Turn 1 "วันนี้ตอนเวลาเที่ยงตรง เจ้าหญิงกับเจ้าชาย จะได้พบกันอีกครั้ง"
Time 8:00
Player : Aisel Orcan , Sanlak Lanua , Staniswal Zyrdenus
สถานที่ : ที่ว่าการของเมืองบรอนเควีย
หลังจากเหตุการ์ณการเปลี่ยนอำนาจอย่างไม่คาดคิดของลูกชายเจ้าครองเมือง บรรยากาศในเมืองก็คุกรุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังไม่มีเหตุการ์ณรุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด ทหารทุกหน่วย ทุกนายที่ไม่ได้ติดพันหน้าที่ถูกเรียกตัวกลับเข้ารายงานตัวที่เมืองทันที ไอเซลและแซนแลคกำลังนั่งรถม้าผ่านในเมืองซึ่งมีผู้คนผลุกผล่านเป็นพิเศษเพราะจำนวนทหารในเมืองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่ถูกเรียกให้ไปรายงานตัวกับท่านเจ้าเมืองคนใหม่ ไรห์เนอร์ คอนราด พวกเธอที่เพิ่งจะเข้ามาถึงในเมือง็ถูกต้อนขึ้นรถม้าซึ่งมีมิโนทอร์สาวตนหนึ่งนั่งรอก่อนอยู่แล้ว มุ่งหน้าไปยังที่ว่าการ
หลังจากถูกพามายังห้องว่าการก็พบกับ เจ้าเมืองคนใหม่ กำลังนั่งรออยู่แล้ว เขาลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานซึ่งเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารจำนวนมาก แล้วย้ายมานั่งที่โซฟารับแขกโดยเขาผายมือเป็นการเชื้อเชิญไปทางโซฟายาวที่ยังว่างอยู่ก่อนจะปรบมือเป็นการเรียก สาวรับใช้ก็เข้ามาพร้อมด้วยถาดโลหะสีเงิน มีชุดน้ำชาในกระเบื้องเคลือบสวยงาม และ คุกกี้ช็อกโกแลตชิปส่งกลิ่นหอมฉุย(ที่แซนแลคจ้องไม่วางตา) จัดแจงเสิร์ฟให้เรียบร้อยเธอก็ออกไปยืนรออยู่ห่างๆ ก่อนที่ไรห์เนอร์จะเริ่มขึ้น "เอาล่ะ ร้อยโท..." เขาเปิดแฟ้มไปพลางคุยไป "ไอเซล...กับ ร้อยโท... แซนแลค ชั้น... จะมอบหมายภารกิจให้เธอ ส่วนสตานิสมาทำงานในหน่วยองค์รักษ์ของชั้นเถอะ ถ้าเธอตกลง กองทัพของเธอก็จะเข้ามาอยู่ใต้สังกัดของเมืองโดยขึ้นตรงกับเธอ" เขาว่าพลางวางแฟ้มลงกับโต๊ะ "พวกเธอจะต้องเป็นตัวแทนไปสำรวจพื้นที่ชายแดน ไอเซล แซนแลค และ สตานิสถ้าเธอไม่ขัดข้องชั้นจะให้เธอไปด้วย" ท่านเจ้าเมืองเว้นคำพูดซักพักหนึ่งก่อนจะประสานมือวางบนหน้าตัก "นี่เป็นภารกิจอาสา...ถ้าเธอไม่ตกลงก็ไม่มีปัญหา...." แล้วก็มองมาทางทั้งสามอย่างพิจารณา......
(จะมีเนื้อเรื่องต่อเรื่อยๆจนกว่าจะบอกหมดนะ)
QUOTE
แซนแลควิชั่น : อ้ะ มิโนทอร์ตัวเป็นๆแหละ ถ้าจับมาแล่แล้วเอาไปย่างจะอร่อยเหมือนเนื้อสเต็กมั้ยน้าาาา.ส่วนคุ้กกี้....ลืมเรื่องคุ้กกี้ไปเลยแฮะ
Player : Xsicho Cemetel , Luiris Luminius
สถานที่ : Ruined Castle of the Lost City
ออราเคื่ลเร่ร่อนกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ในปราสาทเก่าๆในเมืองที่ล่มสลายไปแล้ว อันที่จริงจะเรียกว่าล่มสลายก็ไม่ถูกนัก มันแค่ถูกทิ้งร้าง เนื่องด้วยคนส่วนใหญ่ตายลงด้วยโรคระบาดและเวลาเพิ่งจะผ่านไปนานพอที่จะถือว่าปลอดภัยสำหรับการเข้ามาใหม่อีกครั้ง ลูอิริสจึงถือโอกาสนี้ใช้ปราสาทเป็นที่พักของตัวเอง เครื่องเรือนทั้งหมดนอกจากฝุ่นหนาเตอะและมีใยแมงมุมติดก็ยังอยู่ในสภาพดี จึงทำความสะอาดห้องที่ตัวเองจะใช้พัก แต่เธอก็ได้ยินเสียง...
