Help - Search - Member List - Calendar
Full Version: [ท่องยุทธภพ]เงากระบี่ล่ายุทธภพ
Viewmix Community > Garden > Endlessing Waterfall
Trombe
สาระน่ารู้ก่อนเล่น
QUOTE
เทียบเวลา
เนื่องจากในโรลใช้การเรียกและเทียบเวลาเป็นยาม จึงมีคำศัพท์เฉพาะืที่ใช้สำหรับเรียกยามนั้นๆด้วย
*1ยาม=2ชั่วโมง*
ยาม 1 จื่อสื่อ 23.00 -1.00
ยาม 2 โฉ่วสื่อ  1.00-3.00
ยาม 3 อิ๋นสือ 3.00-5.00
ยาม 4 เหม่าสือ 5.00-7.00
ยาม 5 เฉืนสือ 7.00-9.00
ยาม 6 ซื่อสือ 9.00-11.00
ยาม 7 อู่สือ 11.00-13.00
ยาม 8 เว่ยสือ 13.00-15.00
ยาม 9 เซินสือ 15.00-17.00
ยาม 10โหย่วสือ 17.00-19.00
ยาม 11ซวีสือ 19.00-21.00
ยาม 12ไห้สือ 21.00-23.00
1 เค่อ = 15 นาที


QUOTE
การโคจรลมปราณ
การโคจรลมปราณคือการเร่งขับเคลื่อนพลังปราณภายในตัวเราไปตามจุดต่างๆของร่างกาย ซึ่งอาจจะเพิ่มความแข็งแกร่งของกระบวนท่าหรือใช้ฝึกฝนวิชา แต่ประโยชน์ของการโคจรลมปราณไม่ได้มีเพียงแค่นั้น มาดูกันดีกว่ามันสามารถทำอะไรได้บ้าง
1.ปรับอุณหภูมิร่างกาย ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นในสภาวะหรืออยู่ในสถานที่เย็นหนาวเหน็บ
2.ขับพิษ พิษในยุทธภพมีมากมายหลากหลายชนิด ส่วนมากล้วนขับลมปราณเพื่อคายพิษออกจากร่างได้ แต่ก็ได้บรรเทาเพียงบางส่วน หากจะรักษาให้หายขาดต้องกินยาพร้อมกับโคจรลมปราณไปด้วย
3.ฟื้นฟูพลังวัตร โคจรลมปราณเพื่อฟื้นฟูพลังปราณของเราให้กลับมาเต็มอีกครั้งหนึ่ง โดยจะได้เทิร์นละ10%ของพลังปราณ(แล้วแต่ระดับของชาวยุทธ์ด้วย)
การโคจรลมปราณนั้นสามารถทำได้ง่ายมาก เพียงแค่ใช้คำสั่ง"โคจรปรับลมปราณ"ก็จะฟื้นฟูลมปราณให้อัตโตมัติ ทว่าเมื่อนั่งโคจรลมปราณแล้วจะไม่สามารถทำการอื่นๆใดได้ ดังนั้นหากอยู่ในระหว่างการต่อสู้ขอให้ระมัดระวังเรื่องนี้ไว้ด้วย อนึ่งการโคจรลมปราณเพื่อปรับอุณหภูมิกับขับพิษจะใช้พลังปราณครั้งละ5%ของพลังปราณ


QUOTE
สถานะต่างๆ
ปกติ : อยู่ในสถานะปกติ
หิว/หิวมาก : อยู่ในสถานะต้องการอาหาร มากน้อยเพียงใดขึ้นกับระดับสถานะ
อ่อนเพลีย : ร่างกายทำงานหนักจนเหนื่อยล้า ต้องการการพักผ่อนหากไม่หยุดพักอาจจะสลบได้ *เมื่อใช้พลังปราณจนหมด จะเข้าสู่สถานะนี้*
บาดเจ็บสาหัส : ได้รับบาดเจ็บเกิดบาดแผลขนาดใหญ่หลายที่ เลือดไหลไม่หยุดต้องได้รับการรักษาโดยด่วน
เป็น-ตาย : อยู่ในสถานะที่บาดเจ็บร้ายแรงยิ่งกว่าสาหัส เป็นตายเท่ากัน
ต้องพิษ : ติดพิษจากศัตรู ไม่ว่าจะเป็นทางดื่ม กิน สูดดม สัมผัส
หลับ : เมื่อพักผ่อนจะอยู่ในสถานะนี้ แต่หากถูกวางยาจะไม่สามารถตื่นขึ้นเองได้
เหน็บชา : ร่่างกายสั่นสะท้าน เคลื่อนไหวไม่สะดวกดาย ทำให้การกระทำของผู้ติดสถานะลดโอกาสสำเร็จลง40%
แช่แข็ง : ถูกวิชาจำพวกความเย็นทำร้ายจนอยู่ในสภาพมีน้ำแข็งเกาะตามร่าง ทำให้ขยับไำม่ได้
เผาไหม้ : ถูกวิชาจำพวกความร้อนทำร้ายจนผิวหนังไหม้เกรียม สร้างความเจ็บปวดยิ่งนัก
สิงสู่ : ถูกวิญญาณผู้อื่นเข้าควบคุมร่าง ครอบงำจิตใจไม่สามารถถทำอะไรตามใจตนเองได้
มึน : ถูกกระทบกระแทกอย่างแรง จนปวดศีรษะวิงเวียน ทำให้การกระทำของผู้ติดสถานะลดโอกาสสำเร็จลง60%
สลบ : อ่อนเพลียหรือบาดเจ็บมากจนทนไม่ไหว หมดสติไปเสียก่อนไม่สามารถฟื้นเองได้


