Help - Search - Member List - Calendar
Full Version: Twelve
Viewmix Community > Stage > Fiction Library
Mr.Jane
Chapter I - The King of Another World
Proluge - The Fallen and The Idiot


Ishlon Island X01 (เกาะอิชลอน)
วันที่ 25 กรกฎาคม 2019
สักแห่งในเมืองอิชลอน เวลา 21.00 น.

คุณเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า "พระเจ้า" มากันเยอะแล้วใช่ไหม แล้วคุณคงเคยได้ยินว่า "พระเจ้า" นั้นก็คือผู้ที่สร้างสรรค์ทุกสิ่งขึ้นมา

แต่ถ้าผมบอกว่ามันไม่ใช่ละ จะมีใครเชื่อผมบ้างไหม แน่นอนว่าต่อให้มีมันคงคิดว่าผมบ้าไปแล้วแน่ๆ
ตลอดอายุ 16 ปี (มั้ง?) ที่ผมใช้ชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์นี้ผมคิดเพียงสิ่งเดียวคือ "ผู้สร้าง" กับ "พระเจ้า" น่ะ เป็นคนละคนกัน

ทำไมผมถึงคิดอย่างงี้นะเหรอ เพราะคนที่ผมเรียกว่า "ผู้สร้าง" น่ะเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของผมน่ะสิ

ส่วน "พระเจ้า" ก็เป็นลุงของผม ไม่รู้พวกเขาคิดกันได้ยังไงนะ แต่คนหนึ่งสร้าง และอีกคนหนึ่งก็ให้ชีวิต แต่ถึงอย่างงั้น ผมก็ไม่เข้าใจอยู่อย่าง แล้วก้อนหินนี่สร้างมาทำไมกันฟะ ถ้ามันไม่ได้รับชีวิต

ผมเคยถามพ่อครั้งหนึ่ง แต่สิ่งที่ผมได้รับคือใบรายชื่อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ยาวเฟื้อยพอ ๆ กับงูอนาคอนด้า พร้อม ๆ กับคำสั่งที่ว่า "ไปซื้อพวกนี้มาให้ที"
พอผมจัดการให้เสร็จกลับไม่ยอมตอบแถมยังไม่ให้ผมเข้าเขตแดนสำหรับผู้สร้างอีกต่างหาก ช่างเป็นพ่อที่น่าต่อยสักหมัดจริงๆว่าไหมละ

เอาเถอะ ยังไงมันก็เป็นเรื่องนานมาแล้ว ปัจจุบันผมต้องทั้งเรียนทั้งดูแลบ้าน แถมยังต้องดูแลน้องสาวตัวป่วนอีก พี่ชาย น้องชาย แม้กระทั่งพี่สาว

คนพวกนี้สำหรับผม ผมคิดได้แค่ว่า พวกนี้ไม่ใช่นีตแน่ๆ เพราะการที่พวกเขากลับมาอยู่บ้านนั้นหายากยิ่งกว่าหนังสือในหอสมุดมังกรซะอีก

มนุษย์ส่วนใหญ่คิดว่าเวทมนต์เป็นสิ่งที่ไม่มีจริง หรือเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา แต่สำหรับผม มันเป็นทั้งฝันร้ายและความทรมาณอย่างแสนสาหัสเลยทีเดียวล่ะ

เพราะผมต้องใช้เวลา 8 ปีในการใช้เวทมนต์ให้ได้ถึงระดับ 13 พร้อมทั้งต้องเชี่ยวชาญมันอีกด้วย

ไม่ต้องพูดถึงพี่ชายหรอก หมอนั่นสามารถชำนาญระดับ 13 ได้ในเวลาเพียงครึ่งเดียวที่ผมใช้ไป พี่สาวใช้เวลาเท่าไหร่ผมไม่รู้ เพราะเจ้าตัวไม่เคยบอก
ส่วนน้องสาวปัจจุบันแค่ระดับ 12 ยังแทบไม่รอด แต่หนักที่สุดคงต้องยกให้คุณน้องชายเพราะมันชำนาญแค่ระดับ 8 สูงสุด และไม่เคยเห็นมันพัฒนาเลยตลอดเวลาที่หมอนั่นฝึกมา