มันเป็นเสียงของชุดเกราะเปล่าๆเดินก้องไปตามทางเดินที่ว่างเปล่า คงเป็นเรื่องที่เอาไว้ให้คนอื่นเล่าเป็นเรื่องผีขนหัวลุกได้ ถ้าไม่ติดว่าเธอรู้จักกับเจ้าชุดเกราะนี่เพราะว่าเขาเป็นคนแนะนำให้ลูอิริสมาใช้สถานที่นี้พักก่อนก็ได้ ถ้าไม่กลัวผี เขาในอดีตเคยเป็นพาลาดินที่ถูก "นักเก็บเกี่ยว" ช่วยเหลือ เขาตายในระหว่างที่ถูกนำตัวออกมาแต่เขาซาบซึ้งน้ำใจ(?)ของนักเก็บเกี่ยวผู้นั้นจึงตัดสินใจอยู่ช่วยเหลือเธอต่อในชุดเกราะ(สีชมพูแปร๋น)ของเขา แต่ว่าพูดถึง "นักเก็บเกี่ยว" แล้วก็ยังไม่เห็นตัวเธอ คงเร่ร่อนอยู่แถวนี้หรือไม่ก็คุยกับป้าๆน้าๆผีๆทั้งหลายล่ะมั้ง....
Player : Zel , Azeria S. Gorgeous , Rinaria L. Vina
สถานที่ : Port of Sopyros City
เมืองโซปิรอส หนึ่งในเมืองท่าหลักซึ่งเป็นศูนย์รวมของนักเดินทางและนักค้าขายในภูมิภาคและวัฒนธรรมแบบอาหรับ ตั้งแต่ รินาเรียและอาเซเรีย เดินเกี่ยวก้อยควงแขนกันลงมาจากเรือ พ้นจากบริเวณของนายท่าเรือปุ๊บ ภาพแรกที่เห็นก็คือผู้คนในผ้าโพกหัวเดินกันไว้ขวักไขว่ แผงขายอาหารส่งกลิ่นหอมฉุยและกลิ่นฉุนจากการใส่เครื่องเทศเยอะจัด หมู่นักแสดงข้างถนน ตั้งแต่ คนเป่าปี่ควบคุมงู นักพ่นไฟ-กลืนไฟ และที่ขาดไม่ได้นักกลืนดาบ ถัดจากของกินและนักแสดงก็เป็นแผงขายของที่หาซื้อได้ตั้งแต่อาวุธ เครื่องประดับ ไปถึงหนังสือสอนเวทมนตร์เป็นบทๆ หรือจะให้ดูดวงทำนายอนาคตก็มี
หลังจากเดินดูข้าวของแปลกๆที่ไม่ค่อยจะพบเห็น ทั้งคู่ก็ตัดสินใจนั่งพักในร้านกาแฟ(แน่นอนสไตล์อาหรับ)โดยมีเมนูกาแฟให้เลือกเป็นกาแฟดำหรือใส่นมแพะและมีเมนูของหวานของคาวให้สั่งมากินแกล้ม โดยมีมังกรสาวนั่งเด่นเป็นสง่าอยู่มุมร้าน ไม่ว่าพยายามจะทำตัวให้ไม่เป็นที่สนใจอย่างไร ปีกสีเลือดหมูมันก็ดึงดูดหลายๆสิ่งหลายๆอย่างเข้าหาตัวได้เสมอ เมื่อมีกลุ่มแม่ชีเข้ามานั่งจับจองโต๊ะและหันมามองปีกมังกรก่อนจะจับกลุ่มคุยกันโดยมีคำว่า "มังกร" แว่วออกมาบ่อยครั้ง....