QUOTE
หน่วยวัดระยะทาง/ความยาว
1 ชุ่น = 1นิ้ว
10 ชุ่น = 1ฉื่อ(ประมาณ1ฟุุต)
1 จ่าง = 2เมตร
1 ลี้ = 500 เมตร


credit by::Darkbanpot
Trombe
OPเปิดเรื่อง

ปฐมบท:จอมยุทธหน้าใหม่

วันที่ 1 เดือน 1 ปี ขาล ยาม เฉินสือ

ข่าวสารยุทธภพ : อากาศเย็นสบาย มีหิมะตกบ้างเล็กน้อย ทุกสิ่งล้วนอยู่ในความสงบ เร็วๆนี้จะมีชุมนุมใหญ่เกิดขึ้น


เมืองต้าไห่
สถานที่ : ประตูเมืองทิศใต้
ชาวยุทธ์ : ทุกคน
แหล่งชุมนุมของเหล่านักเดินทาง ถนนสายนี้คราคร่ำไปด้วยผู้คนมากมายจากทั่วสารทิศ มีทั้งเหล่าจอมยุทธ์ ชาวบ้านและทหารหลวง บ้างมีคณะชาวยุทธรวมกันเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มใหญ่เตรียมตัวออกเดินทางสู่เขตอื่น หากเดินตรงเข้าไปอีกนิดจะมีร้านค้าตั้งอยู่มากมายในระหว่างทาง

เหล่าจอมยุทธ์หน้าใหม่ที่พึ่งออกจากโรงน้ำชาลับนั้นเดินทางมาสู่สถานที่นี้เป็นแห่งแรก พวกเขาจำได้ว่าหลังจากพบผู้เฒ่าคนหนึ่งและคุยอะไรบางอย่างกันเรียบร้อย ก็มีลมพายุรุนแรงพัดหอบพวกเขามายังที่นี่และที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าคือไม่มีใครรู้สึกถึงการปรากฎตัวอันพิสดารของพวกเขา ลมพายุดับสลายไป ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปอย่างปกติประดุจว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นครั้งก่อนเป็นเพียงความฝันไป


สถานที่ : ตลาดสด
ชาวยุทธ์ :
ตลาดประจำเมือง มีของต่างๆวางแผงขายเยอะแยะจนลายตา ตั้งแต่ผักสด เนื้อสด อาหารจนไปถึงเครื่องประดับชิ้นเล็กๆดูมีราคา ในยามเช้าเช่นนี้ตลาดย่อมคึกคักเพราะเหล่าชาวบ้านออกมาจับจ่ายซื้อของเตรียมทำมื้อเช้า มักจะพบสินค้าแปลกๆได้ในที่นี่


สถานที่ : ตำหนักโอสถ
ชาวยุทธ์ :
เปรียบเสมือนแหล่งรวมชีวิตของชาวเมือง เพราะเป็นคลังเก็บสมุนไพรและยารักษาโรคขนานต่างๆหลา่กชนิดอยู่ในที่เดียว อีกทั้งยังมีหมอเทวดาฝีมือฉกาจชื่อเสียงเรียงนามขจรไกลไปทั่วยุทธจักร เขาคือ'เฉินเส้าชาน'เป็นเจ้าของตำหนักโอสถแห่งนี้ ทำให้มีคนมากมายเข้ามารักษาไม่หยุดหย่อน


สถานที่ : ร้านอาภรณ์
ชาวยุทธ์ :
ร้านจำหน่ายผ้าและเครื่องแต่งกายของเมือง มีเสื้อผ้าหลากหลายชิ้นให้เลือกสรร สามารถจ้างวานช่างให้ทำเครื่องแต่งกายเฉพาะได้


สถานที่ : โรงตีเหล็ก
ชาวยุทธ์ :
ร้านจำหน่ายโลหะและอาวุธ ชุดเกราะของเมือง มีสินค้าหลากหลายชิ้นให้เลือกสรร สามารถจ้างวานช่างให้ทำงานเกี่ยวกับโลหะหรืออาวุธเฉพาะได้


สถานที่ : หอจงหัว
ชาวยุทธ์ :
โรงเตี๊ยมหลักของเมืองต้าไห่ ด้วยสุราเลิศรสและอาหารชั้นดีพร้ิอมห้องหับมีคุณภาพ ทำให้มีผู้คนแวะเวียนมาตลอดไม่ขาดสาย ราคาเป็นกันเองไม่แพงจนเกินไป แต่น่าแปลกที่ว่าไม่มีลูกค้าคนใดกล้ามีเรื่องวิวาทในโรงเตี๊ยมเลยแม้แต่นิดเดียว


สถานที่ : จวนผู้ว่าการ
ชาวยุทธ์ :
ที่พักและที่ทำงานของผู้ปกครองเมืองนี้ ชาวยุทธสามารถติดต่อ ร้องทุกข์ หรือรับภารกิจได้ที่นี่ โดยมากแล้วมักเป็นงานของราชสำนัก หน้าจวนมีป้ายประกาศตั้งไว้เพื่อใช้ประกาศข่าวสารสำคัญต่างๆ


