บทนำ
ค่ำคืนอันเงียบสะงัดคืนหนึ่ง ณ ใจกลางเมืองแห่งเวทย์มนต์ โรซาเรีย... ได้มีเสียงฝีเท้าของบุรุษผู้หนึ่งกำลังวิ่งด้วยความเร็วสุดชีวิต ซึ่งตอนนี้ กำลังถูกทหารกลุ่มหนึ่งไล่ล่าอยู่ ทำให้คืนที่เงียบสงบ ไม่สงบอีกต่อไป....
นั่น!! มันอยู่นั่น รีบไปจับมันเร็วเข้า สิ้นเสียงของทหารนายหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะเป็นนายกอง พวกทหารที่เหลือก็พากันกรูวิ่งตามหลับบุรุษปริศนาที่กำลังหนีหัวซุกหัวซุนทันที
ให้ตายสิ!... ตามติดยังกับตุ๊กแกเลยไอพวกนี้ ต้องรีบหนี ก่อนที่พวกจอมเวทย์มันจะแห่กันมาสมทบ บุรุษปริศนา สบถ อย่างหัวเสียในขณะที่กราดสายตามองหาทางออก
พวกจอมเวทย์ ยังไม่มาอีกเหรอนี่! ถ้าปล่อยมันหนีไปได้ โลกนี้เกิดภัยพิบัติ แน่ๆ นายกองแสดงท่าทีกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อ เริ่มไหลอาบไปทั่วหน้า แต่เจ้าตัวบุรุษปริศนาก็ไม่มีท่าทีว่าจะจับได้ง่ายๆ คงเป็นพวกที่มีฝีมือช่ำชองทีเดียว จะเป็นนักฆ่า หรือ หัวขโมย ชั้นเยี่ยมกันแน่นะ ความเร็วขนาดนั้น...
ชิ! ไอพวกนี้ตายยากนักใช่ไหม!
สิ้นเสียงบ่น บุรุษปริศนา ก็เอี้ยวตัวหันหลัง พลางซัดมีดบิน ไปยังทหาร 4-5คนที่ไล่ตามมาติดๆ ปักเข้าที่คอหอยอย่างแม่นย่ำ ตายสนิททันที โดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้องสักแอะ ก่อนที่จะออกวิ่งด้วยความเร็วดุจสายลมต่อไป ตรงไปยังประตูขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางระวางกำแพงขนาดมหึมาซึ่งคงจะเป็น ประตูเมืองเป็นแน่
ทำไรกันอยู่วะ ไอพวกโง่!! มันจะออกประตูไปอยู่แล้ว พวกจอมเวทย์ก็ยังไม่มาอีก ตายแน่ๆงานนี้ นายกองตะโกนก่นด่า ออกมาอย่างหัวเสีย ที่คนร้ายกำลังหนีออกไปได้
อีกนิดเดียวก็จะพ้นแล้ว หึหึ!
บุรุษปริศนา ยิ้มกริ่ม เมื่อเห็นทางออกอีกไม่กี่ก้าวอยู่ตรงหน้า แต่ทันใดนั้นเองเขาก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อจับความรู้สึกถึงสิ่งไม่ชอบมาพากล ตรงหน้าได้ และเพียงชั่วอึดใจเดียว ก็เกิดไฟลุกขึ้นโชดช่วงเป็นกำแพงไฟขึ้นตรงหน้าของเขา ล้อมปิดทางออกทุกทาง จะถอยหลังกลับก็เจอกับทหารที่ยืนรออยู่แล้ว ข้างหน้าก็เป็นกำแพงไฟ เขาเริ่มเหงื่อตก พลางมองหาทางออกทางอื่น แต่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเป็นใจ ให้เขาใช้หนีออกไปได้เลย พวกตัวยุ่งโผล่มาจนได้... เขาคิดในใจ
เฮ้อ...ในที่สุดก็มาสะที รอดตัวไป นายกองถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อปรากฏร่างของนักเวทย์ 4 คน ซึ่งแต่ละคนดูน่าเกรงขามทั้งนั้น
คนที่หนึ่งดูชายชราพอสมควรมีผมสีขาว เคราสีขาวยาวเฟิ้ม ใบหน้ามีรอยเหี่ยวย่นซึ่งบ่งถึงความมีอายุพอสมควร สวมชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ คนที่สองเป็นชายชราน้อยกว่าคนแรกผมยังคงเป็นสีดำแต่ก็มีผมขาวแซมเล็กน้อย สวมชุดคลุมสีเขียวมรกต คนที่สามเป็นหญิงสาวใบหน้าเกลี้ยงเกลาสวยงาม ดูมีเสน่ห์ลึกลับ เดาอายุไม่ออก ผมสีดำขลิบปลิวไสว สวมชุดคลุมสีน้ำเงินกรมท่าไม่ยาวเท่า2คนแรก มองแล้วพอดีตัว คนสุดท้ายดูไม่ออกว่าเป็นเพศใด อายุเท่าไหร่ เพราะสวมชุดคลุมสีดำยาวมีฮู้ดคลุมหัว ปิดหน้าปิดตา ดูจะเป็นคนที่ดูลึกลับที่สุดในบรรดาทั้ง4คน