Player : Flaw Locke , Nebbia Militare , Hausen
สถานที่ : Forest near the Border Village
แก๊งสายหมอกหลังจากที่ออกอาละวาดจนเป็นที่ครั่นคร้ามไปทั่ว จากที่แต่ละคนมีฉายาเป็นของตัวเองก็เริ่มถูกเรียกรวมๆว่า "กลุ่มสายหมอก"
วันนี้ในที่พักในป่าที่แก๊งสายหมอก ทั้งสามกำลังนั่งคุยกันเรื่องที่ว่า ผู้คนในหมู่บ้านนั้นกำลังจะหนีหายไปหมดแล้ว ไม่ใช่ว่าเพราะกลัวแก๊งสายหมอกหรืออะไร แต่เพราะมีนักล่าประจำหมู่บ้านพบร่องรอยของออร์คซึ่งคาดว่าจะมาดูลาดเลา และหลังจากประกาศข่าวของร่องรอยนี้ แทบจะทุกคนในหมู่บ้านก็เริ่มเก็บข้าวของหนีกันในทันที ทั้งหมู่บ้านตอนนี้กำลังตกอยู่ในสภาวะชุลมุน....
Player : Hamana Kaito , Endir Moonvault , Ilenu Rembrandt
สถานที่ : Undertaker Parlour(ร้านบริการทำศพ) in Raginmar City
อากาศสดชื่นในยามเช้า เสียงของร้านรวงกำลังเตรียมข้าวของเปิดร้าน โดยเฉพาะร้านอาหารที่ริมทางที่เริ่มทำอาหารตามสั่งสดๆส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ เหล่านักปราชญ์ท่าทางภูมิฐานเดินกันให้ควักไขว่ บรรยากาศแบบนี้แห่งเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวมประชากรสมองใส เมืองรากินมาร์ ในยามเช้าแบบนี้ดูเหมือนจะทำให้อิเลนุไขว่เขว้กับภารกิจที่เธอได้รับมอบจาก "องค์กร" มันเป็นงานที่ไม่น่าโสภาเอาซะเลย เพราะเธอต้องเป็นตัวแทนไปเจรจากับแวมไพร์เพื่อขอความร่วมมือบางอย่าง หลังจากตกลงสถานที่นัดพบได้เรียบร้อย พวกแวมไพร์เลือกให้เธอมาพบเพื่อพูดคุยเจรจาที่ร้านทำศพในเมืองรากินมาร์ ไม่ว่าจะดูยังไงนี่ก็เหมือนเนื้อเดินเข้าปากเสือชัดๆ ทาง "องค์กร" จึงเจียดเงินจ้างนักรบเร่ร่อนนามว่า "ฮามาโนะ ไคโตะ" มาคุ้มกันเธอ สัญญาว่าจ้างของเขาจะหมดลงเมื่ออิเลนุสามารถรายงานผลของการเจรจากลับสู่องค์กรได้เรียบร้อย
เมื่อเดินทางมาถึงสิ่งก่อสร้างเป้าหมายที่ดูคล้ายกับบ้านทาวน์เฮ้าส์ทั่วไปที่สร้างติดเรียงกันเป็นตับ เดินไปหยุดที่ประตูเหล็กบานยักษ์ด้านหลัง ก็มีเสียงแหบๆถามขึ้นมา "รหัสผ่าน...?" เสียงนั้นกล่าว
หลังจากตอบรหัสผ่านที่ถูกต้อง ("เยลลี่สีแดงสดราดคาราเมลวิปครีม") เธอก็พบกับคนเฝ้าประตูเป็นชายร่างยักษ์ที่ยืนเหม่อลอยคล้ายไม่ได้สติเปิดประตูให้ เธอก็ต้องเดินผ่านเข้าไปในตัวบ้าน เข้าไปในบริเวณสำหรับตั้งโลงศพให้ญาติผู้เสียชีวิตไว้อาลัย ที่นี่คงบริการทำศพ จัดพิธี และฝังหรือเผา แต่ว่าตอนนี้มันถูกจัดให้เป็นห้องประชุมชั่วคราว โดยมีแวมไพร์นั่งรออยู่แล้วประมาณ 4 ตน(Moonvault ก็รวมอยู่ในนั้น เธอถูกเรียกตัวกลับมาพร้อมด้วยมีการขนย้ายโลงศพที่ถูกเก็บอยู่นอกอาณาเขตของตระกูลกลับมาเป็นการใหญ่)
"เชิญ..." แวมไพร์ที่ท่าทางจะเป็นหัวหน้าเชื้อเชิญให้เขาทั้งสองนั่ง(เป็นตนเดียวที่นั่งอยู่ นอกนั้นยืนอยู่ด้านหลัง)รูปร่างภายนอกดูแล้วอายุยังน้อย ขนาดเด็กหญิงชั้นประถมด้วยซ้ำ....