สถานที่ : สำนักคุ้มภัย "ทวนเสียดฟ้า"
ชาวยุทธ์ :
ผู้ปกป้องรักษาความยุติธรรม พิทักษ์ราษฎร ช่วยเหลือผู้ทุกข์เข็ญ ปราบปรามคนชั่ว คือคติประจำสำนักคุ้มภัย ''ทวนเสียดฟ้า" แห่งนี้ ชาวยุทธสามารถเข้ามารับภารกิจได้ที่นี่ นอกจากนี้สำนักทวนเสียดฟ้ายังมีชื่อในเรื่องของเพลงหอกอันร้ายกาจ ผู้คนหลั่งใหลเข้ามาฝากตัวเป็นศิษย์มากมาย


สถานที่ : พรรคใต้หล้า สาขา ต้าไห่
ชาวยุทธ์ :
สาขาของพรรคใต้หล้าอันยิ่งใหญ่ มีอำนาจและชื่อเสียงเรียงนามในยุทธภพขณะนี้ หากจะกล่าวถึงสำนักดังๆแล้ว คงจะขาดพรรคใต้หล้าเสียมิได้ สำนักวิทยายุทธ์น้อยใหญ่โดยมากแล้วล้วนเป็นสาขาของพรรคใต้หล้าเกือบทั้งหมด


สถานที่ : ตรอกรังสุนัข
ชาวยุทธ์ :
ย่านเสื่อมโทรมหรือสลัม เป็นที่อยู่ของคนจนและเหล่าอาชญากรเปรียบเสมือนเงามืดของเมืองต้าไห่ มีศาลเจ้าร้างตั้งอยู่ในย่านนี้ บ่อยครั้งขอทานและคนเร่ร่อนจะมาชุมนุมกันด้วยเหตุอะไรบางอย่าง


สถานที่ : ลานชุมนุมพระโพธิสัตว์
ชาวยุทธ์ :
ศูนย์กลางของเมือง เป็นลานกว้างปูด้วยพื้นหินแผ่นใหญ่และมีรูปปั้นหินพระโพธิสัตว์กวนอิมตั้งตระหง่านตรงกลางลาน จึงถูกเรียนว่าลานพระโพธิสัตว์ มักใช้เป็นจุดนัดพบจึงคลาคล่ำไปด้วยเหล่าผู้คนสัญจรไปมา มีป้ายประกาศข่าวสารตั้งอยู่ในบริเวณนี้อีกด้วย


เขตใกล้เคียง
ป่าไผ่วิเวก
หุบเขาเม่ยซาน
เมืองหยางโจว
น้ำตกมังกรทะยาน
Trombe
Patch 1.0

เพิ่มหมวดstatusย่อย

ต่อแต่นี้ไป เวลาเล่นให้ผู้เล่นทุกคนลงสเตตัสอันนี้ด้วยนะ

CODE
[npc]ชื่อหลัก :
ชื่อรอง :
พลังชีพ :
พลังปราณ :
สถานะ : ปกติ
เงิน : 500 ตำลึง[/npc]


เรื่องสถานะความหิวนี่ จะแจ้งในเทิร์นให้ทราบเป็นระยะๆโดยจะเปลี่ยนจาก
สถานะ : ปกติ เป็น สถานะ : หิวเล็กน้อย
ประมาณนี้

อ้อ แถมเงินให้คนละ500ตำลึงเงินเอาไว้ทำทุนนะ ขอให้โชคดี
xsicho
ซายน์~ ซาอึน ซึนๆ จะเรียกอะไรก็ว่าไป

"....."

เด็กสาวผู้หนึ่งหันไปมองรอบกาย สอดสายวาวอกแวกท่าทางระส่ำระส่ายเหมือนพยายามมองหาใครบางคน

แต่ก็ไม่พบ...

เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะพยายามกวาดสายตาอีกรอบ แต่กูเหมือนคราวนี้เธอจะเปลี่ยนเป้าหมายเพราะเธอหยุดสายตาของเธอไว้ที่คนกลุ่มหนึ่งทันที

เธอค่อยๆก้าวเท้าแบบสบายๆเข้าไปหา ก่อนจะยืนนิ่งสำรวมท่าทีอยู่ข้างๆคนที่ดูเหมือนพี่ชายท่านนึงแห่งกลุ่มซากทัพ

แน่นอนว่านั่นคืองักซุ่นที่เก็บเธอมาเป็นเบ๊ระหว่างทาง...

"......."


QUOTE
ฟงเมฆเห็นซึนๆเดินเข้ามาใกล้ๆจึงเข้าไปกอดจากด้านหลัง


"@#_)(!_@#)!!"

เธอแทบจะสะอึกที่จู่ๆโดนกอดโดยไม่รู้ตัวก่อนจะหันไปพยายามจะว่ากล่าวอะไร
QUOTE
"แยกย้ายกันพักผ่อนบริเวณ อื่นได้นะ เดี๋ยวสัก 2-3 ชั่วยามค่อยมารวมกันที่ลานชุมนุมพระโพธิสัตว์" งักซุ่นพูดพร้อมๆกับเหวี่ยงแขนยิดเส้นยืดสาย ก่อนจะหยุด

"รับทราบ แล้วเจอกันสหายทุกท่าน" จากนั้นฟงเมฆก็เลิกกอดและลูบหัวซึนๆก่อนจะเดินไปที่ตรอกรังสุนัข


แน่นอนว่าเธอไม่เข้าใจ แต่เธอไม่ทันว่ากล่าวอะไรได้แต่ทำหน้ามุ่ยอย่างโกรธๆก่อนจะพยายามคิดว่าพวกนั้นสื่ออะไร

QUOTE
ว่าแล้วเจ้างักทำมือทำไม้ทำท่าทางอนุญาติให้ซาอึนออกไปพักได้ ก่อนจะชี้โบ๊ชี้ไม้ให้มารวมที่ลานชุมนุมพระโพธิสัตว์


เธอพยักหน้าตอบในทันที

'แปลว่าให้เราไปหาฟืนสำหรับก่อกองไฟเผื่อเดินทางก่อนจะไปเจอกันที่ลานบ้าลานบออะไรตรงนั้นสินะ !!'

