ผู้แต่ง : valkan
www.fanfiction.net
โปรดช่วยวิจาร์ณให้ด้วยน่อ(ถ้าวิจาร์ณเนื้อเรื่องคงพูดอะไรมากไม่ได้เพราะไม่ได้แต่งเอง)
» Click to show Spoiler «
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีอาณาจักรอันห่างไกลออกไปทางตะวันตก
มันเป็นอาณาจักรเล็กๆ ปกครองด้วยพระราชาที่ยังหนุ่มชื่อ ดาเรียสที่สาม ผู้ซึ่งสืบทอดบัลลังก์ต่อจากพ่อของเขา
"ลูกเอ๋ย พ่อนั้นได้ปกครองอาณาจักรนี้มานานและตอนนี้ข้าก็แก่ชราลงทุกวัน" พ่อของพระราชาดาเรียสกล่าว "และอีกไม่นานพ่อก็ต้องตายดังนั้นพ่อจึงอยากให้เจ้าสืบทอดบัลลังก์ก่อนที่ความตายจะพรากพ่อไปจากเจ้า"
"แน่นอน ขอรับ ท่านพ่อ ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังและข้าจะไม่ทำให้เวลาของท่านต้องเสียไปโดยเปล่าประโยชน์"
"ดีมาก ลูกเอ๋ย" พ่อของดาเรียสตอบกลับ "เอาล่ะ ทีนี้เจ้าจงออกจากวังและออกไปมองดูพืนแผ่นดินที่เจ้าจะต้องปกครองซะ"
ดังนั้น ดาเรียสและคณะองค์รักษ์ของเขาจึงออกเดินทางเพื่อซึมซับบรรยากาศอันชื่นมื่นของผืนแผ่นดินที่พระราชาได้ปกครองอย่างสงบสุข ผู้คนในดินแดนใต้การปกครองของพ่อของดาเรียสล้วนแต่มีความสุข พวกเขาจะรีบเข้ามาทักทายเจ้าชายหนุ่มด้วยความยินดี
และพวกเขาก็จะตะโกนสรรเสริญ "พระราชาองค์ใหม่จงเจริญ"
"ดูเหมือนว่าพวกเขาจะรอคอยให้ท่านขึ้นครองบัลลังก์นะ พะย่ะค่ะ" องค์รักษ์นายหนึ่งได้กระซิบกับดาเรียส
"ข้าเห็นแล้ว แต่ว่าข้าออกจะแปลกใจนิดๆที่พวกเขาตั้งหน้าตั้งตารอคอยกันขนาดนี้"
วันนั้นจบลงอย่างสมบูรณ์สำหรับดาเรียส เขาได้เห็นดินแดนที่เขาจะต้องปกครองและผู้คนที่พร้อมจะต้อนรับเขาขึ้นสู่บัลลังก์ของแผ่นดินนี้
และเมื่อคณะของดาเรียสกำลังจะเดินทางกลับ เขาก็ได้สะดุดไปเห็นภาพอันงดงาม
หญิงสาวนางหนึ่งกำลังคุกเข่าลงและร้องเพลงอยู่ป่าเล็กๆแห่งหนึ่ง ผมสีทองสลวยของเธอนั้นงดงามดุจแพรไหม รูปร่างของเธอนั้นยังงดงามราวกับจะทำให้นางสวรรค์อับอายเลยทีเดียว
ดาเรียสที่ตะลึงไปกับความงามของนาง เมื่อเขารวบรวมสติกลับคืนมาได้เขาจึงเอ่ยปากพูดกับองค์รักษ์ของเขาทันที
"องค์รักษ์!!! หญิงสาวนางนั้นคือใครกัน"
"นางหรือ... นางชื่อ เซราฟ พะย่ะค่ะ"
"หญิงสาวที่งดงามปานนั้นย่อมมีผู้ชายต่างมาหมายปองเป็นแน่แท้ใช่มั้ย องค์รักษ์"
"เกรงว่าจะไม่ใช่ตามที่ท่านคิดพะยะค่ะ ไม่มีใครคิดแม้แต่จะสนใจเธอเพราะเธอนั้นมีสัญลักษณ์แห่งความเศร้าโศก ผู้ใดที่ได้เกี่ยวข้องกับเธอจะต้องได้รับความโศกเศร้าอย่างสาหัสเลยทีเดียวพะย่ะค่ะ ครอบครัวของนางจึงขับไล่นางมาที่นี่ "
"เป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพ องค์รักษ์!! ข้าจะไปคุยกับนาง พวกเจ้ารออยุ่ที่นี่"
ดาเรียสนั้นไม่สนใจคำทัดทานขององค์รักษ์ ในใจของเขานั้นมีแต่คำถาม "ทำไมกันทุกคนจึงโง่เขลาพอที่จะปล่อยให้นางผู้งดงามเลอเลิศอยู่อย่างเดียวดาย เสียงของนางนั้นก็ไพเราะ เมื่อได้ฟังแล้วราวกับความทุกข์โศกทุกอย่างบนโลกจะมลายหายไปเลยทีเดียว"
เซราฟนั้นเมื่อได้ยินเสียงใบไม้ดังมาจากทางที่ดาเรียสเดินมา เธอหยุดร้องเพลงลงทันที
"ทำไมจึงหยุดร้องเพลงเสียเล่า" ดาเรียสถามเธอ
"ท่านทำให้ข้าตกใจ" นางตอบคำถามของดาเรียส หลังจากนั้นทั้งคู่เงียบไปพักหนึ่งก่อนที่เซราฟจะเอ่ยปากถาม "ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร"
"ข้ารู้" ดาเรียสตอบแบบไม่ใส่ใจ
"แล้วทำไมกัน..."