Player : Unchain
สถานที่ : Wrecking Crew's HQ In Galia City
อันเชน หลังจากที่ฉายานักทำลายล้างเป็นที่เลื่องลือ ก็ถูกพวกผู้คนแปลกๆทั้งหลายเข้ามาข้องแวะในชีวิตของเขา ตั้งแต่พวกที่ชื่นชมในฝีมือ พวกที่หวังจะทดสอบฝีมือ และพวกที่หวังจะดึงตัวเข้าร่วมกลุ่ม แต่ว่าเขามีกลุ่มของเขาอยู่แล้วนั่นคือ "Wrecking Crew" กลุ่มนักทำลายล้างแนวหน้า พวกเขามีกันแค่ 3 คนที่เป็นสมาชิกดั้งเดิมคือ ฮีเรส คนแคระอาวุโส ที่รับหน้าที่ในหมวดเครื่องจักรกลและประดิษฐ์ซ่อมแซมสิ่งของทั้งหลาย ชาร์ล็อต ยอดสาวตาเดียวทรงเสน่ห์ซึ่งมาพร้อมกับลูกตุ้มยักษ์คู่และพละกำลังมหาศาล หากวัดกันที่พละกำลังอย่างเดียว เธอกินขาดทุกคน และยังมีหน้าที่เป็นหัวสมองให้กับกลุ่มเวลาฮีเรสกำลังยุ่ง คนสุดท้ายคือ แจ๊ค หน้าตาท่าทางบอกยี่ห้อ หมอนี่แหละ พวกตัวละครเลือดร้อนชัดๆ รับหน้าที่เป็นกองหน้าสำหรับบุกตะลุย พวกเขาสามคนนั้น มีจำนวนน้อยเกินกว่าที่จะจัดตั้งเป็นกิลด์ได้ แต่สามารถตั้งเป็น "Band" ได้ก็เหมือนกับกลุ่มขนาดเล็กนั่นเอง
ส่วนอันเชนนั้น ถูกดึงตัวมาเมื่อครั้งที่เขาเข้ารบในสงครามย่อยตามชายแดน ครั้งหนึ่งเขาได้รับมอบหมายให้ไปก้ับกลุ่มเล็กๆเพื่อเล็ดลอดเข้าไปทำลาย ค่ายชั่วคราวของพวกล่าวิญญาณ งานนั้นเป็นไปอย่างไม่สวยนัก เพราะว่าพวกเขาถูกรู้ตัวเสียก่อน และ ถูกลุมร้อมด้วยศัตรูจำนวนมาก หน่วยของเขาต่อสู้ด้วยความกล้าหาญ แต่ทว่าน้ำน้อยย่อมแำพ้ไฟ เพื่อนร่วมหน่วยของเขาค่อยๆล้มตายลงทีละคนสองคน จนกระทั่งเหลือเพียงเขาที่ยืนหยัดต่อสู้เป็นคนสุดท้าย ก่อนที่เขาจะถูกรุมแทงเป็นหุ่นฝึกทหาร ก็มีลูกตุ้มยัีกษ์เข้ามากวาดเอาพวกที่ล้อมเขาระเนระนาด พวก Wrecking Crew ที่รับงานทำลายล้างพวกนี้่เหมือนกันเข้ามาช่วยเขาทันเวลา หลังจากที่ตอนแรกอาศัยช่วงชุลมุนที่หน่วยเขาถูกเจอ เข้าไปวางระเบิดตามจุดต่างๆ และขากลับมาเจออันเชนกำลังยืนหยัดเหลืออยู่คนเดียว แจ๊คเลือดร้อนจึงกระโจนเข้ามาช่วยเหลือทันที กลุ่ม Wrecking Crew นั้นแข็งแกร่งจนน่ากลัว และด้วยอาวุธประเภททำลายล้างแบบราบคาบอย่างลูกตุ้มยักษ์ เหล่านักล่าวิญญาณที่รุมล้อมก็ลงไปนอนกองอย่างง่ายดาย หลังจากนั้นก็แยกทางกันไปโดยแจ๊คเสนอว่าหากอยากจะร่วมงานก็มาตามหาได้