แน่นอนว่าเข้าใจผิดไปหลายขุม ซึ่งแม้เธอจะอยากตะโกนบอกว่า

"ทำไมชั้นต้องทำหน้าที่กรรมกรแบบนี้ยะ !!" ก็ตามทีแต่เธอทำไม่ได้ ซึ่งนั่นมันน่าเศร้านัก เธอเลยต้องจำยอมลองเดินสำรวจไปเรื่อยๆจนเลยเถิดไปยังป่าไผ่วิเวก
darkbanpot
เฟยอิง

"เหมือนกับหลับฝันไปหนึ่งตื่น...พอลืมตาขึ้นมาก็อยู่ที่เมืองต้าไม่แล้วสิ" เฟยอิงพึมพำขึ้นมาเบาๆหลังจากที่มองเห็นภาพตรงหน้าแล้ว

"อยากไปเยี่ยมชมตำหนักโอสถสักครั้งเหมือนกันแฮะ...แต่ตอนนี้คงต้องหาเงินก่อน" เขาแบกกระบี่ขึ้นบ่าแล้วเริ่มออกเดิน

"ถ้าพูดถึงเมืองต้าไห่ก็ต้องพูดถึงสำนักคุ้มภัยทวนเสียดฟ้า...แต่จะมีงานให้ทำรึเปล่าน่า" เขาพูดขึ้นมาในระหว่างที่เดินอยู่ในตัวเมือง

"ถ้าไม่มีค่อยไปหาใบประกาศค่าหัวพวกโจรจากจวนผู้ว่าการเอา" เขาผิวปากๆเบาระหว่างที่เดินไปสำนักคุ้มภัยเพื่อหางานทำ
Gabara
งักซุ่น

จอมยุทธชายหาววอดในชุดผ้าของตนที่ช่วยทอนความหนาวไปได้บ้าง งักซุ่นมองไปรอบๆจนต้องมาหยุดสายตาที่ซาอึนที่เพิ่งจะเดินเข้ามาหา

"แยกย้ายกันพักผ่อนบริเวณอื่นได้นะ เดี๋ยวสัก 2-3 ชั่วยามค่อยมารวมกันที่ลานชุมนุมพระโพธิสัตว์" งักซุ่นพูดพร้อมๆกับเหวี่ยงแขนยิดเส้นยืดสาย ก่อนจะหยุด

"ลืมไปว่ายัยนี่ไม่เข้าใจภาษาเรานี่หว่า..."

ว่าแล้วเจ้างักทำมือทำไม้ทำท่าทางอนุญาติให้ซาอึนออกไปพักได้ ก่อนจะชี้โบ๊ชี้ไม้ให้มารวมที่ลานชุมนุมพระโพธิสัตว์

"โอเค เข้าใจนะ ดีมาก" งักซุ่นพูด "งั้นเดียวชั้นขอแยกไปก่อนนะ"

ว่าแล้วเค้าก็ไปยังโรงเตี๊ยมประจำเมืองราวกับว่ามีนัดไว้ที่นั่น

QUOTE
"ว่าแต่พี่งักมาทำอะไรที่นี่น่ะ ?" โส่วเจี้ยนถามพลางนั่งลงที่เก้าอี้ตัวข้าง ๆ


"อย่าว่าเสียงดัง น้องโส่ว" งักจิ้นนั่งที่โต๊ะ สั่งหมั่นโถวแล้ว สุรา

"นายจ้างใหม่นัดข้าไว้ที่นี้ เดี๋ยวรับภารกิจแล้วเราจะได้ลุยงานกันต่อสักที"

"ส่วนเรื่องกำไล เจ้าออกไปเลือกที่ชอบมาก่อนเถอะ"
SnowCloud
ฟงเมฆ

QUOTE
เธอค่อยๆก้าวเท้าแบบสบายๆเข้าไปหา ก่อนจะยืนนิ่งสำรวมท่าทีอยู่ข้างๆคนที่ดูเหมือนพี่ชายท่านนึงแห่งกลุ่มซากทัพ

แน่นอนว่านั่นคืองักซุ่นที่เก็บเธอมาเป็นเบ๊ระหว่างทาง...

