้วย
"ไฟดับ...?"โทอิอุทาน
"ลมคงพัดแรงจนสายไฟขาดนะ แถมฝนก็เทหนักลงมาแบบนี้ สงสัยจะกลับไม่ได้ง่ายๆ"วินบ่นอีกคน
นิ่มควานหาเทียนในร้านออกมาจุดวางลงบนโต๊ะ
"หลบฝนไปก่อนซักพักก็แล้วกัน"นิ่มทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ข้างๆ
เปลวไฟที่ไหวอย่างช้าๆสร้างเงาสลัวๆขึ้นภายในร้าน วูบวาบไปตามแรงลมอ่อนๆที่ลอดผ่านขอบประตูเข้ามา
"กึง!!!"เสียงอะไรบางอย่างกระทบเข้ากับบานหน้าต่างอย่างแรงเรียกให้ทั้ง3คนในร้านหันไปมอง
เงาของคนที่มองเห็นได้ไม่ชัดเพราะความมืดและลมฝนข้างนอกนั่น กำลังพยุงตัวเข้ากับหน้าต่างกระจกของร้าน
วินรีบลุกจากที่นั่ง แล้วปลดกลอนประตูร้านออกไป
"เข้ามาหลบฝยข้างในก่อนก็ได้ครับ"วินออกปาก
แต่ร่างเบื้องหน้านั่นไม่ไหวติง ยืนพิงกับบานกระจกของร้านดูไร้การเคลื่อนไหวใดๆ
"คุณครับ"วินฝ่าฝนออกไปเพื่อที่จะพาตัวคนคนนั้นเข้ามาในร้าน วินเขย่าเข้าที่ไหล่ แต่ก็ไม่มีการตอบสนองใดๆ
วินจังตัดสินใจพยุงตัวเข้าไปในร้านอย่างช้าๆ น้ำฝนที่เปียกปอนทั้งคู่ไหลลากเป็นทางยาว
เทียนที่ไหวลู่ลมอย่างแรงจนค่อยๆดับไปนั้นยิ่งทำให้ความมืดปกคลุมมากขึ้นอีก
ลมข้างนอกยิ่งพัดกระหน่ำจนบานประตูกระแทกเข้ากับผนังเกิดเสียงดังลั่นขึ้นติดๆกันหลายครั้ง
โทอิรีบยันประตูกลับเข้าที่เดิมแล้วลงกลอนไว้
เทียนที่ดับไปก็ถูกจุดขึ้นมาแทนที่ จนแสงสว่างเลือนรางเผยให้เห็นใบหน้าชัดเจนของคนที่วินพาเข้ามา
ใบหน้านั้นอ่อนเรียว ดวงตาปิดสนิท ริมฝีปากเป็นสีม่วงคล้ำเพราะความหนาวเย็น เรือนผมสีน้ำตาลเข้มเกือบดำสะท้อนกับแสงเทียน
"มากิ...."วินกระซิบเบาๆ
"เวรละ.... ออกมาทำไมเวลาฝนตกแบบนี้นะ"โทอิรีบเข้ามาดูอาการของรุ่นน้อง
"เดี๋ยวพี่จะไปหาผ้าเช็ดตัวมานะ พวกเธอดูไปก่อน"ว่าแล้วนิ่มก็รีบวิ่งหายเข้าไปหลังร้าน
วินทาบหูลงบนหน้าอกเพื่อฟังเสียงหัวใจ
"เฮ้อ.... คงแค่สลบไป"เค้าถอนหายใจเพราะเสียงหัวใจยังเต้นอยู่
"ทำให้ร่างกายอุ่นไว้ก่อนดีกว่า หน้าซีดมากๆแบบนี้ดูไม่ดีเลย เดี๋ยวชั้นจะโทรไปบอกไมกิเอง"โทอิเอื้อมมือไปที่โทรศัพท์ที่วางอยู่บนเคาท์เตอร์
"บ้าจริง สายโทรศัพท์คงขาดไปด้วย"โทอิฟาดหูโทรศัพท์กลับลงที่เดิมด้วยความโมโห
ไม่นานนักนิ่มก็กลับมาพร้อมผ้าขนหนูผืนใหญ่
"ถอดชุดนั้นออกก่อน เดี๋ยวก็ไม่สบายกันพอดี"นิ่มสั่งการ แต่ชายหนุ่มที่เหลืออีก2คนดูไม่รู้จะทำยังไงกับชุดนอนที่สาวน้อยสวมอยู่ตรงหน้า
"ให้ถอดหรอครับ"โทอิถามเบาๆ
"ถ้าไม่ถอดแล้วจะเช็ดตัวยังไงเล่า..."นิ่มกระชากเสียง
โทอิยังคงไม่ลงมือทำอะไร แต่วินรีบปลดกระดุมชุดนอนของมากิออกทีละเม็ด
จนมาถึงเม็ดสุดท้าย วินกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงไปในลำคอ
"เดี๋ยวๆๆๆๆ!!"นิ่มรีบเบรกวินเอาไว้ก่อนที่กระดุมเม็ดสุดท้ายจะถูกปลด
"ชั้นว่าชั้นทำเองดีกว่า วินกับโทอิไปต้มน้ำมาดีกว่า เตาแก๊ซหลังร้านคงยังไช้ได้"
ความโล่งใจปนกับความเสียดายหน่อยๆไหลออกมาตามเสียงถอนหายใจของวิน
digichan
Aug 10 2005, 02:01 AM
ทั่นนิมจะจัดการเองเลยรึ
ตอนต่อไปมาไวๆๆๆๆๆๆนะ
Mirei
Aug 15 2005, 10:56 PM
^^แปบๆก็เขียนมาถึงตอนที่12แล้วหรือนี้เร็วจังเลยนะเจ้าคะ อิอิ
ทั้นวินคือชายหนุ่มผู้โชคดีหรือนี้ โดนสาวๆล้อมรอบเลยนะนั้น ^^
แต่อยากอ่านตอนเซ็นเซอจัง >w< หลังจากจูบแล้วจะเป็นไงต่อน้าผู้ชายกะผู้ชายนิ อิอิ
ตอนต่อไปๆอยากอ่านๆ ขอให้เขียนเสร็จไวๆนะเจ้าคะ ^^ หนูจะรออ่านเจ้าค่ะ
/meแล้วก็หายไปในความมึด>w<
Eakka
Aug 16 2005, 09:16 PM
ภาคมืด : Officially Dropped
[อยากอ่านรีเควสได้ในIRC]
Chapter 13
"มากิเป็นไงบ้าง"วินที่เดินออกมาจากหลังร้านถาม
"เหมือนเดิม ยังไม่ได้สติ"นิ่มห่มผ้าให้เธอ
"บ้าชัด ใส่ชุดนอนออกมาเดินคนเดียวตอนกลางคืนเนี่ยนะ"โทอิบ่น
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ แต่ลมฝนยังคงกระหน่ำแบบไม่มีท่าทีจะลดลงเลยแม้แต่น้อย
"ขืนกลับไปตอนนี้โดนพ่อสวดเละแน่ๆ"โทอิเอนตัวลงนอนบนเก้าอี้3-4ตัวเอามาต่อๆกัน
"พี่ว่าเราหลบไปจนถึงพรุ่งนี้ก็แล้วกัน ดูท่าจะไม่หยุดง่ายๆ"
"ครับ..."วินตอบง่ายๆ เพราะตอนนี้อากาศในร้านก็เริ่มหนาวขึ้นมาจับใจแล้ว แถมเสื้อผ้าของเค้าที่เปียกปอนและไม่มีเปลี่ยนเริ่มส่งผลด้วย
ปากและแขนทั้ง2ข้างของวินสั่น ถึงวินจะพยายามปกปิดก็คงไม่พ้นสายตานิ่มไปได้
"กาแฟนะ?"นิ่มรินกาแฟจากขวดเก้บความร้อนใส่แก้วเซรามิกหนาแล้วส่งให้วิน
"ขอบคุณครับ"
"รุ่นพี่ วิน... มาดูทางนี้หน่อย"โทอิเรียกแล้วชี้นิ้วไปทางมากิ
มากิตอนนี้ปากเป็นสีม่วงคล้ำน่ากลัว และหน้าตาก็ซีดขาวมาก
"เอาไงดีละ"โทอิกระซิบ
"คลีนิคที่ใกล้ที่สุดอยู่ซอย20 ถนนนอร์ทเวสต์... เอาไง"นิ่มพูดอีกคน
"ซอย20..... สุดถนนนอร์ทเวสต์สินะครับ เดินจากที่นี่ไปคงราวๆ15นาที แต่ฝนยังตกอยู่แบบนี้ออกไปข้างนอกจะแย่กว่า"โทอิลุกขึ้นมาดูอาการมากิใกล้ๆ
"รุ่นพี่.........."เสียงกระซิบแผ่วเบาดังแทรกขึ้นระหว่างกลางของจังหวะสายฝนเบื้องนอก
"มากิ... รู้สึกเป็นไงบ้าง"วินเบิกตาโพลงที่สาวน้อยตรงหน้าฟื้นขึ้นมาแล้ว
"หนูเป็นลมไปแล้วอีกหรอค่ะ"มากิพยายามดันตัวเองขึ้นมา
"อื้อ... อย่าพึ่งลุกเลยนะ พักก่อนดีกว่า"วินดันไหล่มากิกลับลงไปนอนเหมือนเดิม
"ดีนะที่มาโผล่ที่หน้าร้าน นี่ถ้าไปสลบเอาตรงอื่นขึ้นมาแล้วไม่มีใครเจอจะทำยังไง"โทอิดุ
"ขอโทษค่ะ......"มากิสลดลงอย่างเห็นได้ชัด
"แล้วไมกิละ"วินถาม
มากิลังเลอยู่พักนึงแล้วจึงตอบ
"พี่ชายไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ หนูแอบออกมาเอง"
"บ้า!!!"โทอิกระชากเสียง พลางลุกขึ้นกระฟัดกระเฟียดแล้วก็เดินหายไปหลังร้าน
"แล้วออกมาทำอะไร ดึกๆดื่นๆป่านนี้แล้ว"นิ่มพยายามปลอบใจ
"ก็..."มากิมองหน้าวินแวบนึงแล้วก็หลบสายตา
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่ออกมาเดินเล่น"คำโกหกนี้หลอกนิ่มไม่ได้แม้แต่น้อย
"หนีออกจากบ้านมาละสิ"โทอิตะโกนลอดผ่านครัวออกมา
".................ค่ะ....."คราวนี้ทั้งวินทั้งนิ่มถอนหายใจกันเป็นแถว
สาวน้อยรุ่นน้องปี1 มีดวงตาสำนึกผิดนั้น ทำให้รุ่นพี่2คนที่อยู่ข้างๆทำหน้าเครียดพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
"เอาไว้ฝนหยุดตกแล้วชั้นจะพาเธอไปส่งบ้าน"วินพูดเบาๆ
"หนูไม่กลับได้มั๊ยค่ะ"เธอตอบสวนทันที
"คงไม่ได้ พี่เธอป่านนี้คงเป็นห่วงแย่แล้ว"วินพูดเสียงแข็ง
สายตาอ้อนวอนของเธอค่อยๆเลื่อนไปที่นิ่มแทน
"รุ่นพี่....."เธอเอ่ยเสียงแผ่วเบา
"เอ้อ.........."นิ่มทำตัวไม่ถูกกับสถานะการแบบนี้
"อีกเดี๋ยวฝนคงหยุดตก เธอกลับบ้านไปก่อนดีกว่า"วินพูดย้ำอีกครั้ง
"เพี๊ยะ!!........"เสียงฝ่ามือกระทบเข้าที่แก้มวินอย่างแรง
มากิกัดฟันแน่น และก็เริ่มมีน้ำตาปริ่มออกมาจาดวงตาทั้ง2ข้าง
"งั้นหนูจะไปเอง"เธอสบัดผ้าห่มออกจากตัว และลุกขึ้น แต่แล้วร่างที่อ่อนโรยของเธอก็เอนไปพิงกับเก้าอี้อีกตัวที่ห่างไปไม่มากนัก
"สภาพแบบนี้จะไปไหน......"วินลุกขึ้นเดินมาประคองตัวเธอ
"รุ่นพี่ไม่ต้องมายุ่งกับหนู"เธอสะบัดตัวให้พ้นมือของวิน แล้วก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