และตอนนี้คุณพ่อบังเกิดเกล้าของผม ได้โยนงานชวนปวดไมเกรนมาให้ผมอีกชิ้น นั่นคือครองตำแหน่ง King of Kings แห่งโลกมนุษย์ให้ได้
แน่นอนว่า ผมไม่รู้เรื่องนี้จนกระทั่ง 30 นาทีหลังระฆังเริ่ม และผมก็โดนไล่กระทืบอยู่ประมาณ 29 นาที โดยที่ไม่รู้ว่าโดนใครหรืออะไรไล่ฆ่า แต่พอรู้ก็เอาเหอะนะ ผมไม่เล่าแล้วกันแต่นี่มันปวดหัวกว่างานที่แล้วซะอีก
เพราะงานที่แล้วผมไม่ต้องมาทำขนาดนี้ แค่ยึดบัลลัง King of Demons เอง งานนั้นง่ายจะตาย แค่ตบใครสักคนในท้องพระโรงแล้วท้าตาแก่ที่นั่งอยู่บนบัลลังสู้ให้ชนะก็จบ

นี่มันอะไร ต้องสู้กับราชาอีก 12 คน และต้องมีชัยเหนือทุกคนให้ได้ ถ้ามันแค่นั้นผมก็เครียดจะตาย แต่นี่ยังต้องมาสู้กับราชันย์คนปัจจุบันอีก
น่าเสียดายอย่างมากที่ผมหาจุดสำหรับส่งใบลาออกไม่ได้ ไม่งั้นผมออกไปตั้งแต่ 15 นาทีที่โดนไล่ฆ่าแล้วล่ะ เอาเหอะหมดเวลาคิดแล้วแฮะ เอาเรื่องตรงหน้าก่อนละกันเนอะ





"หลังจากเรื่องทั้งหมดนี่ ชั้นต้องฆ่านายไหม คุณ... เอ่อ.... อะไรนะ....."
แน่นอนครับนักเรียน ม.ปลายแบบผมมันเป็นพวกหลับในห้องเรียน เพราะงั้นไม่ต้องพูดถึงเรื่องจำชื่อคน แต่ทำไมชั้นต้องโดนไล่ฆ่าตอนที่กำลังยืนอ่านหนังสือการ์ตูนฟรีในร้านสะดวกซื้อด้วยฟระ มันผิดกฎหมายขนาดนั้นเลยเรอะ

"ชั้นชื่อ คิก ออน เครีย ราชาแห่งการสร้างสรรค์ ชั้นพึ่งจะบอกนายไปเมื่อ 3 นาทีที่แล้วเองนะ หัดจำใส่สมองรกๆ ของนายซะมั่งแล้วกัน"
ชายหนุ่มในชุดนักเรียน ม.ปลายสีขาวสะดุดตาจ้องมองด้วยสายตาเหยียดหยาม

ผมขอเว้นช่วงวิจารณ์นิดละกันนะ ไอ้หมอนี่มันต้องเพี้ยนอย่างแน่นอนที่เล็งผมไว้ตั้งแต่ต้นสงคราม แถมยังเบี่ยงประเด็นลืมตอบคำถามผมอีกต่างหาก เลวจริงๆ อ่อ ใช่ ชื่อห่วยมากนาย
"นายลืมคำถามชั้นไปอีกอย่างนะคิก ชั้น-ต้อง-ฆ่า-นาย-ไหม-? นั่นคือคำถามของชั้น"

"ศึกนี้คือศึกแห่งศักดิ์ศรีและเกียรติยศแห่งผู้ครองตำแหน่งราชาทั้งปวง แต่นายซึ่งไม่ใช่แม้กระทั่งราชา กลับได้รับสิทธิ์ให้เข้าร่วมนะ สำหรับชั้นซึ่งเป็นตระกูลผู้สูงศักดิ์แล้ว ยอมรับไม่ได้!"

"ไม่ต้องขึ้นเสียงก็ได้ม้าง~ แล้วเมื่อไหร่จะตอบสักทีน่ะว่า ฆ่าได้ หรือ ไม่ได้?"
ท่าทางไอ้หมอนี่จะเพี้ยนอันมาก นี่มันศตวรรษที่ 21 แล้วยังจะมาศักดิ์ศรีกับเกียรติยศกันอีก สงสัยมันคงจะลืมกินยาระงับประสาทมาชัวร์

"ชั้นก็ตอบนายไปแล้วนี่ "สามัญชน" ว่านี่คือศึกแห่งศักดิ์ศรีและเกียรติยศ เพราะงั้น นี่ก็คือศึกที่เดิมพันด้วยชีวิตยังไงล่ะ!"
คิกตะโกนพร้อมชักดาบออกจากฝักที่เขาถือเอาไว้ในมือข้างซ้ายอย่างสง่างาม

"ก็แค่นั้น"

หลังจากจบประโยคนั้น ร่างของคิกก็ร่วงลงสู่พื้นเสมือนใบไม้ร่วงลงจากต้น ไม่มีเสียง ไม่มีความรู้สึก มีเพียงเลือดที่พุ่งทะลักออกมาจากร่างกายของเขาอย่างไม่หยุดหย่อน