ฟงเมฆเห็นซึนๆเดินเข้ามาใกล้ๆจึงเข้าไปกอดจากด้านหลัง
QUOTE
"แยกย้ายกันพักผ่อนบริเวณอื่นได้นะ เดี๋ยวสัก 2-3 ชั่วยามค่อยมารวมกันที่ลานชุมนุมพระโพธิสัตว์" งักซุ่นพูดพร้อมๆกับเหวี่ยงแขนยิดเส้นยืดสาย ก่อนจะหยุด

"รับทราบ แล้วเจอกันสหายทุกท่าน" จากนั้นฟงเมฆก็เลิกกอดและลูบหัวซึนๆก่อนจะเดินไปที่ตรอกรังสุนัข
eekabott
จิตกรขลุ่ยหยก
================

"ทะเลกว้างฟ้าคราม กาม จตุคาม มังกรทะยานสู่ฟากฟ้า ผ่านหุบเหมยสู่สวรรค์"

Action!! : เป่าจิงนั่งวาดรูปมังกรทะยานจากทะเล ไปสู่สวรรค์ โดยแบ็คกราวนด์เป็นเม่ยซาน แน่นอน มีกลอนอยู่ด้านซ้ายบน


QUOTE
"กำลังเพ่งม้วนภาพนารีเปลือยอยู่เหรอท่าน?" หยินโพล่งขึ้นทันทีที่ไปแง้มมองจากด้านหลังได้

"อ้าว ไม่ใช่นี่นา ว้า..."

เธอจงใจถอนหายใจ

"คนท่าทางหื่น เอ้ย อารมณ์จิตรกรแบบท่าน ข้าก็นึกว่าท่านกล้าปลดเปลื้องอารมณ์กลางถนน เอ้ยไม่ใช่ ๆ ข้าก็นึกว่าท่านกำลังขับบทกลอนแสดงอารมณ์ที่ได้จากม้วนภาพเสียอีก"

"แต่ดูไปแล้ว ท่านนี่มีฝีมือเก่งกล้าจริงนะ ขอข้ายืนดูอยู่ตรงนี้ก็แล้วกัน"

หยินเอ่ยด้วยรอยยิ้มแล้วยืนดูอยู่ตรงนั้น แต่มือไม่นิ่งทำท่าโบกไม้โบกมือชี้นิ้วไปยังเป่าจิงเรียกคนขี้สงสัยให้เข้าไปมุงไปด้วย


"ถ้าแม่นางจะเป็นแบบให้ข้าก็ยินดี"

เสียงของเป่าจิงเงียบลงตรงนี้ ก่อนที่จะติสต์แตกต่อไป

Action!! : นั่งวาดรูปมังกรทะยานต่อไป
JaZziES
[เถ้าแก่น้อยซันเจา]

ซันเจาตื่นจากนิมิตที่เห็นผู้เฒ่าเครายาวขาวทั้งตัว ในโรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง แล้วจู่ๆก็มาโผล่ที่หน้าประตูเมืองเลย

ซันเจา : ข้าว่าตอนข้าอยู่ที่โรงเตี้ยมนั้น ข้ามิได้ดื่มสุราเลยสักจอก เหตุใดข้าจึงรู้สึกมึนหัวเช่นนี้หนอ..

เขาเริ่มปลุกตัวเอง ด้วยการขยี้ตา สูดลมหายใจเข้าออก แล้วบิดตัวยืดเส้นยืดสาย

ซันเจา : ตอนนี้ยังไม่หิวมาก ทำงานก่อนดีกว่า..

แล้วเขาก็ลากเกวียนไปดูของที่ตลาดสด และแหล่งค้าขายอื่นๆ ซันเจาไล่สำรวจราคาสินค้าชนิดต่างๆ ยกเว้นอย่างเดียวคือ พวกอาหารสดและผักทั้งหลาย เพราะมันขนไปขายข้ามเมืองไม่ได้

(ยังไม่ต้องระบุราคาจริงๆมาก็ได้นะครับRM ถือว่าแค่สำรวจเฉยๆ แค่ตอนเวลาที่ถามถึง หรือตอนที่เปรียบเทียบราคาสินค้าชนิดเดียวกันกับที่อื่น ค่อยบอกก็ได้)

พร้อมกันนั้น พยายามเงียหูฟังพ่อค้าแม่ค้าคนอื่นๆเอาไว้ ว่า แหล่งผลิตสินค้าหรือบ้านของช่างฝืมือต่างๆของเมืองต้าไห่ มันอยู่ที่ใดบ้าง? เพื่อที่เขาจะได้ไปขอซื้อเหมาซื้อจากแหล่งผลิตเลย ราคาน่าจะถูกกว่า

หรือไม่ถ้าไม่เจอใครหลุดปากพูดออกมาจริงๆ ก็ให้ไปแวะอุดหนุนร้านขายน้ำข้างทางในตลาด แล้วลองถามถึงแหล่งผลิตของเมืองนี้ดู


ซึ่งในยามนี้ สินค้าที่ซันเจาสนใจที่สุด ดูจะเป็นสินค้าจำพวกเสื้อผ้า กับ ถ้วยชามที่แลดูสวยงามหน่อยในราคาที่คนทั่วไปซื้อได้
yeenza
คุณหนูหลี่

--------------------------------------------------

"ไต้หลิว~ เธออยู่ไหนนะ" คุณหนูแห่งตระกูลหลี่เริ่ม เดินหาผู้คุ้มกันของตน เพื่อจะปรึกษาว่าจะทำอะไรต่อไปดี

"ไปไหนกันนะ เด็กคนนี้"

QUOTE
ไต้หลิวเธอได้ยินเสียงแว่วๆของพี่สาวมาจากทางซ้าย
" โอเน่จัง... " เธอทำท่าเอ๋อๆแล้วจึงเดินตามเสียงไป ทางขวา....