"รุ่นพี่ไม่เคยเข้าใจหนูเลยซักนิด"เสียงสะอื้นของเธอฟูมฟายเหมือนเด็กๆ
"ด...เดี๋ยวก่อนสิ"วินพยายามประคองตัวเธออีกครั้ง
"ไม่เอา!!"เธอหวีดเสียง แล้วก็ข่วนเข้าที่มือของวินจนเป็นแผลยาว
"อย่าเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้สิ!!"วินใช้หลังมือฟาดเข้าที่ใบหน้าของสาวน้อยที่ทรุดตัวอยู่
เกิดความเงียบขึ้นฉับพลันภายในร้าน ตอนนี้เหมือนกับว่าเสียงทุกอย่างไม่สามารถเล็ดลอดเข้าไปในประสาทสัมพัสของใครได้เลย
เว้นแต่เสียงครวญเบาๆของมากิ ที่ตอนนี้น้ำตาไหลเป็นแนวยาวหยดลงพื้นที่ละหยด2หยด
"..ขอโทษ............"วินกระซิบ
"ไม่เป็นไรค่ะ ช่างมันเถอะ"มากิพยายามยันตัวเองขึ้นยืน และค่อยๆกระเถิบตัวเองเพื่อไปให้ถึงหน้าประตู
วินไม่เาไปห้ามเธออีกแล้ว และคนอื่นก็ไม่เคลื่อนไหวจากจุดที่ตนเองอยู่เลย
มากิค่อยๆบิดล็อกประตูออก และลมข้างนอกที่โหมกระหน่ำก็พัดให้บานประตูเปิดเองได้อย่างช้าๆ ละอองฝนสาดเข้ามาในร้าน
รวมถึงเทียนไขที่ดับวูบไปพร้อมๆกัน
"วิน..."โทอิพยายามเรียกเพื่อนของตัวเองที่ตอนนี้ยืนค้างเป็นหุ่นไปซะแล้ว
"วิน!!~"โทอิเร่งเสียงขึ้น เพื่อเรียกสติวินกลับคืนมา แต่ดูเหมือนจะไร้สิ่งตอบสนอง
แล้วเสียงสุดท้ายของกริ่งประตูก็หยุดลง พร้อมกับร่างของมากิที่หายออกไปจากร้าน
"นายปล่อยเธอไปง่ายๆ แบบนั้น.."โทอิพยายามพูดกรอกหูวิน
"พอเถอะ... ชั้นไม่สนแล้ว ปล่อยให้ยัยบ้านั่นออกไปตายข้างนอกชั้นก็ไม่สน"วินทิ้งตัวเองลงบนเก้าอี้ พร้อมกับสายตาที่เหม่อลอย
แต่แล้ว... กำปั้นลุ่นๆของโทอิก็กระแทกเข้าที่ใบหน้าของวินจนกระเด็นลงไปกองกับพื้น
"นายทำบ้าอะไรของนาย!!"วินดูจะมีน้ำโหขึ้นมาอีก รีบยันตัวขึ้นมาแล้วคว้าเข้าที่คอเสื้อของโทอิ
"นายตางหาก.... ที่ทำบ้าอะไรอยู่...."คำพูดนี้ไช้ได้ผลชะงัดนัก
วินค่อยๆคลายคอเสื้อของเพื่อนรักออก แล้วก็รีบเดินผ่านประตูบานเดิมออกไป
"ว้าวววว โทอิเก่งชะมัด"นิ่มพูดชมโทอิ ที่ตอนนี้ยืนตัวแข็งไปอีกคน
"เฮ้อ......... กลัวแทบตายแหนะ"โทอิค่อยๆเซกลับมานั่งลงบนเก้าอี้
"ขึ้นไอบ้านั่นถ้าซัดกลับมาจริงๆ คงได้นอนซมกันเป็นวันแน่...."
Scubawin
Aug 19 2005, 03:16 PM
QUOTE(Mirei @ Aug 15 2005, 10:56 PM)
^^แปบๆก็เขียนมาถึงตอนที่12แล้วหรือนี้เร็วจังเลยนะเจ้าคะ อิอิ
ทั้นวินคือชายหนุ่มผู้โชคดีหรือนี้ โดนสาวๆล้อมรอบเลยนะนั้น ^^
แต่อยากอ่านตอนเซ็นเซอจัง >w< หลังจากจูบแล้วจะเป็นไงต่อน้าผู้ชายกะผู้ชายนิ อิอิ
ตอนต่อไปๆอยากอ่านๆ ขอให้เขียนเสร็จไวๆนะเจ้าคะ ^^ หนูจะรออ่านเจ้าค่ะ
/meแล้วก็หายไปในความมึด>w<
อ่านได้ใน IRC เท่านั้นจ้า แล้วเห็นการเป็นในคืนที่นิ่มมานอนกะวิน
UnJustice
Sep 25 2006, 06:47 PM
ผู้แต่งงับ
ดองไปนานนับปีเลย
จำได้ว่ามีตอน 14-15 แล้วก็เริ่มภาค โทอิ+มิเรย์ไปแล้วนี่
มันหายไปไหนหมดแล้ว TOT
หลังจากไปค้นมา แทบจะพลิก HDD หากันก็เจอแบคอัพถึงตอนล่าสุดแล้ว XD
Chapter 14
"ให้ตายสิ"วินบ่นพึมพำท่ามกลางสายฝนที่ยังโหมกระหน่ำอยู่
ดวงตาของเค้ามองผ่านสายฝนไปทั่วบริเวณ แต่การมองไปข้างหน้าใกล้ๆก็ลำบากเต็มทนแล้ว เพราะหยดน้ำเล็กๆนับล้านปิดทัศนวิสัยทั้งหมดเอาไว้
วินวิ่งออกไปอย่างไร้จุดหมาย แม้ที่นี่จะเป็นแค่เมืองเล็กๆ แต่ก็ลำบากเหลือเกินที่จะตามหาเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึงในเวลาแบบนี้
อากาศขมุกขมัวผสมเข้ากับเม็ดฝนทำให้ดูเหมือนมีกำแพงขนาดใหญ่เข้าครอบคลุมอยู่รอบตัว
"มากิ!!!!!"วินตะโกนเสียงดังลั่นไปทั่วบริเวณ แต่เสียงทั้งหมดของเค้ากับถูกเสียงของฝนกระทบกับพื้นถนนกลบไปหมด
ไฟดวงเล็กๆที่ลอดออกมาจากบ้านก็ไม่ได้ช่วยให้มองอะไรเห็นชัดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
"มากิ!!!"วินตะโกนซ้ำอีกที
ไร้การตอบสนองใดๆนอกจากเม็ดฝนที่กระทบลงบนใบหน้าและร่างกาย
"พระเจ้า เวลาแบบนี้ท่านกลับมอบความเมตตาให้ไม่ได้เลยรึไง!!"วินตะโกนสวนสายฝนที่ตกลงมา
ว่าแล้วก็เหมือนกับฟ้าแกล้ง สายฝนที่ตกอย่างรุนแรงค่อยๆเบาลงๆแล้วก็หยุดในเวลาไม่นาน
ตลกสิ้นดี!! แสงจันทร์ตอนนี้โผล่มาแล้ว เมฆครึ้มค่อยๆเลือนหายไปจากฟากฟ้าสีน้ำเงินเข้มที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว
ความบังเอิญที่ดูพิลึกพิลั่นที่สุด ชุดนอนที่เปียกปอนไปด้วยน้ำฝนห่อร่างเล็กๆของหญิงสาวอยู่ห่างจากปลายจูมวินไปไม่ถึง2เมตร
เธอฟุบอยู่ตรงฟุตบาทใกล้ๆนั่นเอง
"มากิ!!"วินรีบเข้าไปประคองตัวเธอ
"บ้า!!! บ้าที่สุด!!"ว่าแล้ววินก็อุ้มเธอขึ้นพาดบ่าแล้วก็ออกวิ่งไปคลินิคที่ใกล้ที่สุดทันที
เครื่องตรวจฟังเสียงเต้นของหัวใจถูกถอดออกและคล้องไว้ที่คอของแพทย์หนุ่มเจ้าของคลีนิคเล็กแห่งนี้
มือของเค้าจดอะไรบางอย่างลงไปในกระดาษ
"อาการค่อนข้างน่าเป็นห่วงเลยทีเดียวครับ ถ้าหากมาช้ากว่านี้อีกซักหน่อยคงไม่ดีแน่ หมอคิดว่าต้องให้พักที่นี่ซักวันแล้วดูอาการก่อน"
แพทย์เจ้าของเสียงพูดโดยไม่หันมามองหน้าวินที่เปียกโชกไปทั้งตัว
"เธอเองก็เปลี่ยนชุดซะก่อนสิ เอาชุดคนไข้มาใส่ก่อนก็ได้"เจ้าของเสียงชำเลืองมองไปที่วิน
"ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจะติดต่อทางบ้านมากิ ให้มาดูแลเธอต่อ ผมขอตัวก่อนนะครับ"
วินเก็บเก้าอี้เลื่อนกลับเข้าไปใต้โต๊ะข้างๆ และเดินผ่านประตูห้องตรวจออกไป
วินเดินไปตามถนนที่เปียกชื้นของตัวเมือง ลมหนาวที่พัดอยู่ตลอดทำให้ฟันของวินกระทบกันไม่ขาดสาย
วินพยายามถูมือสองข้างเข้าด้วยกันเพื่อเรียกความอบอุ่นให้ตัวเค้าเองที่จะกลายเป็นตุ๊กตาหิมะอยู่แล้ว
"ตอนนี้คงต้องไปตามไมกิก่อนสินะ"วินพยายามพูดให้มันเข้าสมองของเค้า แต่ตอนนี้แค่เดินก็ลำบากมากแล้วท่ามกลางความหนาวเหน็บของค่ำคืน
"บ้าชิบ...."วินตบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติ
แล้วผ้าห่มผืนหนาก็พาดลงบนไหล่ของวิน พร้อมกับอ้อมกอดที่ดึงตัวเค้าเข้ามาสู่ความอบอุ่น
"นายไม่ต้องฝืนแล้วละ โทอิไปตามไมกิแล้ว นายพักได้แล้วละ"นิ่มพูดกระซิบเสียงแผ่วข้างๆหูวิน
"ร..รุ่นพี่..."วินฝืนพูดเป้นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนในอ้อมกอดของนิ่มในไม่ช้า
แสงอาทิตย์สว่างจ้าของยามเช้าหรือยามเย็นก็ไม่อาจบอกได้ สาดส่องทะลุช่องเล็กๆของผ้าม่านเข้ามาแยงตาของวินจนเค้าต้องหันหน้าหนี
วินขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาบนเตียงที่แสนอ่อนนุ่ม
"ที่นี่ที่ไหน?....."เค้าพึมพำ ก่อนที่จะมองไปรอบๆห้องที่ประดับไปด้วยผ้าม่านลูกไม้สีขาวสะอาด ตู้เสื้อผ้าแกะสลักใบโต และของใช้อื่นๆที่เรียงรายอยู่รอบๆ
วินยืนขึ้นบนพื้นพรม และก้าวช้าๆไปที่ประตูสีขาวตรงหน้า
แต่แล้ว ประตูก็เปิดออกจนแทบจะกระแทกใบหน้าของวิน เฉี่ยวไปเพียงนิดเดียวก็นั้น ทำให้เค้าเซถอยหลังไปหน่อย
"อ้าว.... พ่อหนุ่มขี้เซา ตื่นแล้วหรอจ๊ะ..."นิ่มพูดแซวเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินเข้ามาวางถาดอาหารลงบนโต๊ะใกล้ๆ
"กินอะไรซะก่อนที่จะลงไปข้างล่างเถอะ"นิ่มพูดจบก็หันหลังเดอนออกไป แต่ก่อนที่ประตูจะปิดสนิท
"รุ่นพี่ครับ...."วินเรียกนิ่มไว้ก่อนที่เค้าจะจากไป
"หือ?"