และนั่นคือจุดจบของราชาแห่งการสร้างสรรค์ คิก ออน เครีย มั้ง ถ้ามันเป็นมนุษย์ก็ควรตายนิ จริงไหม

"รู้สึกเหมือนลืมอะไรสักอย่างแฮะ ช่างมันเหอะเนอะ กลับบ้านดีกว่า"
ครับ หลายๆคนที่มีเวทมนต์สำหรับอ่านใจ มันคิดว่าผมสติแตกกันหมดแล้ว เพราะผมนิยมพูดกับตัวเอง แน่นอนว่า เยส แมน ไอ แอม ผมชอบบ่นกับตัวเอง เพราะพูดด้วยรอยยิ้มได้ที่ไหนว่าผมพึ่งฆ่าคนไปหมาดๆ ขนาดน้อง.... สาว.....

อ่าใช่ ผมลืมทำกับข้าวให้น้องสาวแหล่ะ ลาก่อนชีวิตอันแสนโหดร้าย งานนี้ตายจริงแน่





ทางกลับบ้านก็เดิมๆ เสาไฟฟ้าก็เดิมๆ แต่ถึงจะบ่นไปมันก็เท่านั้น เพราะผมพึ่งย้ายมาอยู่ที่เกาะนี้ได้แค่ 2 อาทิตย์หลังจากที่มีปีศาจระดับกลางหลุดจากประตูนรกแล้วทำลายทั้งโรงเรียนทั้งบ้านผมซะเกลี้ยง ตอนที่ผมโดนกักพลังเวทย์พอดีซะด้วยสิ

แหม่ โชคดีไหมละครับ แถมไอ้คนที่สามารถปลดตรากักเวทย์ได้นะ มันดันอยู่อีกฟากโลกซะอีก กว่ามันจะกลับมาถึงก็ไม่เหลืออะไรให้ผมได้ชมเลยละ ทั้งโปสเตอร์เกมที่หายากจำนวนสิบกว่าแผ่นเอย เครื่องเล่นเกมเอย ทีวีจอยักษ์เอย อยู่แทบเท้าไอ้ชั้นกลางนั่นหมดเลย

เอาเหอะ หลังจากที่ปลดตราได้ ผมก็ใช้เวลาได้แค่ 3 นาทีในการจัดการกับมันก่อนที่จะมีคนมาเห็น แน่นอนว่าผมพลาดครับ มีนักเรียนในห้องผมเห็นผมเต้นแร้งเต้นกาอยู่ตอนที่กำลังชนกับไอ้ชั้นกลางนั่น

ทำไมผมถึงเรียกมันว่าชั้นกลางนะเหรอ เพราะเหตุผลง่ายๆครับ ผมจำไม่ได้ว่ามันชื่ออะไรและเป็นเผ่าอะไร เลยเรียกมันซะอย่างงั้น เฮ้อ กลับมาปัจจุบัน อีกแค่ 5 ก้าวผมก็จะถึงหน้าบ้านตัวเอง และมันคงจะเป็นจุดจบชีวิตของผมด้วยเช่นกัน

แต่ถึงอย่างงั้น ผมก็ยังหน้าด้านเปิดประตูบ้านเข้าไปเงียบๆ แน่นอนว่า คุณเธอยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรกแล้ว และไอ้ที่อยู่ในมือนั่น เยส เอาเข้าไปชีวิต มันคือ หมายเลข 9 คุซานางิ อ่า~ สวรรค์ยังแหก แล้วผมจะเหลือซากเหรอครับ

"พี่คะ... ทีเวลาเกมใหม่ออกทำไมพี่ไม่เคยลืม แต่พอเป็นเรื่องทำกับข้าวนะ พี่ลืมตลอดเลย!"
สาวน้อยผมสีดำสลวยยาวถึงกลางหลัง ส่วนสูงก็แค่ 156 ซม แถมใส่เพียงเสื้อเชิทตัวใหญ่ๆ ตัวเดียว แหม่ ถ้าคุณตัดเรื่องดาบที่มือขวาออกไปมันจะเป็นอะไรที่ อุดมคติมากๆเลย แต่ถ้ายัยนี่แกว่งดาบนั่นเมื่อไหร่ละก็ เกาะนี่ขาดครึ่งชัวร์

เออ ไม่สิ เกาะนี่ไม่ขาดหรอก เพราะมันเป็นดาบที่ผ่าสวรรค์ ไม่ใช่พื้นโลก ใช่มะ....