"ข้าอยากคุยกับเจ้า"
หนุ่มสาวทั้งสองต่างยิ้มให้แก่กัน เซราฟได้โอกาสมองหน้าชายที่เข้ามาหาเธอเพียงแค่ต้องการจะพูดกับนาง นางโน้มตัวลงทักทายและแนะนำตัวเอง
"ข้ามีนามว่าเซราฟ ขอทราบนามท่านได้หรือไม่"
"ข้าชื่อดาเรียส ยินดีที่ได้รู้จัก"
หลังจากนั้นทั้งสองใช้เวลาหลายชั่วโมงไปกับการพูดคุยและหัวเราะอย่างมีความสุข ดาเรียสนั้นไม่ยอมให้เซราฟนอนที่ป่าอีกต่อไป ดาเรียสจึงชวนเซราฟเดินทางกลับไปด้วยกันเมื่อนางได้รู้ถึงต้นตระกูลของดาเรียสนั้น เธอตกตะลึงไปเลย
"นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ต้องเป็นพรหมลิขิตที่ชักนำให้เราทั้งสองได้มาพบกัน" ในใจของดาเรียสคิดเช่นนั้น
หลังจากนั้นไม่นานทั้งคู่ได้ตกหลุมรักกันและแต่งงานกัน ในตอนแรกผู้คนทั้งหลายต่างสงสัยกับการกระทำนั้นแต่เมื่อพวกเขาได้เห็นว่าทั้งคู่มีความสุขแค่ไหน ความสงสัยในจิตใจของผู้คนก็หมดไปไม่นานพ่อของดาเรียสก็ได้สวรรคตลงและดาเรียสก็ได้สืบทอดบัลลังก์ต่อไป
ผ่านไป 4 ปี เซราฟนั้นมีท่าทีที่เศร้าสร้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เรื่องคำสาปเมื่อครั้งตอนที่ได้พบกันผุดขึ้นมาในหัวของดาเรียสทันที ดาเรียสจึงเข้าไปพบกับเซราฟเพื่อถามไถ่
"เซราฟ เหตุไฉน เจ้าจึงมีท่าทีเช่นนั้น"
"มะ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ"
"ข้าไม่เชื่อ เจ้าจงตอบมาตามความจริง"
เซราฟนิ่งเงียบไปก่อนจะพูดออกมา "ข้าดีใจมากที่ท่านพาข้ามาที่นี่แต่ว่า ปราสาทแห่งนี้ไม่มีความเป็นส่วนตัวเอาเสียเลย ข้าจึงอยากร้องขออะไรบางอย่างจากท่าน"
"ถ้าเช่นนั้นจงบอกข้ามา แล้วข้าจะจัดหามาให้เจ้า"
"ข้าอยากได้สวนภายในปราสาทนี้"
"สวน?"
