อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
อนิจจัง คือความไม่เที่ยง
เริ่มต้นพระพุทธองค์ให้ดูความไม่เที่ยงของสรรพสิ่ง
ลงท้ายน้อมเข้ามาที่กายใจ
โดยกำหนด "มุมมอง" ไว้ว่ากายคือส่วนที่เป็นธาตุแข็ง ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม
ดูง่ายๆว่าไออุ่นในร่างเราคงที่ไหม ดูว่าส่วนที่แข็งจะขืนอยู่ในสภาพเดิมได้ไหม
ส่วนใจนั้น ให้กำหนดมุมมองไว้เป็นความสุข ทุกข์ เฉย ไม่เที่ยงเหมือนกัน
หรือกำหนดมุมมองไว้เป็นความหมายรู้หมายจำ ไม่เที่ยงเหมือนกัน
หรือกำหนดมุมมองไว้เป็นความตั้งใจทำดี ทำชั่ว ทำกิจปกติ ไม่เที่ยงเหมือนกัน
หรือกำหนดมุมมองไว้เป็นความรู้ชัดทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจคิด ไม่เที่ยงเหมือนกัน
เรียกว่ามองกายใจโดยความเป็นขันธ์ 5 รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
ทุกขัง คือความทนอยู่ในสภาพใดๆถาวรไม่ได้
เมื่อเห็นกายใจโดยความเป็นของไม่เที่ยง
นานเข้าก็ย่อมตระหนัก และเกิดความเห็นแจ้ง ประจักษ์ชัด
ว่ากายใจนี้ จะอยู่ในสภาพใดๆก็ตาม ย่อมทนรักษาสภาพนั้นๆไม่ได้เลย
อนัตตา คือความไม่ใช่ตัวตน ไม่มีเจ้าของ สักแต่มีองค์ประกอบประชุมกัน
เมื่อเห็นความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ของกายใจ
ย่อมเกิดความรู้ ความมีสติที่จะเห็นตามจริงว่ากายใจไม่ใช่ตัวตน ไม่มีเจ้าของ
ไม่มีใครบัญชาว่าจงคงสภาพอย่างนี้ตลอดไป จงจำให้ได้อย่างนี้ถาวร
อีกประการหนึ่ง พระพุทธองค์ให้กำหนดรู้ความเป็นอนัตตาโดยตรง
ผ่านการเห็นแบบแยกแยะ ว่าอย่างนี้ตา อย่างนี้รูปที่ตาเห็น อย่างนี้อาการเห็น
เมื่อเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้ลิ้ม ได้แตะ ได้คิดนึก
ก็เหมือนไม้สีกันเกิดไฟ ไฟไม่เป็นตัวของตัวเอง แยกไม้ออกไฟก็ดับ
เหมือนกับสุข ทุกข์ เฉย ย่อมไม่เกิดขึ้นเองลอยๆ แต่มีเหตุคือการประชุมกันของอายตนะ
เมื่อเห็นแจ้งก็เบื่อหน่าย คลายความยึดติดเสียได้ว่านั่นเป็นตัวเป็นตน
แต่ทราบชัดว่าสักว่ามีปรากฏการณ์เพราะเหตุปัจจัยประชุมกันเท่านั้น
ผู้เห็นแจ้งคือจิต ผู้เป็นอิสระคือจิต ผู้หลุดพ้นคือจิต
สรุปสั้นๆ
» Click to show Spoiler «
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หรือไตรลักษณ์ คือสภาพธรรมชาติของทุกสรรพสิ่ง
ตัวอย่างเช่น ปรากฏการณ์ฟ้าผ่า แต่ละประจุ เกิดขึ้น และตั้งอยู่ และดับไปแต่ละขณะ ชีวิตมนุษย์ก็เช่นเดียวกัน เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเช่นเดียวกับทุกสรรพสิ่ง เกิดขึ้นและดับไปอยู่ทุกขณะ เป็นการถ่ายทอดพลังงาน แสง เสียง และพลังงานในรูปแบบต่างๆ เกิดขึ้นและดับไปอย่างบริสุทธิ์ ในสัจจธรรม อดีตจึงไม่มี อนาคตจึงไม่มี มีแต่การเกิดขึ้นและส่งการพลังงานอย่างบริสุทธิ์ โดยไม่มีสุข
ไม่มีทุกข์ ไม่มีสิ่งนั้นสิ่งนี้ เป็นเพียงแต่การถ่ายทอดของพลังงานบริสุทธิล้วนๆ
แต่คนส่วนใหญ่ ไม่ทราบสัจธรรมในข้อนี้ จึงมักนำความทรงจำ ในอดีต มาเปรียบเทียบ ให้เกิดความสุขความทุกข์ สิ่งนั้น สิ่งนี้ ทุกสิ่งเป็นเพียงการปรุงแต่ง ชีวิตเป็นไปตามครรลองของพลังงานเท่านั้น
สาธุ
.....................