เมื่อจอมเวทย์ทั้ง4 ประจันหน้ากับบุรุษปริศนา ที่เห็นลักษณะชัดๆแล้วตอนนี้ ผมสีน้ำตาลเข้มสั้นได้ทรง แต่งตัวรัดกุม ทะมัดทะแมง มีผ้าปิดปากทำให้เห็นหน้าไม่ชัดเจน เหมาะสำหรับทำงานลักลอบเป็นอย่างดี บ่งบอกถึงความเป็นมือาชีพ
มากันหมดทั้ง4คน งานนี้ท่าจะไม่รอดแล้วเรา เอาไงเอากัน... บุรุษปริศนาคิดพลางหยิบของบางอย่างออกจากกระเป๋าชูขึ้นพร้อมพึมพำอะไรบางอย่าง เมื่อวัตถุชิ้นนั้นปรากฏออกมาก็เกิดแสงสว่างจ้าวูบหนึ่ง ทำเอาคนบริเวณนั้นตาพล่าไปตามๆกัน รวมถึง4จอมเวทย์ด้วย
นั่น! ลูกแก้วสายรุ้งมหาเวทย์ นายกอง ตะโกน พร้อมทำตาโต ชี้ไปที่ลูกแก้วที่ดูเหมือนจะเป็นของวิเศษในตำนาน ซึ่งถูกปกป้องรักษาอยู่ที่เมืองเวทย์มนต์ โรซาเรีย นี้มานานนับหลายร้อยปี
นั่นเจ้าคิดว่ากำลังทำอะไรอยู่! หยุดเดี๋ยวนี้นะ! จอมเวทย์คนที่2 ตวาดอย่างเกรี้ยวกราดใส่บุรุษปริศนา พร้อมร่ายเวทย์บางอย่าง
แต่ดูเหมือนจะช้าไปนิดเดียว เพราะเจ้าของวิเศษได้ส่องแสงสว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะมากกว่าครั้งก่อน แสงสว่างจากลูกแก้วได้ส่องแสงเป็นเส้นตรงขึ้นท้องฟ้าอันมืดมิด จนทำให้ท้องฟ้าดูสว่างราวกับกลางวันก็มิปาน ก็ที่จะแยกออกเป็นเจ็ดสายเจ็ดสี ซึ่งมี สีแดง สีฟ้า สีเขียว สีเหลือง สีเทา สีดำ และ สีขาว บุรุษปริศนายิ้มเยาะเย้ยอย่างพอใจให้ เหล่าจอมเวทย์ที่ตอนนี้แต่ละคนสีหน้าไม่สู้ดีนัก ก่อนที่แสงจากลูกแก้วทั้งหมดจะหายไปพร้อมกับลูกแก้วบนมือของบุรุษปริศนา ก็ได้เกิดเมเทโอจำนวนไม่น้อย ตกจากฟากฟ้า ทำลายบ้านเมืองเสียหายไปเป็นแถบๆ เมืองทั้งเมืองแดงฉานไปด้วยเปลวเพลิงและเลือดดูน่าสยดสยอง พร้อมทั้งเสียงกรีดร้องโหยหวน มาเป็นระยะๆ ซึ่งเกิดจากเปลวเพลิงที่กำลังเผาไหม้ทุกสิ่งตรงหน้าจนดำเป็นตอตะโก นี่คือผลงานของลูกแก้ววิเศษนั่นหรือ...
มันเกิดอะไรขึ้นนี่... นายกองมองดูเมเทโอที่กำลังร่วงหล่นจากฟ้า ใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ขาสั่นจนก้าวไม่ออก ในขณะที่ทหารหลายคน พากันหนีแตกตื่นอย่างไม่คิดชีวิต ซึ่งบางคนก็ร้องโอดครวญ อย่างทรมานจากการถูกไฟเผาร่างทั้งเป็น ดูน่าขนลุก
รีบกางเขตแดนเร็วเข้า!! ไม่งั้น เมืองได้พินาศย่อยยับไปหมดแน่ๆ
จอมเวทย์คนที่1ที่ดูจะมีสติที่สุด ตะโกนบอกอีก3คนที่เหลือ ซึ่งแต่ละคนพยักหน้ารับ แล้วเริ่มร่ายเวทย์พร้อมกันเพื่อสร้างเขตแดนล้อมรอบเมืองทั้งเมืองไว้ เพื่อหวังจะให้ลดทอนพลังทำลายของเมเทโอ ให้เหลือน้อยลงที่สุด
อย่างน้อยฉันก็ทำสำเร็จครึ่...งนึ...ง...
บุรุษปริศนาพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า ก่อนที่ร่างกายจะค่อยๆทรุดตัวลง เข่าแตะพื้นก่อนตามด้วยหน้าล้มคว่ำลงกับพื้น แล้วก็สิ้นสติไปในที่สุด แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่สติอย่างเดียวที่สูญสิ้นไป พลังชีวิตของเขาก็ดับสูญไปเช่นเดียวกัน แต่ใบหน้าของเขาก็ยังฉายแววยิ้มอยู่ ทั้งๆที่สิ้นลมไปแล้ว...
PS.แต่งสดอะครับ ไม่สนุกหรือติดขัดอะไรยังไงก็ติชมกันได้เลยนะครับ และขอบคุณทุกคนที่อ่านด้วยนะครับ