"ใช่แล้ว สวนอันสวยงามที่ข้าสามารถมองออกไปทางหน้าต่าง สวนที่จะสะท้อนความสวยงามของแสงจันทร์ สวนที่จะส่งกลิ่นอันหอมหวลของดอกไม้ในยามเช้า"
ดาเรียสนิ่งเงียบไป "มันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เองรึ เพียงแค่สวนอันสวยงาม" ความคิดนี้วิ่งวนไปอยูาในหัวของดาเรียสพร้อมกับแผนที่จะสร้างสวนอันสวยงามให้กับนาง
แต่ว่าระหว่างที่ดาเรียสนิ่งเงียบไปนั้น อำมาตย์คนหนึ่งที่ได้ยินบทสนทนาของพระราชาและราชินีจึงตัดสินใจจะช่วย เขาจึงประกาศออกมาให้องโถงของปราสาท "จงไปรวบรวมเหล่าคนสวนของพวกเจ้ามา พระราชาและราชินีของเราต้องการสวนภายในปราสาท!!!"
"หยุดเดี๋ยวนี้" ดาเรียสห้ามผู้คนภายในโถงนั้น "นี่เป็นคำขอร้องของภรรยาข้าเพราะฉะนั้นข้าในฐานะสามีจึงจะต้องเป็นผู้ลงมือทำสวนนั่น"
การทำสวนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ความคิดนี้เข้ามาในหัวของดาเรียสอย่างรวดเร็ว เขาใช้แรงงานจำนวนมากกับการขุดดินและใส่ดินสำหรับใช้ปลูกต้นไม้ แต่ว่าเรื่องนี้ก็ไม่ทำให้ดาเรียสย่อท้อ สวนของเขาค่อยๆเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาเรื่อยๆ
หลังจากนั้นหลายเดือนสวนของเขาก็เสร็จสมบูรณ์แต่ว่าเซราฟนั้นกลับซูบซีดลงได้อย่างเห็นได้ชัด ทุกคนต่างสังเกตเห็นยกเว้น พระราชาดาเรียสผู้ที่กำลังยุ่งอยู่กับสวนอันสวยงามตามที่เซราฟขอ
ในที่สุดวันที่ดาเรียสจะได้อวดผลงานของเขากับเซราฟก็มาถึง ทั้งอาณาจักรต่างพูดคุยถึงสวนนี้ ดาเรียสนั้นไม่ต้องการให้ใครเห็นสวนของเขาก่อนที่เซราฟจะได้เห็นมัน เขาได้ตั้งเรือนกระจกเพื่อไม่ให้ใครได้เห็นผลงานของเขา
"ข้าทำสำเร็จแล้ว เซราฟ สวนอันสวยงามที่เจ้าขอ สวนที่จะสะท้องความสวยงามของแสงจันทร์ สวนที่จะส่งกลิ่นอันหอมหวลของดอกไม้ในยามเช้า" ดาเรียสพาเซราฟขึ้นไปยังห้องของเธอที่จะมองเห็นมุมของสวนได้ดีที่สุด
ดาเรียสได้สั่งให้ทหารของเขานำเอาผ้าใบที่คลุมหลังคาเรือนกระจกออก ภาพของสวนด้านล่างนั้นถึงกับทำให้เซราฟต้องเอามือของเธอปิดปากด้วยความตะลึง
ดอกแสงจันทร์และแสงอาทิตย์ นั้นบานเคียงคู่กันเป็นแถวอยู่เบื้องล่าง ดอกไม้ทั้งสองนั้นหายากและดูแลยาก โดยเฉพาะดอกแสงจันทร์นั้นที่จะบานหลังจันทร์เต็มดวงและไม่นานก็จะเหี่ยวไป
"สวยงาม....เหลือเกิน"ในที่สุดเซราฟก็พูดออกมา
"แล้วเจ้าชอบมันไหม?" ดาเรียสถามเธอแต่เซราฟมอบจุมพิตของเธอแทนการตอบคำถามของดาเรียส
หลังจากนั้น ดาเรียส เซราฟและลูกชายของทั้งสองมักจะลงมาชมสวนนี้เสมอ ทั้งสามได้แบ่งปันช่วงเวลาของความสุขและความสงบให้กันและกันภายในสวนนี้
แต่ทว่าเวลาแห่งความสุขย่อมบินผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ
เช้าวันหนึ่ง ดาเรียสตื่นขึ้นด้วยอารมณ์ที่แจ่มใสเป็นพิเศษ
“อย่านอนต่ออีกนานนักล่ะ เซราฟ วันนี้ข้าคิดว่าคงจะมีเรื่องราวมากมายน่าดู”
“ท่านไปก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวข้าจะรีบตามไป...”