"ที่นี่ที่ไหนครับ.... แล้วผมมาที่นี่ได้ยังไง...."
"อ้อ.... ไม่ต้องกังวลนะ ที่นี่บ้านพี่เองแหละ กินอะไรซะก่อนนะ แล้วเดี๋ยวจะรออยู่ข้างล่าง"
นิ่มหายไปจากบานประตู
วินชำเลืองมองไปที่อาหารบนโต๊ะ และเค้าก็ลุกขึ้นไปนั่งกินคนเดียวเงียบๆ
ไม่นานหลังจากนั้น วินก็ค่อยๆเดินออกจากห้องนอน และก้าวลงบันไดเวียนไปทีละขั้น
"หลังใหญ่ชะมัด..."วินพึมพำพร้อมกับดวงตาที่ไม่อยู่สุขคอยกวาดตามองไปรอบๆ
"นายท่านคอยอยู่ข้างล่างเจ้าค่ะ..."เสียงของสาวใช้3คนพูดขึ้นพร้อมกันตรงเชิงบันได ทำเอาวินตกใจอยู่ไม่น้อย
กระโปรงสั้น ชุดสาวใช้รัดรูป ผ้ากันเปื้อนลูกไม้เล็กๆตัดกับชุดเมดโทนสีดำ บอกนิสัยของผู้เป้นนายท่านได้เป็นอย่างดี
วินหัวเราะแหะๆก่อนที่จะลงบันไดอีกชั้นนึงที่อยู่ตรงหน้า
"ไง..."โทอิทักทายเค้าจากโซฟายาวที่อยู่ไม่ห่างไปจากเชิงบันไดนั้นนัก นิ่ม มากิ และไมกิก็อยู่ที่นั่นด้วย
"บ้านรุ่นพี่ใหญ่จังเลยนะครับ"วินนั่งลงบนโซฟาตัวที่อยู่ตรงข้าม
"ไม่หรอก เล็กเท่ารูหนูแค่นี้จะเรียกว่าใหญ่ได้ยังไง"นิ่มพูดเปรยๆ
"เอ้อ.... ช่างัมนเถอะ แล้วมากิเป็นไงบ้างละ คุณหมอให้ออกมาได้แล้วหรอ"วินหันไปถามมากิที่ดูจะพยายามหลบสายตา
"อืม เธอคงไม่เป็นไรแล้วละ แต่ชั้นจะพาไปตรวจที่โรงพยาบาลในเมืองอีกซักรอบ"ไมกิเป็นคนตอบ
"งั้น.... นายก็จะพามากิกลับไปอยู่ในเมืองสินะ...."วินถาม
"ใช่....."
เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง
มากิพยายามหนีออกมาเพื่อให้ตัวเองได้อยู่ในเมืองนี้ต่อไป แต่สุดท้าย ผลก็ไม่ต่างอะไรไปจากเดิมนัก
"แต่คิดว่าคงไปไม่นาน ถ้าไปตรวจแล้วไม่ได้เป็นอะไรมาก คิดว่าคงกลับมาได้เร็วๆนี้"ไมกิเริ่มพูด
ทุกคนในห้องหันไปมองเค้าเป็นตาเดียว
"เฮ้ยๆ พวกนายคิดว่าชั้นเป็นคนใจยักษ์ใจมารขนาดนั้นเชียวหรอ"
"ปล่าว แค่เกือบคิด"โทอิตอบ
"จริงหรอค่ะพี่.... งั้นหนูก็อยู่ที่นี่ต่อได้สินะ!"มากิรีบกระเถิบเข้าไปใกล้แล้วพูดอย่างร้อนลน
"จริงสิ แต่ห้ามงอแงนะ เธอต้องกลับไปตรวจก่อน"ไมกิทำเสียงเข้ม
"รู้แล้วน่า...."มากิทำหน้างอนใส่น้อยๆ เรียกเสียงหัวเราะของทุกคนในบ้านได้เป็นอย่างดี
Chapter 15
"หนาวจังเลยนะค่ะพี่..."มากิพูดออกมาพร้อมไอสีขาวที่พวยพ่นออกมาจากปาก หลังจากฝนเมื่อวานนี้แล้วอากาศก็หนาวขึ้นอย่างรวดเร็ว
มากิเกาะแขนพี่ชายของตนไว้อย่างแนบแน่น ที่เหลือก็กอดตัวเองเอาไว้เพื่อสร้างความอบอุ่น
"มากิจังมากอดพี่ก็ได้นะ หุๆ"นิ่มออกลายอย่างไม่น่าไว้วางใจ
มากิหัวเราะน้อยๆก่อนจะแลบลิ้นใส่
"แบร่ ให้ตายก็ไม่เอา"
"แหม มากิจัง แทงใจดำจังเลย....."นิ่มเดิมโผเข้าไปกอดโทอิ
"แล้วโทอิคุงละ ขอกอดหน่อยสิ หนาวจังเลย"นิ่มพูดเสียงหวานชวนเลี่ยนจนโทอิขนลุก
"คือผมมีเรื่องอยากจะถามนะครับรุ่นพี่"วินแทรกกลางเข้ามาช่วยโทอิไว้ได้ทัน
"หืม?..."
"คือ บ้านรุ่นพี่ออกจะรวยขนาดนั้น ทำไมรุ่นพี่ต้องมาทำงานพิเศษด้วยละครับ"วินถามเรื่องที่ทุกคนกำลังสงสัยอยู่พอดี
นิ่มนึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ
"ก็มันว่างง่ะ แล้วร้านนั้นนะ ร้านของชั้นเองเลยด้วย......................................."
เรียกความเงียบงันได้อย่างน่าประหลาด
"คิดถูกหรือผิดเนี่ยที่ถาม"วินคิดในใจ คนอื่นก็คงจะเช่นเดียวกัน
เป็นเวลาบ่ายกว่าล่วงเข้าไปแล้ว วิน โทอิ มากิ ไมกิ และนิ่ม ยังคงรวมกันอยู่ที่บริเวณหาดด้านตะวันออกของเมือง
และค่อยๆก้าวเดินไปอย่างช้าๆ
ลมที่พัดเอื่อย ทำให้ผมสีดำขลับปลิงไสวน้อยๆ
เสียงคลื่นสาดเข้ากระทบหาดเป็นจังหวะ เปรียบเสมือนเครื่องดนตรีของธรรมชาติ
"หิว"โทอิเปิดฉากคำพูดทำลายบรรยากาศเสียหมด
แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจจากคนอื่นเลย โทอิได้แต่บ่นอุบอิบไปเงียบๆคนเดียว
"มากิ.....เมื่อคืนเธอหายไปไหนมา ชั่นเป็นห่วงนะ"เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นเบื้องหลัง
ทุกคนหันกลับไปมอง ยกเว้นมากิที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่คนเดียว
"กลับบ้านเถอะ อากาศหนาวๆแบบนี้ยังออกมาเดินข้างนอก เกิดเธอเป็นลมไปจะทำยังไง"
ชายแปลกหน้าเดินเข้ามาคว้ามือของมากิไว้
"ฟิ้ง... ตอนนี้ไม่เหมาะเท่าไหร่นะ"ไมกิพยายามปรามไว้
แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือสายตาที่ดูเหยียดหยามและขุ่นเคือง มองปราดด้วยปลายหางตาอย่างน่ากลัว ก่อนที่จะเมินหน้าหนีไป
"ไมกิ นายก็อีกคน รู้ทั้งรู้อยู่ว่าร่างกายของมากิไม่แข็งแรงมาแต่ไหนแต่ไร นายกลับทำแค่มองอยู่เฉยๆ แค่นั้น
ทั้งที่นายเป้นพี่ของเธอ.... ไม่สิ.... พี่ชายบุญธรรมอย่างนายคงไม่อยากจะมาคอยดูแลน้องสาวที่ป่วยกะเสาะกะแสะอยู่แล้วรึเปล่า"
ฟิ้งพูดจบ ไมกิก็รีบถลาเข้ามายืนเผชิญหน้า และกำหมัดไว้แน่น แต่ก็พูดอะไรไม่ออก
"เฮอะ... ไม่เถียงซักคำ.... ไม่ได้ความจริงๆคนอย่างนายเนี่ย"ฟิ้งยังคงพูดถากถาง
"ฟิ้ง.... ชั้นถือว่าเราเป็นเพื่อนกันมานาน แต่ถ้าแกยังไม่หยุดพูด ชั้นคงยั้งหมัดเอาไว้ไม่อยู่ละนะ"
สถานการชักไม่ค่อยสู้ดี ทั้งวิน โทอิ และนิ่ม ต่างก็ปิดปากมองดูอยู่เงียบๆ
"แล้วทำไม นายจะชกชั้นหรอ.... แน่ละสิ เพื่อนๆของพวกนายมีแต่ความสามารถที่เอาไว้ทะเลาะวิวาทสินะ"
ฟิ้งปราดตามองไล่ดูทีละคน ก่อนจะสะบัดหน้าหนี และคว้ามือมากิลากเดินห่างออกไป
มากิยังคงตัวแข็งทื่อ ได้แต่เดินตามแรงฉุดของฟิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ
"มากิ... เธอจะหนีไปไหนนะ"วินเรียกเธอเบาๆ
แต่แค่นั้น ก็เรียกสติของเธอกลับคืน พร้อมทั้งสบัดมือออกจากฟิ้ง และเดินถอยหลังห่างมา 2-3 ก้าว
"ห...หนู... จะอยู่ที่นี่ค่ะ"มากิเริ่มพูด
ฟิ้งมีสีหน้าตกตะลึงอยู่พักนึง ก่อนจะกัดฟันกรอดอย่างฉุนเฉียว และตะโกนก้อง
"ทำไม!!! ไอพวกสมองกลวงพวกนั้นมันปั่นหัวเธอหรือไง ไปด้วยกัน มานี่สิ..!!"ฟิ้งยื่นมือไปรอมือของมากิให้เอื้อมมาจับไว้
แต่มากิกลับถอยห่างออกมาอีก
"ถ้าเธอแต่งงานกับชั้น เธอจะได้อยู่อย่างสุขสบาย ไม่ต้องมาทุกทรมาณอยู่ที่นี่ เรื่องแค่นี้เธอคิดเองไม่เป็นหรือไง"
ฟิ้งพูดเสียงดังลั่นไปทั่ว
"ข..ขอโทษค่ะ.... หนู...จะคืนให้"มากิที่ตัวสั่นงกเป็นลูกนกค่อยๆล้วงแหวนเพรชวงสวยออกมาจากกระเป๋า
เธอยื่นคืนมันไปให้ฟิ้ง
แต่แล้ว... ฟิ้งก็ปัดแหวนวงนั้นออกอย่างไม่ใยดี และจับข้อมือของมากิเดินไปต่อ
เธอพยายามฝืนตัวเองไว้อย่างเต็มที่ แต่ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธอก็สู้แรงเอาไว้ไม่ไหวแน่
"เฮ้ยไอกร๊วก!! ผู้หญิงเค้ามีไว้ถนอม ไม่ได้มีไว้ใช้กำลัง"โทอิสติขาดคนแรก เดินเข้ามาคว้าแขนฟิ้งไว้
สายตาของทั้งคู่สบกันอย่างรุนแรง ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมซึ่งกันและกัน มือของฟิ้งบีบแน่นเข้าที่ข้อมือของมากิ
"โอ๊ย... เจ็บนะค่ะรุ่นพี่..."