"ยัยเอ๋อ จะเดินไปไหนน่ะ" สังเกตุเห็นหญิงสาวที่เจ้าตัวนับเป็นน้องเพียงครู่ก็เดินไปคว้าข้อมือไว้เพื่อไม่ให้ไปผิดทาง
"ไต้หลิว อย่าเดินห่างจากพี่แบบนี้สิ เกิดมีใครจับไปจะว่ายังไง" คุณหนูหลี่ยกนิ้วชี้ขึ้นบี้จมูกเด็กสาวตรงหน้าด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนจะถามความเห็นเด็กสาว
"เราไปเดินตลาดกันก่อนดีไหม? เผื่อจะหาซื้ออะไรไว้ใช้ตอนเดินทางไง"
satsuki
พเนจรธรรมดาผู้บังเอิญผ่านมา

---------------

"ว้าว~ เดินทางได้รวดเร็วทันใจ มาโผล่ที่แบบนี้ได้ในพริบตาเดียว"

"คราวหลังหากได้พบกันอีก คงต้องขอฝากตัวเป็นศิษย์ท่านผู้เฒ่าเสียแล้ว"

หยินยิ้มร่าพลางดันงอบขึ้นเล็กน้อย แสงอาทิตย์สาดส่องให้เห็นริมฝีปาก แต่เงาดำคาดทับจมูกขึ้นไปจึงไม่เห็นดวงตา

แล้วเธอก็เดินไปเดินมา สะดุดตาเข้ากับคนผู้หนึ่งซึ่งกำลังนั่งทำอะไรขยุกขยิกอยู่คนเดียว จึงแอบไปลอบดูจากด้านหลัง

"กำลังเพ่งม้วนภาพนารีเปลือยอยู่เหรอท่าน?" หยินโพล่งขึ้นทันทีที่ไปแง้มมองจากด้านหลังได้

QUOTE
เป่าจิงนั่งวาดรูปมังกรทะยานจากทะเล ไปสู่สวรรค์ โดยแบ็คกราวนด์เป็นเม่ยซาน


"อ้าว ไม่ใช่นี่นา ว้า..."

เธอจงใจถอนหายใจ

"คนท่าทางหื่น เอ้ย อารมณ์จิตรกรแบบท่าน ข้าก็นึกว่าท่านกล้าปลดเปลื้องอารมณ์กลางถนน เอ้ยไม่ใช่ ๆ ข้าก็นึกว่าท่านกำลังขับบทกลอนแสดงอารมณ์ที่ได้จากม้วนภาพเสียอีก"

"แต่ดูไปแล้ว ท่านนี่มีฝีมือเก่งกล้าจริงนะ ขอข้ายืนดูอยู่ตรงนี้ก็แล้วกัน"

หยินเอ่ยด้วยรอยยิ้มแล้วยืนดูอยู่ตรงนั้น แต่มือไม่นิ่งทำท่าโบกไม้โบกมือชี้นิ้วไปยังเป่าจิงเรียกคนขี้สงสัยให้เข้าไปมุงไปด้วย

QUOTE
"ถ้าแม่นางจะเป็นแบบให้ข้าก็ยินดี"


หยินชะงักกึกทันที กลับไปยืนเฉย ๆ พลางทำท่าใช้ความคิด

"น่าสนใจไม่เลวนะท่าน..." ว่าพลางดึงปลดคอเสื้อต่ำลงมาเรื่อย ๆ มืออีกข้างก็ดึงงอบลงมาปิดหน้ามากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะเดียวกัน

ก่อนจะหยุดกึก

"อย่าล้อเล่นสิท่าน ข้าว่าจิตกรเยี่ยงท่านเหมาะกับภาพแนวที่ท่านวาดอยู่แล้วล่ะ"

หยินพูดแล้วเดินมานั่งลงข้าง ๆ เป่าจิง

"ท้องฟ้าสีครามแจ่มใสแบบนี้ ลมพัดแผ่วเบาอย่างสดชื่นแบบนี้..." เธอเริ่มเปรย "ในวันที่สดใสเช่นนี้ เหตุไฉนจึงไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเลยน้า~ น่าเบื่อจริง ๆ"
SolarLord
MBK
-----------------------
"ไม่รู้จะทำอะไร...ไปเดินตลาดเผื่อซื้อของกลับไปฝากที่ร้านดีกว่าวุ้ย" ว่าแล้วม่าก็เดินไปที่ตลาดสดเพื่อสำรวจหาของแปลกๆ
Cynthia
อันตัน





เมือง... ผู้คน...

เด็กสาวร่างบางนางนี้มองสถานที่แบบที่นางรังเกียจตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง...

นางหันหลังกลับทันที...

นางไม่ชอบเข้ามาในที่ที่คนมากมายแบบนี้...

อันตันก้มหน้ หน้ากากจิ้งจอกอยู่ในชายเเขนเสื้อกิโมโน ขวดโหลดอยู่ในมือ เด็กสาวมองมัน เเล้วเผยรอยยิ้มเย็นก่อนจะเดินปลีกออกไปที่ป่าวิเวกเพียงลำพัง...