ดาเรียสจ้องมองภรรยาผู้เลอโฉม ซึ่งเธอก็ยิ้มให้
“ถ้าเช่นนั้น รีบตามมาล่ะ”
วันนี้หัวข้อการสนทนาก็ยังเป็นเช่นเดิมเกี่ยวกับสวน “ซึ่งงดงามหาใดเทียบ” บ้าง “มีแต่ผู้สูงส่งดังเช่นพระราชา จึงจะสามารถสร้างสรรค์สิ่งอันสวยงามเช่นนี้ได้” คำยกยอ สรรเสิญนี้ช่างไร้ค่านัก หากมันมิได้ออกมาจากปากของนางผู้เป็นที่รักของเขา ดาเรียสชายตามองไปยังเก้าอี้อันว่างเปล่าของเซราฟแล้วลุกขึ้นแยกตัวออกไป
“ขออภัยท่านทั้งหลาย แต่ข้าต้องไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับราชินีของข้า” ดาเรียสเดินออกจากห้องด้วยลางสังหรณ์ไม่ดี สัญชาตญาณของเขาบอกว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นและมันก็เป็นจริง ดาเรียสเปิดประตูเข้าสู่ห้องบรรทมของทั้งสองและพบเซราฟนอนสลบสไลอยู่บนพื้น
“เซราฟ? เซราฟ!!” ดาเรียสรุดเข้าคุกเข่าลงข้างตัวเธอด้วยความร้อนรน โอบอุ้มร่างอันเปราะบางของเธอไว้ในอ้อมกอด ลมหายใจของเธอเบาบางจนแทบจะสัมผัสไม่ได้ เธอเผยอเปลือกตาขึ้นช้าๆและยิ้มละไมให้กษัตริย์หนุ่ม
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ท่านดาเรียส ข้าเสียใจที่ต้องให้เห็นในสภาพนี้แต่ว่ามันช่างใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว”
“เจ้าหมายความว่ายังไงกัน” ดาเรียสเลิกคิ้วด้วยความสงสัยแต่เขาสวดภาวนาในใจให้มันไม่ใช่สิ่งที่เขาคิด “อะไรใกล้เข้ามา?”
เธอจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของดาเรียสก่อนที่เธอจะหันหนีด้วยความเสียใจและใช้มือของเธอปิดป้องใบหน้า “มะ..หม่อมฉันเสียใจเพคะ”
ดาเรียสเข้าใจทันทีถึงสิ่งที่เซราฟพยายามจะสื่อ ใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความกลัวอย่างที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน
“ไม่..ไม่นะ ไม่จริง!!!” คำพูดของเขารัวเร็วและตื่นตระหนก “เจ้าจะตายไม่ได้นะ” น้ำหยดใสๆเริ่มหลั่งไหลออกมาจากดวงตาของเขา “มันต้องไม่ใช่คำสาปบ้าๆนั่นนะ เราก็มีความสุขแล้วนี่ เราจะอยู่ด้วยกันตลอดจนกว่าชีวิตจะหาไม่นี่นา!”
“เราก็อยู่ด้วยกันแล้วนี่เพคะ”
“แต่ข้าไม่เข้าใจ!”
“ท่านทำให้ข้ามีความสุขเพคะ มากกว่าสิ่งอื่นใด แล้วท่านล่ะเพคะ...ข้าทำให้ท่านมีความสุขหรือเปล่า?”
“แน่นอนที่สุด ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าตายหรอก!! ข้าจะตามหมอฝีมือดีมา ไม่ว่าจะต้องดั้นด้นไปถึงแดนไกลก็ตาม!!!”
“ท่านดาเรียส เวลาของข้าใกล้เข้ามาแล้วเพคะ คงจะไม่เกินภายในชั่วโมง....”
ไม่นานเซราฟก็สิ้นใจ พิธัไว้อาลัยถูกจัดขึ้นแด่เซราฟ ผู้คนจากทั่วสารทิศต่างหลั่งไหลเข้ามาไว้อาลัยแด่ราชินีผู้เลอโฉม หลังจากเสร็จงานดาเรียสขังตัวเองอยู่ในห้องเป็นเวลาถึงสามวันสามคืน ผู้ที่เข้าใกล้ต่างได้ยินเสียงของกษัตริย์หนุ่มร่ำร้องชื่อของราชินีอยู่เป็นระยะๆ
หลังจากดาเรียสออกจากห้องของเขา สิ่งแรกที่เขาทำคือประกาศให้วันที่เขาพบกับเซราฟเป็นครั้งแรกเป็นวันพิเศษ เด็กหญิงทุกคนที่เกิดในวันนั้นจะถูกตั้งชื่อว่า “เซราฟ” ตามชื่อของราชินี...