"ใจเย็นๆ นะครับคุณน้องสาวสุดที่รักของพี่ พี่ออกไปซื้อของมานะ ใจเย็นๆสักนี๊ดนะ เดี๋ยวจะไปทำข้าวเย็นให้เดี๋ยวนี้แหล่ะ"
ครับ พูดไปเหอะ เหงื่อแตกพลั่กๆอย่างกะนั่งอยู่ใต้น้ำตกแองการ่าเลย ไอ้ที่อยู่ทางขวาก็อย่าขยับนะ แม้แต่ 1 ในล้านมิลลิเมตรก็อย่างขยับ

"ก็ได้ค่ะ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ"
แล้วสาวน้อยก็เดินสะบัดผมกลับไปที่ห้องนั่งเล่นอย่างว่าง่าย อ่า~ ต่อชีวิตไปได้อีกนิดแล้วสิ

หลังจากผมผ่านด่านดาบผ่าสวรรค์มาได้ ผมก็ต้องตรงเข้าห้องครัว ทำกับข้าวด้วยความเร็วสูง เพราะยิ่งรอนานคุณน้องก็จะอยากตวัดดาบมากขึ้นเท่านั้น
ข้าวเย็นวันนี้ก็ได้แค่ข้าวไข่เจียวธรรมดาๆ เพราะในตู้เย็นดันเหลือแค่นั้นซะได้ ท่าทางพรุ่งนี้คงต้องไปซุปเปอร์จริงๆแล้วแฮะ

"ไหนบอกว่าไปซื้อของมาไง? ทำไมมีแค่ข้าวไข่เจียวละคะ?"
แน่นอนว่าคุณเธอโกรธ ชีวิตผมสั้นลงอีกแล้วสินะ แต่สั้นลงเท่าไหร่กันน้า สิบหรือยี่สิบปีหว่า

"พอดีพี่ไปซื้อ.... หนังสือการ์ตูนนะ....."
ความจริงเป็นสิ่งไม่ตายจริงไหมครับ แต่ที่ตายมักจะเป็นคนพูดความจริง แหม่ สุดยอดจริงๆ

"...."

โกรธสุดๆแหงๆ ดาบอยู่มือขวาหรือซ้าย นี่ผมต้องหลบทางไหนถึงจะยังมีหัวติดอยู่บนไหล่กันนะ แต่ถึงจะคาดการณ์ล่วงหน้าอย่างดี สิ่งที่น้องสาวสุดที่รักของผมทำกลับเป็นแค่ นั่งลงง่ายๆแล้วก็กินข้าวไข่เจียวจนหมดด้วยเวลาอันรวดเร็ว

ท่าทางจะหิวมากไปหน่อย หวังว่าคืนนี้คงไม่โดนจู่โจมอีกนะ

หลังจากทานข้าวกันเสร็จ น้องสาวที่รักของผมก็เดินขึ้นไปนอน ว่าแต่ผมลืมบอกชื่อน้องสาวผมสินะ เธอชื่อ เอมินาเลีย อันไนไฮน์ ครับ ถึงจะคนละชื่อ แต่ อันไนไฮน์ เป็นชื่อเก่าที่ผมใช้ ปัจจุบันผมใช้ชื่อ ยูโตะ ยูกิ ปกติคนอื่นจะเรียกผมว่า ยู เฉยๆ

ถึงเวลาอาบน้ำ แล้วนอนสินะ ตัดเวลาเล่นเกมออกไปได้เพราะดันเสือกเอาเวลาออกไปอ่านหนังสือพร้อมกับโดนคนไล่ฆ่า

สิ่งแรกที่ผมเปิดประตูห้องนอนตัวเองเข้ามาเจอแค่ห้องเด็กผู้ชายธรรมดาๆ เสียแต่ว่า มันไม่รก เพราะผมกลายเป็นพ่อบ้านตั้งแต่ พี่ชาย พี่สาว และน้องชาย ออกจากบ้านไป

ไม่สิ ผมเป็นพ่อบ้านมาตั้งแต่แรกนั่นแหล่ะ เพราะขนาดพ่อผมยังไม่ทำกับข้าวให้กินเลย แน่นอนว่าผมตรงไปที่เตียงและทิ้งตัวลงไปโดยไม่สนใจรายละเอียดว่าจะลงท่าไหน

แล้วก็นอนหลับทันที
Natsu
QUOTE
ความจริงเป็นสิ่งไม่ตายจริงไหมครับ แต่ที่ตายมักจะเป็นคนพูดความจริง แหม่ สุดยอดจริงๆ


สุดยอดจริงๆนะละ

ฮา ~
*/รอตอนต่อไป
This is a "lo-fi" version of our main content. To view the full version with more information, formatting and images, please click here.
Invision Power Board © 2001-2010 Invision Power Services, Inc.