เธออุทานออกมาจนฟิ้งเผลอปล่อยมือ ที่ข้อมือของเธอนั้นเป็นรอยแดงรูปนิ้วขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
"เดี๋ยวชั้นจะซัดแกเอง...."โทอิเงื้อหมัด เล็งเข้าที่หน้าฟิ้งและชกออกไปเต็มแรง
"อย่านะโทอิ!!"ไมกิตะโกนห้าม แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
ฟิ้งโยกตัวหลบหมัดของโทอิอย่างง่ายดาย แล้วสวนเข้าที่ท้องอย่างจัง
โทอิทรุดตัวลงและนิ่งอยู่อย่างนั้น
"ไอปัญญาอ่อน..."ฟิ้งสบถ
"พวกนายสู้ชั้นไม่ได้หรอก ไมกิ.. นายก็รู้ดี ถ้าไม่อยากให้เพื่อนนายเจ็บตัวก็คอยห้ามไว้ละ
ชั้นจะพามากิไปจากเมืองนี้เอง นายจะได้เจอเธออีกในพิธีแต่งงาน แล้วชั้นจะติดต่อไป"
ฟิ้งพูดเองเออเองตัดประโยคจนจบ และก็จูงมือมากิไปต่อ มากิขัดขืนไม่ได้แม้แต่น้อย
"หนอย....."โทอิพยายามลุกขึ้นเดินตามไป
"พอเถอะ...."ไมกิเข้ามาช่วยพยุงและพูดห้ามไว้
"นาย..จะไม่ตามไปหรอ...."โทอิพยายามพูด
ไมกิได้แต่ส่ายหัวน้อยๆก่อนจะยิ้มแบบถอนใจ
โทอิกัดฟันแน่น ก่อนจะพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นและถลาเข้าไปจับที่ไหล่ของฟิ้งเอาไว้
แต่หมุนตัวเพียงครั้งเดียวโทอิก็เป็นฝ่ายถูกล็อกแขนเอาไว้แทน
"บอกแล้วไง ว่าเปล่าประโยชน์..."ฟิ้งผลักตัวโทอิไปข้างหน้า
โทอิฉุนจัด และไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ เค้าตั้งท่าก่อนที่จะโถมตัวเข้าใส่อีกรอบ
"หยุดแค่นั้นแหละ....."วินดึงคอเสื้อโทอิไว้และถีบตรงข้อพับหัวเข่าจนโทอิทรุดตัวลงไปนั่งกับถื้น
"วิน... แกอย่างมาห้าม...."โทอิตะโกน
"ไม่ได้ห้าม แต่เอาไว้ทีหลังชั้นอัดไอหมอนั่นลงไปนอนซะก่อนนะ"วินพูดจบก็ไม่รอช้า เดินรี่เข้าหาฟิ้งทันที
"วิน.... อย่านะ!!!"ไมกิตะโกนไล่หลังมาแต่วินไม่สนเลยซักนิด
วินชกไปที่หน้าของฟิ้งเต็มๆ แต่สิ่งที่สัมผัสได้คืออากาศเท่านั้น ฟิ้งย่อตัวลงก่อนที่จะสวนเข้ามาที่ท้องแบบเดียวกับโทอิ
"ไม่ง่ายหรอกพวก.."วินยกเข่าขึ้นกระแทกเข้าที่จมูกของฟิ้งเต็มๆจนฟิ้งหงายหลังไป
"แก....."ฟิ้งยันตัวขึ้นมาใหม่และโกรธจัดอย่างเห็นได้ชัด
ตอนนี้เค้าเป็นฝ่ายบุดเข้ามาหาวินเสียเอง พยายามชกข้าเต็มๆที่หน้าวินด้วยการเหวี่ยงหมัดซ้ายทีขวาที แต่วินก็หลบได้ทั้งหมด
"ฝีมือแค่เนี้ย...."วินสวนเข้าที่ปลายคางเต็มๆทำให้ฟิ้งเซถอยหลังไป
"จะมาวิวาทกับชั้นไปฝึกมาให้มากกว่านี้ซะก่อนเซ่!!"วินตามหมัดขวาเต็มๆเข้าไปอีกที
ผลการต่อสู้ออกมาให้เห็นกันชัดๆ ฟิ้งนอนแผ่หราอยู่บนพื้นกุมเข้าที่ใบหน้าด้วยความเจ็บปวด
มากิยืนนิ่งเฉยดูอยู่ข้างๆ ไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือเลยซักนิด
"ไปเถอะ"วินยื่นมือไปรอรับมือของมากิ และสิ่งที่ตอบกับมาคือกอดเต็มๆจากน้องสาวเพื่อน
"เฮ่ยๆ.... จะเกินหน้าเกินตาไปรึเปล่า.... ไอวิน... พอเลยแกพอ!!"โทอิแยะทั้งคู่ออกจากกัน
"ชกต่อยเก่งแค่นี้อย่าทำเป็นได้ใจนะเว้ย"โทอิยื่นหน้าเข้ามาใกล้
"แก.... มันยังไม่จบง่ายๆหรอก....."ฟิ้งพูดขึ้นมา
"รุ่นพี่.... พอเถอะค่ะ หนูไม่อยากให้รุ่นพี่ทำแบบนี้อีกแล้ว.."มากิพูดตอบกลับไป
"เธอ.... พวกแแกขำไว้ให้ดีนะ!!! ซักวันนึง ได้เห็นดีกันแน่!!!"ฟิ้งตะคอกใส่ก่อนจะเดินหนีไปอย่างหัวเสีย
"นิสัยเสียแบบนั้นคงแก้ไม่หายไปตลอดชีวิต"โทอิบ่น
"นิสัยวู่วามของนายก็เหมือนกัน..."วินตบไหล่เพื่อนซี้
"เฮ้ยๆ ชั้นสู้มันได้นา..."โทอิพยายามยกหางตัวเอง แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะดูสายตาของเพื่อนแต่ละคนแล้วจะไม่มีใครเชื่อ
"ช่างมันเหอะ...."วินพูดจบก็ออกเดินนำไปตามทางเรียบติดชายทะเลต่อไป
โทอิจ๋อยกินอย่างช่วยไม่ได้
และมากิ.... เธอได้หัวเราะอย่างเต็มที่ในวันที่สดใสวันนี้นี่เอง................
Chapter 16
"นี่ๆ ไปหาอะไรกินกันมั๊ย"โทอิพูดชวนเพื่อนรักระหว่างทางเดินบนตึกเรียน
ทั้งคู่กำลังเดินผ่านฝูงนักเรียนจำนวนมากที่กำลังทะยอยกันกลับบ้าน
เวลาล่วงเข้าไปบ่ายกว่า พระอาทิตย์ยังคงส่องแสงแรงกล้าสะท้อนเป็นแสงสีเหลืองอร่ามบนตึกเรียนสีขาว
วินไม่ตอบคำถามนั่น
ช่วงนี้เข้าต้นหน้าหนาวของเมืองแล้ว
"ขัดหูขัดตาชมัด"โทอิบ่นพึมพำ พลางมองไปที่คู่รักที่กอดควงแขนอยู่รอบๆ
"นายจะไปโมโหทำไมเล่า ก็รีบๆหากับเค้าซักคนสิ"
"หาได้ง่ายๆก็ดีนะสิ อย่างนายสบายไปแล้วนี่ ทั้งมากิ รุ่นพี่นิ่ม แล้วก็ทราย"
"เฮ้ยๆ พูดให้มันดีๆนะเว้ย.... ว่าแต่ว่า รุ้นพี่เกี่ยวอะไรด้วยละ"วินถลึงตาใส่
"เชอะ"โทอิสบัดหน้าหนีพลางงอนตุ๊ปป่องไปด้วย
"นายนี่น้า.... จริงๆเลย ถ้าอยากมีแฟนขนาดนั้นละก็ นายเลิกจมปลักอยู่กับฟิกเกอร์ โปสเตอร์ อนิเมชั่น เกม การ์ตูน สาวน้อยพวกนั้นซักทีสิ"
"ก็ชั้นชอบเนรินจังนี่หว่า"โทอิเถียงเสียงเขียว
"ให้ตายสิ....."วินส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้
เสียงหยดน้ำใสๆที่กระทบลงบนพื้นถนน ค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆจนกลบเสียงอื่นไปหมด
ฝนเทลงมาอย่างไม่ขาดสาย วินและโทอิพากันวิ่งรวดเดียวเข้าไปหลบในร้านกาแฟแห่งหนึ่งใกล้ๆนั่น
มีนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่พากันเข้ามาหลบฝน แต่ดูภาพรวมแล้ว ล้วนแต่เป็นคู่รักทั้งนั้น
เล่นทำเอาโทอิเดือดปุดๆอยู่ในใจ
"หนาวจะตายอยู่แล้วฝยดันตกลงมาอีกน้า...."วินบนพึมพพลางปัดหยดน้ำบนหัวออก
โทอิได้แต่กวาดสายตาเลื่อนลอยมองไปทั่วร้านพลางถอนหายใจหลายเฮือก
แต่สายตาก็ไปสะดุดลงที่ประตูร้าน
บานประตูค่อยๆแง้มออกช้าๆ และคนที่เดินเข้ามาคือสาวน้อยนัยตาสีแดงที่เปียกเม็ดฝนไปทั่วทั้งตัว
เธอใช้ผ้าเช็ดหน้าปาดหยดน้ำบนใบหน้าออก และนั่งลงบนโต๊ะใกล้ๆนั่นเอง ดูเธอจะไม่ได้สังเกตุโทอิกับวินที่นั่งอยู่ตรงนี้
"อ้าว นั่นมิเรย์นี่นา...... มิเรย์!...อุ๊ฟ...." วินพยายามตะโกนเรียกแต่โทอิอุดปากเอาไว้ก่อน
"เอ้ย อำอะไออ๋องแอ(ทำอะไรของแก)"วินพูดลอดมือออกมา
"เงียบก่อน"โทอิปรามไว้ด้วยเสียงกระซิบ
ภาพของมิเรย์ที่กำลังสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานหญิงนั้นโทอิจ้องตาไม่กระพริบ