Byakko
กุ้ยหนิง



"ท่านเซียนที่ไปมาได้รวจเร็วดั่งลม... น่านับถือๆ" เหลื่ยเอ่ยวาจาชื่นชมให้กับผู้ที่หายไปแล้ว ก่อนจะนึกถึงเรื่องที่คุยกับท่านเซียน

"จำไม่ได้..." อยู่ดีๆ เขาก็ปวดหัวจี้ดขึ้นมา แล้วนึกถึงเรื่องที่คุยกับท่านเซียนไม่ได้แม้แต่น้อย

"รู้สึกว่าที่นี่จะมี 'พรรคใต้หล้า' ข้าคงต้องแวะเวียนไปเสียหน่อย..." ว่าแล้วก็ตรงไปที่พรรคใต้หล้าทันที
nekoma
จอมยุทธเหม่ง

-------------------------------

ฉันเสี่ยวขิง เดินผ่านประตูมาด้วยทีท่าองอาจ พร้อมกับแบกย่ามเล็กๆที่บรรจุข้าวของติดตัวเอาไว้บนบ่า

"..." ฉันเสี่ยวขิงมองไปทางซ้ายมือ

"..." ฉันเสี่ยวขิงมองไปทางขวามือ

"..." ฉันเสี่ยวขิงเกาไข่

"ข้าเป็นคนเลว" ฉันเสี่ยวขิงมุ่งหน้าไปทางลานชุมนุมพระโพธิสัตว์
sacrasaru
เป่ยหลิน
-----------------------------------------
"ที่นี่ที่ไหนกัน" เป่ยหลินมองไปรอบๆอย่างงงๆ
"แล้วข้ามาอยู่ที่นี่ได้ไงกัน?"
เป่ยหลินเดินสำรวจไปรอบๆ
"แล้วสรุป ข้าต้องทำอะไรเนี่ย" เธอบ่นไปพร้อมๆกับความงุนงงในหัว จนรู้สึกตัวก็อยู่ที่หน้าร้านร้านอาภรณ์
"เอาเหอะ เข้าไปเดินดูอะไรเล่นซักหน่อย"
Newguard
QUOTE
"แยกย้ายกันพักผ่อนบริเวณอื่นได้นะ เดี๋ยวสัก 2-3 ชั่วยามค่อยมารวมกันที่ลานชุมนุมพระโพธิสัตว์" งักซุ่นพูดพร้อมๆกับเหวี่ยงแขนยิดเส้นยืดสาย ก่อนจะหยุด


"เช่นนั้น ข้าน้อยขอตัวล่วงหน้าไปก่อน" ชายผู้มีผมปิดตา 1 ข้างโค้งให้กับงักซุ่น แล้วหายหัวไปทางลานชุมนุมพระโพธิสัตว์
Azeroth
ไต้หลิว ค่าซิงโคร0%



"ไต้หลิว~ เธออยู่ไหนนะ"


ไต้หลิวเธอได้ยินเสียงแว่วๆของพี่สาวมาจากทางซ้าย
" โอเน่จัง... " เธอทำท่าเอ๋อๆแล้วจึงเดินตามเสียงไป ทางขวา....

"ยัยเอ๋อ จะเดินไปไหนน่ะ" สังเกตุเห็นหญิงสาวที่เจ้าตัวนับเป็นน้องเพียงครู่ก็เดินไปคว้าข้อมือไว้เพื่อไม่ให้ไปผิดทาง
"ไต้ หลิว อย่าเดินห่างจากพี่แบบนี้สิ เกิดมีใครจับไปจะว่ายังไง" คุณหนูหลี่ยกนิ้วชี้ขึ้นบี้จมูกเด็กสาวตรงหน้าด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนจะถามความเห็นเด็กสาว


" อา... โอเน่จังอยู่นี่เอง " เธอทัก

"เราไปเดินตลาดกันก่อนดีไหม? เผื่อจะหาซื้ออะไรไว้ใช้ตอนเดินทางไง


" ปะ " เธอพยักหน้าตอบ

Lulernoir
หงจู

=========

ถึงแม้เหตุการณ์พิสดารจะปรากฏต่อหน้าแต่หงจูกลับไม่รู้สึกตื่นเต้นหรือหวาดกลัวใดๆ ทันทีที่เท้าสัมผัสผืนดินเขาก็สาวเท้ามุ่งตรงไปยังพรรคใต้หล้าในทันที เพื่อรวบรวมข่าวสารจากชาวยุทธในละแวกให้ได้มากที่สุด

"...."

โดยใร้ซึ่งคำพูดหรือหาได้มีความสนใจในสิ่งอื่นรอบข้างไม่
thingth
โส่วเจี้ยน
—————————— ♪ ——————————

โส่วเจี้ยนมองซ้ายมองขวาพบงักซุ่นเดินไปโรงเตี๊ยมจึงแอบเดินตามไป

โรงเตี๊ยม
"ท่าน พี่ งัก ซุ่น~ ♥" โส่วเจี้ยนอยู่ ๆ ก็โผล่มาจากด้านหลังแล้วกระโดดเกาะ
"ตกใจล่ะสิ ฮ่า ฮ่า!! ข้าเอง พอดีข้าอยากได้ปลอกข้อมือเหล็กสักหน่อย พี่งักซื้อให้ข้าหน่อยสิ"
โส่วเจี้ยนที่โผล่มาพูดใส่งักซุ่นโดยไม่รอคำตอบ
"ตกลงซื้อให้ข้านะ! ข้าไปดูมา ชิ้นที่เป็นสีทองสลักลายดอกเหมยสวยมากเลย" โส่วเจี้ยนเพ้อ
"ว่าแต่พี่งักมาทำอะไรที่นี่น่ะ ?" โส่วเจี้ยนถามพลางนั่งลงที่เก้าอี้ตัวข้าง ๆ

QUOTE
"นายจ้างใหม่นัดข้าไว้ที่นี้ เดี๋ยวรับภารกิจแล้วเราจะได้ลุยงานกันต่อสักที"
"ส่วนเรื่องกำไล เจ้าออกไปเลือกที่ชอบมาก่อนเถอะ"