ณ ตอนนี้เขาอยู่ในฐานะ สมาชิกชั่วคราวของกลุ่ม วันนี้สามคนที่เหลือออกไปทำงานทำลายล้างอื่นๆอีกและทิ้งงานจุกจิกให้เขาทำ วันนี้เขาต้องทำความสะอาด หลังจากนั้น ก็มีงานเล็กๆที่มันไม่ค่อยเหนือบ่ากว่าแรงสำหรับเด็กใหม่มากมายให้เขาทำ โดยเขาต้องเลือกมาหนึ่งงาน ซึ่งเป็นงานระดับย่อยชนิดเปิดกว้าง หมายความว่าทุกกิิลด์ ทุก Band ที่จดทะเบียนกับสมาคมจะได้รับคำร้องนี้เช่นกัน และนี่คืองานที่มีในเมืองกาเลีย
1. ตรวจสอบพื้นที่ที่มีตามร้องขอ
รายละเอียดจากผู้ว่าจ้าง : ได้ยินมาว่า ในภูเขาบริเวณทางเหนือของเมืองกาเลียน่ะ มีแมวยักษ์เดินสองขาได้มาวนเวียนอยู่แถวนั้น วานไปตรวจดูให้หน่อยสิ แถวนั้นน่ะ มีสัตว์กินเนื้อออกป้วนเปี้ยนอยู่พอสมควรเลยต้องวานพวกที่พอมีฝีมือหน่อย
เงินรางวัล(เข้ากลุ่ม) : 500 G
2. ทำลายตึกร้างทิ้ง
รายละเอียดจากผู้ว่าจ้าง : มีตึกสร้างไม่เสร็จอยู่ตึกหนึ่ง ตอนนี้ถูกทิ้งร้างและกลายเป็นแหล่งซ่องสุมของมิจฉาชีพ ดังนั้นช่วยทำลายทิ้งให้ที
เงินรางวัล(เข้ากลุ่ม) : 1500 G
3. คุ้มกัน
รายละเอียดจากผู้ว่าจ้าง : มีคาราวานพ่อค้ากำลังเดินทางเข้ามาและตามหาคนคุ้มกันหลังจากบังเอิญไปทำตัวให้เจ้าถิ่นจากเมืองที่แล้วเหม็นขี้หน้าเลยรีบหนีมาที่เมืองกาเลีย แต่อยากได้ความอุ่นใจเลยหาคนมาคุ้มกันตอนเดินทางเข้าเมือง
เงินรางวัล(เข้ากลุ่ม) : 1000 G
ภาำำำพประกอบ Wrecking Crew โดยนรกกี้ เพื่อ นรกกี้(แล้วจะแปะทำไม)
» Click to show Spoiler «
Player : Zerthia Ennorath,Lady of the Wild
สถานที่ : Papina Forest near Broquia City
ป่าปาปิน่า แหล่งไม้สำคัญของเมืองบรอนเควีย ถือเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญจุดหนึ่งของบรอนเควีย เนื่องด้วยสภาพรอบๆเมืองบรอนเควียนั้นค่อนข้างแห้งแล้งมาก ที่นี่จึงไม่ใช่แค่แหล่งไม้ แต่เป็นแหล่งความชุ่มชื้น และอาหารสำหรับเลี้ยงชาวเมือง ช่วยใ้ห้ไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าถ่ายเดียว
เซอร์เธีย ได้รับหน้าที่ให้เข้ามาลาดตระเวนในป่าเพื่อดูแลความเรียบร้อย เพราะช่วงนี้เริ่มมีข่าวของพวกท่าทางน่าสงสัยเข้ามาใช้ป่าแห่งนี้เป็นที่กบดาน ตอนนี้หน้าที่ของเขาคือ เป็นหูเป็นตาให้กับเมืองในป่าแห่งนี้ เขามาพร้อมกับ หน่วยทหารพรานอีกสองคน ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง เป็นหน่วยย่อยสามคน โดยทหารพรานชายที่ชื่อว่า แพนเธอร์ร่า สเตฟาโนส เป็นผู้นำทางในครั้งนี้่
ยังไม่เสร็จ
ส่วนของคนที่เหลือกำลังทยอยทำนะ ส่วนใครอยากอัพก่อนก็อัพได้เลย