วินสลัดตัวหลุดจากมือทั้งสองของโทอิออกมาได้ และพักหายใจอยู่ชั่วครู่พร้อมกับมองหน้าของเพื่อนรักที่สายตากำลังเหม่อไปหาดอกฟ้าดอกสวรรค์ที่โต๊ะใกล้ๆ
"คนนี้หมดสิทธิ บอกไว้ก่อน...."วินเปรย
"ช่างชั้นน่า...."โทอิฉุนไม่น้อยกับการโดนเพื่อนสบประมาท
แต่แล้ว ชายหนุ่มที่มากันเป็นกลุ่มจากโต๊ะที่ไม่ห่างไปนักก็ลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้โต๊ะของมิเรย์ และพูดขึ้นเสียงดังจนได้ยินชัดมาถึงหูโทอิและวิน
"ไง.... ไม่ทราบว่านั่งด้วยจะได้มั๊ยครับ"หนุ่มผมยาวคนนึงในกลุ่มพูด
มิเรย์ไม่ตอบ แต่เธอดูเลิกลักทำอะไรไม่ถูก
"ถ้าไม่ตอบก็ถือว่าตกลงนะ"ชายคนนั้นนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม และที่เหลือก็นั่งอยู่ที่โต๊ะตัวข้างๆเลย
"เอ่อ ขอโทษนะค่ะ"มิเรย์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ และก้าวออกมา สายตาเธอมองมาที่โทอิและวินพอดี
วินพยักหน้าน้อยๆให้เธอแวบนึง เธอก็เดินมานั่งร่วมโต๊ะด้วยอย่างรวดเร็ว
"อ้าวๆ... มีเพื่อนมาด้วยก็ไม่บอก...."ชายคนนั้นดูไม่สบอารมณ์ซักเท่าไหร่ สายตาดุดันน่ากลัวมองมาทางวินและโทอิ
ทั้งคู่ทำเป็นไม่สนใจ ได้แต่ปล่อยให้พวกนั้นสบถกันเบาๆไปเรื่อย
"ขอบคุณค่ะ"มิเรย์พูดเบาๆ
"ไม่เป็นไร"วินยกกาแฟร้อนขึ้นดื่ม
"มาหลบฝนเหมือกนันหรอครับ"โทอิพูดเสียงพยายามให้เป็นธรรมชาติที่สุด
แต่เสียงของเค้าสั่นเล็กน้อย ตัวแข็งทื่อ มือไม้เก็บไม่อยู่ ดวงตากวาดส่ายไปมาอย่างคนประหม่า
"ค่ะ"มิเรย์ยิ้มตอบ เล่นเอาหัวใจของโทอิหยุดทำงานไปราว3วิ
วินกระทุ้งศอกเข้าใส่ชายโครงเพื่อนตัวเองไป1ที คราวนี้หัวใจเกือบจะหยุดทำงานไปจริงๆ
"ยิ้มหน้าบานเชียวนะ"วินกระซิบให้โทอิ
"เฮ้ย เจ้บนะเฟ้ย..."โทอิตะโกนใส่
"เออๆ แกจะยิ้มอีกนานมั๊ย มิเรย์เค้ากลับไปแล้ว"วินพูดพลางดื่มกาแฟจนหมดแก้ว
"หา!...."โทอิมองหาสาวน้อยตาสีแดง แต่เธอก็ไม่อยู่ตรงที่ที่เธอเคยนั่งแล้ว
"แกเหม่อเข้าไปได้จนฝนหยุดตกแล้ว"วินกวักมือเรียกพนักงานให้มาเก็บเงิน
ท้องฟ้าเริ่มมืดสลัวอย่างบอกไม่ถูก บรรยากาศก้ำกึ่งระหว่างพระอาทิตย์กำลังจะตกนั้นสวยงามยิ่งนัก
ท้องฟ้าด้านตะวันตกยังเป็นสีแดงเข้ม แต่หมู่ดาวอีกฝั่งนึงก็แข่งกันส่องแสงรำไรเสียแล้ว
ฝนที่พึ่งหยุดตกไปทำให้พื้นถนนเปียกแฉะอย่างช่วยไม่ได้ และก็ทำให้อากาศในช่วงต้นของฤดูหนาวชวนน่านอนซุกอยู่ในผ้าห่มเสียมากกว่า
"งั้นพรุ่งนี้เจอกันที่โรงเรียน"วินบอกลากับโทอิแล้วเดินแยกเข้าไปในซอย ทิ้งโทอิไว้กับยามเย็นคนเดียว
โทอิมองตามเพื่อนชายไปจนลับสายตา และเริ่มเดิมทอดน่องไปตามถนนสายใหญ่อย่างเงียบๆ
"หนาว..."โทอิบ่น พลาถูมือเข้าหากัน
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากกลายเป็นไอสีขาวขุ่นและค่อยๆจางหายไปในที่สุด
โทอิรีบเร่งฝีเท้าขึ้นอีกเพื่อที่จะไปให้ถึงบ้านและผ้าห่มไวๆ
แต่ฝีเท้าของเค้าก็หยุดลงเมื่อตัวของโทอิไปชนกับคนคนนึงที่ยืนเหม่ออยู่อย่างไม่ได้ตั้งใจ
"ว้าย!!...."คนที่ถูกชนร้องเสียงหลงและล้มลงกับพื้นที่เฉอะแฉะ
"ข..ขอโทษครับ ผมไม่ทันได้ดูทางเอง"ความมืดทำให้มองเห็นหน้าของคนที่นั่งแหมะอยู่กับพื้นไม่ชัดนัก
โทอิยื่นมือไปให้ และดึงตัวให้ยืนกลับขึ้นมา
"ขอโทษครับ"โทอิของโทษซ้ำอีกครั้ง
"ไม่เป็นไรค่ะ..."คนตรงหน้าตอบกลับ และเสียงก็บอกได้แน่นอนว่าเป็นผู้หญิง
โทอิพยายามเพ่งมองใบหน้าตรงหน้าให้ชัดๆ แต่มันพร่ามัวเสียเหลือเกิน เพราะมันย้อนแสงกับไฟถนน
โทอิเผลอตัวบีบมือเล็กๆที่เค้าจับอยู่ไปเสียแน่น
"เอ่อ... ขอมือคืนได้มั๊ยค่ะ.."คนตรงหน้ากล่าว
"อ...อ๊ะ... ขอโทษครับ"โทอิกระชากมือออกอย่างร้อนลน หน้าของโทอิที่มองผ่านแสงไฟสลัวของถนนนั้นแดงผ่าวเป็นลูกตำลึง
"หึๆ..."หญิงสาวตรงหน้าหัวเราะเบาๆและยิ้มให้ แม้จะมองไม่ชัดแต่ก็ดูรู้แน่ว่ายิ้มให้อยู่
"เอ๋..."โทอิรู้สึกคุ้นๆกับเสียงหัวเราะนั่น
"หึๆๆๆ.... ฮ่ะๆๆ..... ฮ่าๆๆๆๆ"เสียงหัวเราะอย่างเบาๆดังขึ้น จนในที่สุดก็กลายเป็นเสียงหัวเราะแบบสุดจะกลั้นที่ระเบิดออกมา
"โทอินี่น่ารักจังเลยน้า"หญิงสาวตรงหน้าพูด
"เอ๋?.."โทอิงงเล็กน้อยกับประโยคที่ได้ยิน
"ชั้นเอง...."คนตรงหน้าขยับตัวเล็กน้อยให้มองเห็นใบหน้าได้ในแสงไฟที่ส่องมาจากทางด้านหลัง
"ทราย..."โทอิเรียกชื่อคนตรงหน้าออกมา
"อื้อ ตอนแรกจำไม่ได้รึไง"
"ก็แหม.. มันมองเห็นไม่ชัดนี่"โทอิพูดได้อย่างสบายใจทันทีที่รู้ว่าเป็นคนรู้จักในห้อง
"ไปไหนมาหรอ ป่านนี้แล้วยังไม่กลับอีก"โทอิพูดน้ำเสียงเป็นตาแก่เล็กๆ
"ไปเที่ยวมานิดหน่อยนะ เลยกลับดึก"
"เที่ยว...."โทอิมีน้ำเสียงสงสัย
"อื้อ ไปดูละครมา"
"อ่อ...."
"เห ทำไมหรอ"ทรายถามทันควัน
"ป..เปล่า นึกว่าไปเที่ยว แบบ... เอ่อ...."
"ฮะๆ โทอิเนี่ย เห้นชั้นเป็นคนยังไงนะ"ทรายตอบทั้งรอยยิ้ม
"เอ้อ.. ช่างมันเหอะ แล้วเธอไปกับใครละ"โทอิชิงปัดเรื่องออกไป
"มิเรย์จัง"ชื่อนี้ที่หลุดออกมาจากปากทรายทำเอาโทอิชะงัก
"คุณมิเรย์นะหรอ"โทอิพยายามพูดน้ำเสียงให้เป็นธรรมชาติที่สุด
"อยากไปด้วยจังน้า..."โทอิเผลอพูดออกไป
"เอาสิ ไว้คราวหน้าไปด้วยกัน"ทรายตอบอย่างไม่ได้คิดอะไร
แต่าโทอิรู้ตัวก็สายไปเสียแล้วว่าเค้าพูดอะไรออกไป
โทอิละล่ำละลักหาทางตอบกลับอยู่พักนึง
"เอ่อ... ชั้นชวนวินไปด้วยได้รึเปล่า"โทอิพยายามหาทางเอาตัวรอดได้ในที่สุด
"วินหรอ.... เค้าคงไม่ชอบดูละมั้ง"ทรายตอบกลับแบบปัดๆไป
"ไม่ลองถามดูก็ไม่รู้หรอก"
"ชวนคนอื่นดีกว่านะ ชั้นคิดว่าวินคงไม่ไปด้วยหรอก"ทรายพยายามหาทางเลี่ยงแบบแปลกๆ
ถึงแม้โทอิจะสมองเท่าเม็ดถั่วที่สุดในชั้น แต่เค้าก็คิดได้ว่าคงจะมีอะไรแปลกๆไป
"อื้อ งั้นเดี๋ยวชั้นลองชวนไมกิดูนะ"
"จ้า แล้วไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ"ทรายพูดพลางแยกตัวออกไปเมื่อถึงหน้าบ้านเธอ
"ไว้เจอกัน"โทอิพูดทิ้งท้าย และกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับบ้านให้เร็วที่สุด
UnJustice
Sep 25 2006, 07:00 PM
Chapter 1
Story : Rain....