"เห~ แล้วงานนี้ข้าต้องไปด้วยไหมน่ะ ช่วงนี้ยิ่งรู้สึกเอื่อยเฉื่อย ไม่ได้ออกกำลังนานแล้ว คงทำงานได้ไม่ดี"
โส่วเจี้ยนยืดแขนขาไปข้างหน้าจนสุด
"แต่ข้าบอกพี่ไปแล้วไง ว่าข้าอยากได้ชิ้นที่เป็นสีทองสลักลายดอกเหมย!! พี่งักไม่ฟังข้าบ้างเลยโ่ธ่!" โส่วเจี้ยนหงุดหงิดพลางหยิบหมั่นโถวที่พนักงานเพิ่งจะนำมาวางไว้ที่โต๊ะไปกินจนหมด
"พี่งักงี่เง่า !" โส่วเจี้ยนโวยวายก่อนที่จะวิ่งออกจากโรงเตี๊ยมไปยังน้ำตกมังกรทะยาน
Delkul
เอี้ยนี่

===================

ตามตำนานชาวยุทธคลาสสิคนั้น ที่ๆชาวยุทธจะเปิดตัวได้มันมีอยู่ที่เดียวตั้งแต่โบราณแล้ว

ว่าแล้วเราก็ไปหอหัวจง

"เสี่ยวเอ้อ ขอหมั่นโถ"

อาหารคลาสสิคของจอมยุทธ ก่อนจะรินน้ำชาดื่ม
Loknar
เซินเย่

============
มุ่งไปที่ตำหนักโอสถทันที

"หึๆๆๆ เหล้าๆๆพิษๆๆๆ ว่ะฮ่าๆๆๆๆ"

-เวาะไปเตรียมวัสดุทำยาพิษกับยาถอนที่ ตำหนักโอสถ
-มุ่งไปที่โรงเตี้ยมเพื่อซัดเหล้า
Gaggy
Balrog (ตูว่าไม่มีคนในซากทัพรู้ซักคนว่าไอ้นี่มันก็สังกัดซากทัพ)

"ท่านผู้เฒ่าความสามารถลึุกลับสุดจะคาดเดาดั่งเทพมังกรเห็นหัวมิเห็นหาง..." ไอ้ฝรั่งยืนพูดอะไรที่มันขัดกับหน้าเขายิ่งนัก "นี่คงเป็นฟ้าลิขิตเป็นแน่แท้ข้าจึงได้ประสบพบเจอกับยอดฝีมือเช่นนี้ นับว่ามีโชคยิ่งนัก"

บัลรอคเดินผ่านประตูพลันได้ยินถึงหอจงหัว โรงเตี๊ยมที่ไม่มีผู้ใดกล้าทะเลาะวิวาทภายในโรงเตี๊ยม "ได้ยินเช่นนี้ ช่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก ใต้ภพจบแดน หากขึ้นชื่อว่าโรงเตี๊ยมล้วนต้องเคยประสบกับเหตุการ์ณวิวาททั้งนั้น มันเป็นเรื่องเช่นใดกัน สมควรไปดูให้กระจ่างชัด" บัลรอคว่ายังงั้นแล้วมันก็เดินไปที่โรงเตี๊ยม
nrok
ฝูถาน

------------------------

เมื่อ หลานซู่รู้สึกตัวอีกที ก็มาอยู่ในเมืองแล้ว

ด้วยความที่เริ่มหิวแล้วจึงรีบตรงดิ่งไปยังโรงเตี๊ยมทันที
Nimble
This is หลงไผ่หรือไผ่หลงวะ เออ หลงไผ่ๆ

"................" หลงไผ่ยืนทำตาดำไปรอบๆ นั่งอู่กลางโรงเตี้ยมตัวเองอยู่ดีๆไหงรู้ตัวอีกทีมาโผล่ที่ไหนแล้ววะเนี่ย? ผีป่าหมาดุที่ไหนแสดงอิทฤทธิ์อะไรอีกฟระ

มองดูแล้วเหมือนจะเป็นเมืองที่เขาเคยจะเห็นมาแล้วครั้งหนึ่งก่อนจะสรุปว่ามันวุ่นวายแพหายจนกลับโรงเตี้ยมไปที ครั้งนี้มันก็วุ่นไม่ต่างจากเดิม

แน่นอนเมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็เดินดุ่ยๆหาทางกลับโรงเตี้ยมไผ่หลงทันที ไม่หลงไหลไปกับแสง(?)สี(?)ในเมือง หากป่าไผ่วิเวกไปทางใด ป่าไผ่หลงก็อยู่ทางใกล้กัน ป่าไผ่หลงนั้นไผ่ทึบ ไผ่วิเวกนั้นมองได้กว้างไกล ไผ่เหมือนกันแท้ๆ

ว่าแต่ว่า
หลงไผ่จับกระเป๋ากางเกงตัวเอง ก่อนจะทำตาดำใหม่อีกรอบ ปกติพกเงินติดกระเป๋ากางเกง วันนี้นั้นไซร้เงินกูหายไปไหน!? แล้วจะซื้อของไปฝากเหมยอันได้เยี่ยงไรเล่า?
This is a "lo-fi" version of our main content. To view the full version with more information, formatting and images, please click here.
Invision Power Board © 2001-2010 Invision Power Services, Inc.