Create By UJ
ฤดูฝน.... ช่างเป็นฤดูที่ยาวนานเสียนี่กะไร แต่ก็เป็นฤดูที่ผมชอบที่สุดในประเทศที่ร้อนอบอ้าวติดอันดับแห่งนี้
ฝนเริ่มตกพรำๆ กระทบกับร่มสีดำของผมเป็นจังหวะ
ทางเดินที่ชื้นแฉะทำให้ขากางเกงยีนตัวเก่งของผมเปียกอย่างช่วยไม่ได้
ทามกลางบรรยากาศอันหมองหม่นนี้ ผู้คนข้างทางค่อยๆหายไปอย่างช้าๆ
ผมเดินเลียบฟุตบาท และหักเลี้ยวที่มุมถนน
ป้ายรถเมลล์
ผมเก็บร่มและยัดลงไปในช่องหน้าของกระเป๋าสะพาย
ถนนช่างดูว่างเปล่าในช่วงเย็นๆของวันอาทิตย์
เก้าอี้พลาสติกที่มีน้ำขังเรียงกัน4-5ตัวทำให้ผมไม่สามารถทิ้งร่างกายอันเมื่อยล้าลงไปได้
ผมจึงเลือกที่จะยืนใต้หลังคากันแดดกันฝนผุๆริมถนนแห่งนี้
"จ๋อมๆๆ..."เสียงฝีเท้ากระทบลงบนพื้นที่เปียกน้ำใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
ผมหันไปมองเพียงชั่วครู่และก็เบือนหน้ามองทอดไปตามถนนสายยาว
ร่างที่เห็นช่างเลือนรางเพราะสายฝนนั้นไม่ทำให้ผมสนใจซักเท่าไหร่
ในที่สุดเสียงฝีเท้านั้นก็หยุดลง
ใครซักคนที่ยืนอยู่ใต้หลังคาเดียวกับผมนี้คงจะมารอรถเมลล์เหมือนกัน หรือไม่ก็คงมาหลบฝนเพียงชั่วคราว
เสียงหอบหายใจอ่อนๆดังเป็นจังหวะช้าๆ ดูกลมกลืนไปกับเสียงของฝนข้างนอกนั่น
"ตรู๊ด........."เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ที่ดูเชยสนิท ดังขึ้นข้างๆผม
"ฮ..ฮัลโหล....."เจ้าของโทรศัพท์กดรับ
เสียงของเธอ ทำให้ผมหันไปมองเพียงชั่วขณะ
นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในย่านนี้ ยืนเปียกปอนอยู่ห่างจากผมไม่ถึงเมตร
แว่นกรอบสีดำเชยๆ กระโปรงจีบยาวเชยๆ ทรงผมรวบไว้อย่างเชยๆ
ดูเธอช่างเชยสนิทไม่เหมาะกับยุคสมัยซักนิด
"อื้อ..... วันนี้คงไปไม่ได้.... ช่ายยยย ฝนตก... น่าเบื่อสิ... พรุ่งนี้ไปแน่ๆ..... จ้า ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ"
เสียงหวานๆพูดใส่โทรศัพท์โนเกียรุ่นอภิมหาอึดนั้น
เธอชำเลืองมองผมหน่อยๆก่อนที่จะส่งยิ้มเล็กๆของเธอให้
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมสนใจเธอซักนิด ผมยิ้มตอบเล็กๆ และมองผ่านสายฝนไปอีกฝั่งนึงของถนน
"นายมารอรถหรอ"เธอขยับตัวเข้ามาใกล้
ผมชำเลืองมองนิดนึงก่อนที่จะตอบกลับไป
"ครับ...."
มายืนอยู่ป้ายรถเมลล์คงจะมารอเครื่องบินมั้ง ผมคิดในใจ
"แปลกคน"เธอพึมพำเบาๆ ก่อนที่จะวางกระเป๋าถือลงข้างๆตัว
เธอสิแปลก แม้อยากจะพูดออกไปเต็มแก่ แต่ผมก็กลั้นความคิดนี้เอาไว้ได้
เวลาผ่านไปไม่กี่ชั่วอึดใจ เธอก็นั่งลงบนเก้าอี้ข้างหลัง
แต่นั่งลงไปเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เพื่อที่จะไม่ให้โดนน้ำที่ขังอยู่
ฝนยิ่งโหมกระหน่ำตกแบบไม่ลืมหูลืมตา รถเมลล์สายที่ผมรออยู่ก็ไม่มาซักที
เธอถอดรองเท้าของเธอออก แล้วรองเท้าสีแดงสดส้นแหลมปี๊ดก็ถูกดึงออกมาจากกระเป๋าถือของเธอ
หลังจากสวมรองเท้าคู่สวยนั่นเข้าที่แล้ว เธอก็ชำเลืองมองอยู่นิดหน่อย และก็หัวเราะคิกคักกับตัวเอง
ตอนนี้ผมเริ่มสนใจผู้หญิงเชยๆคนนี้ขึ้นมาซะแล้ว
ผมชำเลืองอยู่เรื่อยๆเพื่อที่จะดูต่อไปว่าเธอจะทำอะไร
สายตาของผมที่ชำเลืองมองผ่านไหล่ไปเจอเข้ากับนัยตาคู่สวยที่มองผ่านกรอบแว่นสีดำนั่นกลับมา
เธอยิ้มให้ แต่ผมไม่ยิ้มตอบ
เพราะเธอเริ่มปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของเธอออกที่ละเม็ด
ผมหยุดหายใจไปชั่วขณะ แต่ก็เริ่มหายใจต่อได้เมื่อเห็นเสื้ออีกตัวที่อยู่ข้างใน
เป็นเสื้อสีขาว แขนกุด คอกว้าง มันเริ่มทำให้หัวใจผมเต้นจังหวะแปลกๆ
"มองอะไรหรอค่ะ"น้ำเสียงยั่วยวนที่ดังผ่านเสียงผนมานั้นทำให้ผมเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
เธอลุกจากเก้าอี้ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกันพื้นฟุตบาทดังเข้ามาใกล้
"ฝากถือหน่อยสิ"เธอยัดเสื้อนักศึกษาตัวจิ๋วใส่มือผม
แต่เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้ เธอเริ่มปลดเข็มขัดกระโปรงนักศึกษา
พระเจ้า ท่านยังล้อเล่นกับผมไม่พออีกหรอนี่
ผมพยายามคิดไปในทางที่ดี เธอคงจะเพียงร้อน อยากจะถอดชุดตัวนอกออกเท่านั้น
ความคิดนั้นหายไปกับสายฝนที่ไหลลงท่อไป
รถเก๋งสีน้ำเงินวิ่งตัดผ่านผมไปอย่างรวดเร็ว พร้อมสายน้ำที่สาดกระเซ็นขึ้นมาบอกให้รู้ถึงสาเหตุของน้ำขัง
ตั้งแต่เอวลงไป เสื้อผ้าผมเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำที่สีออกดำๆ
"ไอบ้า ขับรถประสาอะไรวะ"เสียงด่าแว๊ดของหญิงสาวที่หลบอยู่หลังผมดังก้องไปกับฝนที่ตกหนักกว่าเดิม
เธอชะเง้อมองกางเกงยีนตัวโปรดของผม
"ซวย.... ช่วยไม่ได้"เธอกระซิบกับผมเบาๆ ก่อนหันไปปลดตะขอกระโปรง
เธอยัดเข็มขัดสีดำเงาวับไว้กับเสื้อในมือผม
ผมพยายามมองไปข้างหน้าตรงๆเพราะไม่อยากจะไปก้าวก่ายกับที่เปลี่ยนเสื้อผ้าฉุกเฉินของเธอคนนี้
ในที่สุดกระโปรงจีบบานก็พาดลงบนหัวไหล่ซ้ายของผม
เธอใส่กางเกงขาสั้นสีเนื้อตัวจิ๋ว ที่ดูเหมือนกางเกงในมีขาเสียมากกว่า
เธอนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม พร้อมหยิบอุปกรณ์แต่งหน้าออกมาจากกระเป๋าถือ แว่นและยางรัดผมของเธอ
ถูกยัดกลับลงไปในกระเป๋าแทน
เผยให้เห็นหน้าใสๆขาวเนียน น่ารักชวนมองอย่างไม่น่าเชื่อ
หลังจากอลวนกับการปัดขนตา อุปกรณ์แต่งหน้าก็กลับลงไปอยู่ในกระเป๋าตามเดิม
เธอเดินมาข้างๆผมแล้วคล้องหูกระเป๋าเข้าไปในข้อแขน
"ฝากไว้ก่อนนะ..."เธอยิ้มอย่างแปลกๆชอบกล ก่อนวิ่งออกไปที่สายฝนข้างนอก
รถเก๋งสีน้ำเงินคันโก้ที่ผมจำได้ว่าเป็นคันเดียวกับที่ทำกางเกงผมเลอะ
จอดอยู่ริมฟุตบาท เยื้องไปไม่ห่างนัก
เธอเปิดประตู ผมรู้สึกได้ว่าเธอหันมาส่งยิ้มให้ผมน้อยๆ ก่อนที่ร่างของเธอจะหายเข้าไปในรถคันโก้นั่น
เธอจากไป... รถจากไป... เหลือทิ้งไว้แต่ความงงงวยเต็มสองมือของผม
รถเมลล์คันที่ผมกำลังรอคอยค่อยๆเข้ามาจอดเทียบกับป้ายที่ผมยืนอยู่
แต่ผมยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ได้ก้าวขึ้นไปบนรถ
ตัวรถค่อยๆเคลื่อนช้าๆ จากไปอย่างเงียบๆ
แสงตะวันอ่อนๆที่กระทบหน้าผมนั้น บ่งบอกให้รู้ว่า "ฝน" ได้หยุดตกแล้ว
Chapter 2
Story : Flower
Create By UJ
เช้าอันสดใสของวันที่แสนธรรมดาวันหนึ่งของผม
แสงแดดอ่อนๆกระทบกับหน้าของผม ให้ความรู้สึกที่ดีเหลือเกิน แม้มันจะเป็นวันธรรมดา
แต่ผมก็รู้สึกสดใสซะยิ่งกว่าวันหยุดสุดสัปดาซะอีก
ผมบิดร่างที่อ่อนล้าจากการทำงานให้เตรียมพร้อมที่จะออกไปเจอกับวันใหม่
ขนมปังใส้ถั่วแดงถูกยัดใส่ปากผมอย่างเร่งรีบ
หลังจากใส่รองเท้าผ้าใบสีดำเข้าที่แล้ว ผมก็หายออกไปทันที
เหลือบ้านที่ว่างเปล่าไว้เบื้องหลัง
ถนนที่ทอดยาวออกไปถึงถนนใหญ่ข้างนอกนั่น มีร้านค้าเล็กๆน้อยๆขึ้นประปราย
ส่วนใหญ่จะเป็นของกิน เด็กๆในชุดนักเรียน2คนวิ่งผ่านข้างตัวผมไปอย่างรวดเร็ว
เสียงหัวเราะและคำพูดหยอกล้อทำให้ผมคิดถึงวันคืนเก่าๆที่ผ่านเลยมาแล้ว
เสียงครืดคราดของประตูกรงเหล็กดังขึ้น
ผมหันไปดูอย่างสนใจ เพราะก่อนหน้านี้ประตูลูกกรงไม่เคยถูกเปิดออก และกระดาษหลุดๆลุ่ยๆที่เขียนไว้ว่า "ขาย" ก็หายไปแล้วด้วย
ผมชะงักอยู่หน้าห้องแถวนั่นชั่วครู่ รอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปตรงหน้าผม
-Flower Shop-
ตัวอักษรสีแดงที่ติดอยู่บนกระจกบานใหญ่หลังลูกกรงเหล็กนั่นทำให้ผมยิ่งอยากรู้อยากเห็นมากกว่าเดิม
ร้านขายดอกไม้.... น่าสนใจ
ผมเดินไปชะเง้อที่ประตูกระจกหน้าร้าน
ภายในร้านถูกตกแต่งไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์อย่างที่ร้านดอกไม้อื่นๆเป็น
และแน่นอน ตระกร้าใส่ดอกไม้นานาชนิดก็เรียงรายอยู่ทั่วร้าน
ดอกกุหลาบ ขาว แดง ชมพู ในตะกร้าเดียวกันนั้นสะดุดตาผมมากที่สุด
ซัก2-3ดอกก็คงจะดี ความคิดชั่ววูบของผมสั่งให้ผมผลักประตูกระจกเข้าไปในร้าน
เสียงกระดิ่งหน้าประตูกังวานก้อง แต่ยังไม่เห็นวี่แววของเจ้าจองร้านที่มาเปิดประตูเมื่อกี้นี้เลย
"-vFmKot8jtgikpy'w,jgxbfihko"ภาษาแปลกๆที่ผมบอกได้ว่าไม่ไช่ภาษาอังกฤษแน่ๆดังผ่านประตูที่เชื่อมกับหลังร้านออกมา
"อ..เอ่อ....ขอโ... Sorry May i have some flower"ภาษาอังกฤษกระท่อนกระแท่นของผมหลุดปากออกไป
"...."ไม่มีเสียงตอบกลับมา
ผมยืนคอยอยู่อย่างสิ้นหวัง
ขณะที่ผมกำลังหันกลับออกไปจากร้านนั้น
"ซื้อดอกไม้หรือค่ะ"เสียงของบุคคลที่น่าจะเป็นเจ้าของร้านดังขึ้นข้างหลัง
"เอ่อ...ครับ"ผมพยายามมองหน้าของเจ้าของร้านให้ชัด ที่เธอยืนอยู่ในมุมมืดของร้าน ทำให้ภาพของเธอดูสลัวๆ
"ดอกอะไรค่ะ"เธอหยิบอะไรบางอย่างข้างๆตัวก่อนที่จะเดินออกมาจากเงามืด
"กุหลาบครับ...."ผมพูดเสียงเบาแทบไม่ได้ยิน
ผู้หญิงตรงหน้าผม ชาวต่างชาติแน่ๆ เพราะผมสีบลอนด์ของเธอบอกได้อย่างแน่ชัด
"กี่ดอกดีค่ะ"เธอยิ้มอย่างเป็นมิตร
"3ดอกครับ"สำเนียงภาษาไทยที่ฟังดูแข็งๆของเธอทำให้ผมยิ้มออกมานิดๆ
"60บาทค่ะ คุณ...Chose some"ดูเหมือนภาษาไทยของเธอจะไม่แข็งแรงนัก
"ค..ครับ"ผมเอื้อมมือไปหยิบกุหลาบสีขาว แดง และชมพูอย่างละดอกขึ้นมาจากตะกร้า
"For your secret ไช่มั๊ยค่ะ"เธอยิ้มหวานๆให้ ก่อนที่จะรับกุหลาบจากมือผมไป
"Secret.."ผมทวนคำพูดนั้นอย่างงงๆ
เธอดึงกระดาษฟอยล์จากกล่องกระดาษที่อยู่ข้างๆตัวขึ้นห่อก้านของกุหลาบ
ตอนนี้เองที่แสงอาทิตย์ส่องผ่านกระจกหน้าร้านเข้ามาอย่างเต็มที่ ส่องให้เห็นสาวต่างชาติตรงหน้าของผม
ผมบลอนด์ นัยตาสีฟ้าอ่อนๆ ใบหน้าที่เหมือนจะเป็นคนยุโรปมากกว่าอเมริกัน
เสื้อแขนยาว กระโปรงสีเข้มที่ยาวถึงหัวเข่า ผ้ากันเปื้อนสีแดงสด
"เธอชอบแน่ๆค่ะ"เธอพูดให้ผมตื่นจากพวังเล็กๆที่ผมสร้างขึ้นในหัว
"เธอ...."ผมทวนคำที่ไม่ค่อยเข้าใจความหมาย
"แฟนของคุณไงค่ะ"เธอหยิบถุงพลาสติกใบเล็กแต่ค่อนข้างยาว ก่อนบรรจงใส่ดอกกุหลาบลงไปในนั้น
"ผมยังไม่มีแฟนหรอกครับ"ผมตอบไปตามตรง ก่อนที่จะหยิบแบ้งร้อยสีแดงสดออกมาจากกระเป๋ากางเกง
ดูเธอไม่ค่อยแปลกใจกับคำพูดของผมเท่าไหร่ เธอล้วงลงไปในกระเป๋าหน้าของผ้ากันเปื้อน
เธอหยิบแบ้งสีเทาที่มัดรวมกันไว้เป็นปึกขึ้นมาอย่างลังเล
"เอ่อ ชั้นไม่มีเงินทอนเลยค่ะ"สีหน้าลำบากใจของเธอทำให้ผมลำบากใจตามไปด้วย
หลังจากยืนเก้ๆกังๆอยู่กลางร้านได้ซักพัก
ผมก็ยื่นแบ้งร้อยใส่มือของเธอ
"Don't worry , I'll get some rose again tomorrow . Keep it"
เธอรับไปอย่างงงๆ ก่อนที่จะยิ้มเป็นเชิงขอบคุณให้ผม
ผมเดินออกมาจากร้านโดยที่ไม่พูดอะไรอีก
หลังจากหมดวัน ผมก็กลับมาถึงบ้านด้วยความเหนื่อยอ่อน
พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ผมจึงทิ้งตัวให้หลับไหลอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกของตัวเอง
เหมือนเคย พระอาทิตย์ส่องผ่านกระจกเข้ามาปลุกให้ผมตื่นในตอนเช้าโดยไม่ต้องใช้นาฬิกาปลุก
ภารกิจประจำวันเช่นเคย หลังจากแต่งตัว หาอะไรใส่ท้อง
ก็เดินออกจาบ้านไปทำงานเหมือนทุกๆวัน
ร้านดอกไม้ร้านนั้น ผมคาดว่าเธอยังคงจำคำพูดเมื่อวานได้
เมื่อเดินมาถึงร้าน ลูกกรงเหล็กก็ถูกเปิดออกแล้ว
ผมเดินเข้าไปในร้าน เสียงกระดิ่งที่ประตูขานรับผมเหมือนเคย
หลังจากเสียงกริ่งเงียบลงแล้ว ในร้านก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่ส่งเสียงอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเท่านั้น
"มีใครอยู่มั๊ยครับ"ผมตะโกนเรียก
แต่เสียงที่ตอบกลับมาคือเสียงสะท้อนของตัวผมเอง
ไม่มีใครอยู่เลย หญิงสาวผมบลอนด์คนนั้นหายไป ผมเดินออกจากร้าน แล้วค่อยๆก้าวไปตามริมฟุตบาท
เธอหายไปไหนนะ ความคิดนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวผม
และคิดได้ว่าควรจะหันไปมองอีกซักทีนึง
แต่นั่นก็ทำให้ผมประหลาดใจยิ่งนัก
ลูกกรงเหล็กยังคงปิดอยู่เช่นเคย ป้ายกระดาษลุ่ยๆสีขาวนั่นแปะอยู่ที่ที่มันเคยอยู่เช่นกัน
ตัวอักษรสีแดงที่เขียนว่าขาย ยิ่งทวีความงงงวยให้ผม
ความรู้สึกเย็นวาบประหลาดในมือขวาของผมสั่งให้ผมยกมันขึ้นมาดู
ดอกกุหลาบสีแดงสด2ดอกถูกห่อด้วยฟอยล์สีเงินกำลังสะท้อนกับแสงตะวันในมือขวาของผมนี้........
อันนี้เป็นเรื่องสั้นผมแต่งเอง มันอาจจะอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ผมแต่งเหมือนเป็นการวาดรูปแอบส์แทรกมากกว่า เหมือนเป็นการระบายสิ่งที่อยู่ในใจออกมา
หวังว่าคงแก้เงได้ซัก 1%ก็ดีนะครับ XD
UnJustice
Sep 26 2006, 10:33 PM
ตอนที่ 17 ครับ
ตอนใหม่ล่าสุดเลยพึ่งเขียนเสร็จสดๆร้อนๆ TOT
Chapter 17
เช้าวันนี้หนาวกว่าวันที่ผ่านๆมามาก แม้ท้องฟ้าจะแจ่มใสมีแสงอาทิตย์ส่องอยู่ก็เถอะ
ลมหนาวที่พัดกระหน่ำซะจนเสียวไปถึงในกระดูก วันนี้เสื้อกันหนาวหลากสีเริ่มออกมาเผยให้เห็นตามท้องถนน
"อีกไม่กี่วันก็คริสมาสต์แล้วเนอะ"นิ่มพูดเปรยๆ
"อือ...."วินตอบแบบไม่ได้สนใจซักเท่าไหร่
"วินมีแผนจะทำอะไรรึเปล่า"นิ่มถาม
"ก็เปล่า คริสมาสต์ไม่มีอะไรเป็นพิเศษซักหน่อย แล้วนี่จะเริ่มเรียนแล้วรุ่นพี่ยังไม่กลับห้องไปอีกหรอ"
"ใจร้าย...."นิ่มทำหน้าบูดบึ้งพลางลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไป
และเสียงออดเริ่มเรียนก็ดังขึ้น พร้อมกับเด็กหนุ่มอีกคนที่วิ่งเข้าห้องมาทันอย่างฉิวเฉียด
"เกือบสาย"วินบอกกับเพื่อนชายที่นั่งลงข้างๆ
"ช่างชั้นน่า..."โทอิหอบจนตัวโยน และหยิบหนังสือเรียนวิชาแรกออกมาวางบนโต๊ะ
จนวิชาแรกเริ่มขึ้น
วิชาสังคมที่น่าเบื่อซะจนอยากจะหลับไปทั้งอย่างนั้น โทอิหาวแล้วหาวอีก แม้อาจารย์จะเขม่นสายตามาหลายครั้ง ก็ยังไม่วายหาวสวนกลับไปจนได้
"เมื่อคืนนอนไม่พอหรือไง"วินที่กำลังจดโน้ตลงสมุดอยู่พูดขึ้น
"อืม... พอดีนอนไม่ค่อยหลับ มีเรื่องให้ต้องคิดนิดหน่อย"
"เรื่องที่ต้องคิด.... นายเคยคิดอะไรด้วยหรอเนี่ย...."วินพูดด้วยสีหน้าเมินเฉย
แต่โทอิตอนนี้กับเดือดปุดๆ
"เรื่องของแกกับทรายนั่นแหละ"โทอิพลั้งปากพูดออกไปโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ
วินหยุดปลายปากกาที่กำลังจดลงกระทันหัน
"เรื่องของชั้นแกไม่ต้องยุ่ง...."วินพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
"จะไม่ให้ยุ่งได้ยังไง ก็ดูเหมือนเธอจะเกลียดนายอยู่..."
"หุบปาก!!..."วินตะโกนลั่นห้อง ทำเอาอาจารย์ที่กำลังขีดชอล์คลงบนกระดานสะดุ้งเฮือก
และแน่นอน ทั้งสองคนก็ถูกสั่งให้ไปวิ่งรอบสนามคนละ 10 รอบ เป็นการตอบแทน
"ให้ตายสิ เมื่อเช้าก็วิ่งมาโรงเรียนรอบนึงแล้ว ต้องมาวิ่งอีกหรอเนี่ย"โทอิบ่น
"เพราะแกนั่นแหละ ถ้าไม่หาเรื่องมาชวนทะเลาะ ก็คงจะไม่โดนใช่มั๊ยละ"วินที่นอนแผ่อยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆเอ่ย
"เออ ขอโทษ ชั้นผิดเอง"
"ไม่ต้องขอโทษก็ได้ แต่ช่วยอธิบายให้เข้าใจนิดได้มั๊ย"วินยันตัวลุกขึ้นนั่ง พลางกระเถิบเข้าไปใกล้เพื่อนสนิท
"พอเมื่อคืนตอนกลับบ้านชั้นเจอทรายเข้าระหว่างทาง"
"อือ แล้วไงต่อ.."
"พอดีคุยกันเรื่องที่เธอไปดูละครกับมิเรย์มา ชั้นเลยบอกว่าจะชวนแกไปด้วย แต่ดูเธอไม่ค่อยจะอยากให้แกไป เลยบอกให้ชั้นไม่ให้ชวนแก"
"ถึงมาชวนชั้นก็คงไม่ไปหรอก ชั้นเกลียดละครจะตาย"
"แกทำเหมือนไม่ใช่เรื่องของตัวเอง"โทอิพูดต่อ
"ช่างชั้น..."จบบทการสนทนา ไม่มีคำพูดหลุดออกมาอีกจากปากของทั้งคู่
วินลุกขึ้นและปัดฝุ่นที่ติดอยู่ที่กางเกงออก เท้าทั่งคู่ของเค้าพาเดินมุ่งตรงไปยังโรงอาหาร เพื่อท้องที่ตอนนี้ร้องจ๊อกๆซะแล้ว
ที่โรงอาหาร สถานที่ที่นักเรียนชุกชุมกันมากในเวลาพักเที่ยง เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ดังตลบอบอวลทำให้ที่แห่งนี้ดูมีชีวิตชีวา
โทอิคว้าน้ำเปล่าขวดนึงแล้วก็มายืนรอเพื่อนชายที่ทางออกด้านข้าง เพื่อที่จะเดินทะลุไปยังต้นไม้ใหญ่ที่เป็นที่รวมตัวประจำของเพื่อนฝูง
วินเดินกลับมาพร้อมกับขนมปังหลายชิ้นในมือ
"เฮ้ยๆ เดี๋ยวก็มีข้าวกล่องนะ แกจะเอาขนมปังไปทำไมตั้งเยอะแยะ"โทอิเริ่มพูดคำแรกหลังจากจบการถกเถียงกันที่สนาม
"มันหิว ข้าวกล่องเดียวไม่พอหรอก"วินเดินผ่านไปทำหน้าตาเฉยๆ
โทอิรีบเดินตามไปโดยไม่พูดสาวเรื่องต่อ
เมื่องทั้งคู่เดินมาถึง เพื่อนๆก็มารออยู่กันครบแล้ว และมีอีกหนึ่งรายมาเพิ่มด้วย
"ทราย..."โทอิเผลอหลุดปากออกไปเบาๆเมื่อเห็นทรายกำลังคุยกับมิเรย์ พร้อมกับกินข้าวไปด้วย
วินทำหน้าเฉยชาเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ เดินไปรับข้าวกล่องจากมือมากิ และมานั่งลงที่เดินที่เค้านั่งประจำ
ทรายกับมิเรย์ก็ยังคุยกันคิกๆพร้อมกับมีมากินั่งฟังอยู่ข้างๆ
"นี่... ไม่เข้าไปทักเค้าหน่อยหรอ"โทอิรีบวิ่งมากระซิบใกล้ๆ
"ไม่ละ เราไม่ได้เป็นอะไรกันนี่"วินตอบพลางยัดขนมปังที่ซื้อมาเข้าปาก
"อย่างน้อยก็เป็นเพื่อนกัน น่าจะทักทายกันบ้าง"โทอิพูดเสียงไม่พอใจ
"ถ้าจะทักเดี๋ยวเธอก็ทักชั้นเองละ"วินพูดทั้งๆที่มีขนมปังเต็มปากและเริ่มแกะห่ออีกอันนึง
"ไอบ้าเอ้ย.. ทำแบบนี้ระวังชวดนะเว้ย"
วินหยุดมือจากห่อขนมปังอันที่สอง แล้วหันมาจ้องหน้าโทอิอย่างจัง สายตาดุดันที่รุนแรงอาฆาตฉายอยู่บนหน้าชั่วครู่
ก่อนที่จะหายไปพร้อมกับการยัดขนมปังเข้าปากเป้นชิ้นที่สอง
โทอิกลืนน้ำลายหนึ่งเอื้อกและเริ่มกินข้าวกล่องของตนเองไปเงียบๆ
"แล้วแกละ ถ้าขืนยังเป้นอย่างงี้อยู่ก็ชวดเหมือนกันนะ..."วินพูดหลังจากสวาปามขนมปังเข้าไปจนหมด
"ก็คนมันอายนี่หว่า จะให้ทำไงละ"
"อายเอยอะไรวะ ที่กับสาวน้อย 2D ก็แทบจะเอาปากจูบกับจอคอมพิวเตอร์อยู่แล้วนี่ แค่นี้จะไปอายอะไร"
"เฮ้ย... แกอย่าพูดเรื่องนั้นเสียงดังสิ"โทอิรีบแก้ตัวอย่างลุกลี้ลุกลน
เลิกเรียน
เป็นเวลาราวๆ4โมงเย็น พระอาทิตย์เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มจ้า ส่องสรรพสิ่งให้เป็นเงายาวทอดไปตามพื้น
ลมเย็นๆพัดทะลุเสื้อนักเรียนบางๆหนาวไปจนถึงกระดูก วินเดินห่อตัวออกมาจากอาคารเรียน
ทอดหายใจออกมาเป็นไอขาวๆ และจามเสียงดังจนน้ำมูกย้อยออกมา
"หนาวเป็นบ้า"วินเช็ดน้ำมูกด้วยแขนเสื้อพลางบ่น
"ไงค่ะ.."เสียงสาวน้อยที่ดูเหมือนจะยืนรอเค้าอยู่แลวในเสื้อโค้ทกันหนาวสีเนื้ออ่อนๆ
เธอยืนรออยู่ที่หน้าประตูโรงเรียนพร้อมกับตาสีแดงที่สะท้อนกับแสงแดดเป็นประกายคู่นั้น
"อื้อ.. มีอะไรรึเปล่า มิเรย์"วินตอบกลับ
"มีสิจ๊ะ ไม่งั้นจะมายืนรออยู่ตรงนี้รึไง"มิเรย์ตอบพร้อมรอยยิ้ม
"ยืนรอ? ใคร... ชั้นหรอ"วินพูดด้วยสีหน้างงๆ
"ใช้แล้ว ชั้นมีธุระจะพูดด้วยนะ ข้องนอกนี่หนาวเนอะ เดี๋ยวไปคุยกันที่ร้านรุ่นพี่ก็แล้วกัน"เธอพูด ก่อนจะหันตัวและเริ่มเดินออกไป
วินเดินตามมาเงียบๆ ความสงสัยผุดขึ้นบนใบหน้าของเค้า แต่ก็ไม่ได้หลุดปากถามอะไรออกไปนอกจากเดินตามเธอไปเท่านั้น
เสี่ยงกรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งหน้าประตูดังขึ้นที่ร้า -Jhilef-
ภายในร้านเวลานี้ก็ไม่มีลูกค้าเหมือนเคย "ทำไมไม่เจ๊งซะทีนะ" วินคิดในใจ
รุ่นพี่นิ่มคนเดิมนั่งอ่านหนังสือที่เคาท์เตอร์พลางเหลือบตามอง
"ยินดีต้อนรับครับ ลูกค้าที่น่าแปลกใจทั้งสอง"นิ่มพูดพลางโยนหนังสือนิตยสารเข้าไปในชั้นวางที่ระเกะระกะเหมือนเดิม
"เอาชาฝรั่งค่ะ คุณวินจะรับด้วยมั๊ยค่ะ"เธอหันมาถาม
"อ่ะ ฮื่อ ชั้นเอากาแฟดีกว่า"
อากาศภายในร้านอบอุ่นกว่าข้างนอกมาก มิเรย์จิบชาของเธอช้าๆ
รุ่นพี่นิ่มกำลังนั่งจ้องทั้งสองจากอีกโต๊ะนึง
"มีธุระอะไร.."วินถามห้วนๆ
มิเรย์ค่อยๆวางถ้วยชาของเธอลง แล้วกล่าว
"มีเรื่องจะขอร้องนะค่ะ..."เธอพูดขึ้น
"ขอร้อง? ชั้นเนี่ยนะ"
"ใช่ คำขอร้องง่ายๆ ช่วยมาเป้นแฟนให้กับชั้นหน่อย"เธอพูดด้วยเสียงราบเรียบ
"หา!?..... แฟน.... เดี๋ยวๆ เรื่องแบบนี้เค้าขอร้องกันได้หรอ"วินมีสีหน้าแปลกใจหนักขึ้นไปอีก
"ค่ะ ก็ทราบอยู่ว่ามาขอร้องกันแบบนี้มันแปลกๆ แต่ช่วยรับไว้โดยที่ไม่ถามอะไรได้มั๊ยค่ะ"เธอพูดด้วยน้ำเสียงเช่นเคย
สีหน้าของเธอก็ไม่เปลี่ยนไปเช่นกัน ดูขึงขังและมีมนต์เสน่ห์แปลกๆ
"ตกลง.."คำตอบเรียบๆของวินทำให้สีหน้าของสาวน้อยเปลี่ยนไปนิดหน่อย
"ค่ะ ขอบคุณค่ะ แล้วคุณจะได้คำตอบทั้งหมดเร็วๆนี้...."เธอดื่มชาอึกสุดท้าย
เธอลุกขึ้น และล้วงเข้าไปในกระเป๋าถือใบเล็กๆ
"ไม่ต้อง เดี๋ยวผมเป็นคนเลี้ยงเอง ก็เป็นแฟนกันไม่ใช่หรอครับ"วินยกมือขึ้นห้าม
สีหน้าของเจ้าหล่อนยิ้มแย้มเล็กๆ ก่อนที่จะเดินหายออกจากร้านไป
วินหันหน้าไปมองรุ่นพี่ตัวดีที่ฟังเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ข้างๆ
"เรื่องนี้ห้ามบอกใครละรุ่นพี่ แล้วก็มื้อนี้นะ ผมขอต๊ะไปก่อนนะ พอดีไม่ได้พกเงินมา"
วินตอบหน้าตาเฉยก่อนจะเดินออกจากร้านไปอีกคน
"คร้าบๆ องค์ชายองค์หญิงทั้งหลาย..."นิ่มพูดเสียงฉุนนิดๆ
Scubawin
Oct 3 2006, 08:45 AM
โหมี ต๊ะ ไว้ด้วย(ฮา)
แต่โทอิตัวจรงิไม่ได้ตูบจอนะ แค่โปสเตอร์เอง
Action!! : โกย
This is a "lo-fi" version of our main content. To view the full version with more information, formatting and images, please
click here.