Betine
May 4 2008, 11:38 PM
แรงบันดาลใจ inspiration
ซึ่งในตอนนี้ดั่งที่ได้แปะไว้ด้านบนแล้ว ผมไม่มีมันซะอย่าง ไม่มีอะไรที่จะใช้ช่วยในการเป็นมันได้ ไม่มี ไม่มีอะไรเลย แถมทุกวันๆก็แย่ลงตอนนี้เน่าซะจนฝีขึ้นแถมซังกะตายอีก เรื่องมันเกิดขึ้นจากสาวร่างโย่งคนหนึ่ง แต่ผมก็ไม่สนใจเธอแล้วล่ะ ทุกอย่างถือว่าจบกัน ที่แน่ๆตอนนี้ชีวิตมันค่อนข้างแหลกเหลวไปซะหน่อยสำหรับเด็กที่กำลังจะเอนทรานซ์
Entrance ( O-net A-net )
สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเด็กไทยเมื่อมีอายุราวๆ 17~18 ปี(บางคนอาจมากกว่านี้) ที่เรียนสายอุดมศึกษาหรืออาชีวะก็แล้วแต่ หากจบแล้ว คุณจะต้องพบกับประสบการณ์ตรงจากตรงส่วนของการเอนทรานซ์นี้ได้เลย
กว่า 20% มักจะัเอ่ยว่า 'แล้วกูจะเข้าอะไรล่ะ?' ซึ่งส่วนมากมักจบลงที่คณะที่ 'กู' ติด หรือ หากไม่ติด มหาิวิทยาลัยรัฐนามรามคำแหงหรือเอกชนชื่อดัง
กว่า หลาย% ต้องมานั่งผจญมารกันในแบบที่ 'กู' กำลังคงเผชิญอยู่....
พ่อ : จะเลือกอะไรก็เลือกไป แต่น่าจะเลือก บลาๆๆๆๆๆ นะ
แม่ : น่าจะเป็น บลาๆๆๆๆๆๆๆ สายนี้ๆๆๆ บลาๆๆๆๆๆๆๆ
พี่ : แกมันไม่เหมาะกับไอนี่หรอก แกต้อง บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ตกลง 'กู' จะทำไงดีเนี่ย =w=
หลายๆคนสงสัย 'กู' จะเลือกคณะไหนก็เลือกไปสิ ได้ทุกคณะอยู่แล้ว บลาๆๆๆๆๆ
แต่ทว่าในจิตใจลึกๆของ 'กู' นั้นกลับเน่าเฟะเละชอนไชยิ่งกว่าขี้อัดกระป๋อง เนื่องจากอันว่า 'กู' นั้นเป็นตัวละครที่ค่อนข้างขี้เกียจ เบื่อง่าย แต่เป็นพวกสุดโต่ง บ้าๆบอๆไม่สมประกอบ
แน่นอนว่า 'กู' เป็นคนที่ค่อนข้าง Self เขาจึงไม่ต้องการที่จะมีนักปราชญ์ ซิงแส หรือ ขงเบ้งมาคอยกำกับ แต่ว่า ลึกๆเขาก็ต้องการที่พึ่ง ฉะนั้น 'กู' คนนี้จึงอยากได้ซิงแสเพียงคนสองคน ไม่ใช่ นับ 10 แบบที่ 'กู' กำลังเผชิญอยู่
ทั้งๆที่ 'กู' โดนด่าเรื่องผลการเรียนมาตลอด ปากผู้ปกครองของเขาก็คงไม่ต้องการให้ลูกเรียนเก่ง แต่ทว่าจริงๆมิได้เป็นเช่นนั้น
เกรด ของ 'กู' ตอน ม.5 เทอม 1
เลข 3
ฟิสิกส์ 4
เคมี 4
ชีวะ 1
เฉลี่ย 3.1ฟ่าๆ
แน่นอน ตามปกติคนส่วนมากมักจะคิดว่าคนนี้เกรดอยู่ในขั้นปานกลาง ไม่ถึงกับดีมาก ไม่ถึงกับน่าเกลียด เพราะโรงเรียนของ 'กู' คนนี้เกรดส่วนมากของนักเรียนจะถูกกด ถ้าไม่ใช่หัวกระทิ 3.5 ก็เป็นเรื่องยาก เช่น ห้องของ 'กู' มีคนได้เกรดเฉลี่ย 3.5 ขึ้นไปเพียง2คนเท่านั้น
และแน่นอนสำหรับผู้ปกครองของ 'กู' ซึ่งไม่เคยรับรู้ใดๆเลยนอกจากวิชาที่ตกก็ต่อว่า 'กู' กันยกใหญ่ เล่นเอาเขาซึมกระจ๋อยหรอยแห้งกับชีวิตไปเลย โดยที่เขานั้นไม่เคยจะใช้วิชาชีวะวิทยาในการปูทางลู่ชีวิตแม้แต่น้อย
หลังจากที่ถูกต่อว่า และเกรดที่ดูพอใดสำหรับเขา เขาอยากจะเป็นวิศวะจำพวกเครื่องจักรกล เนื่องด้วยเหตุผลที่สามารถประกอบ คิดวิธี บ้าๆบอๆได้ตลอดกับเครื่องมือบ้าๆบอๆ เช่นเครื่องเคส ที่ 'กู' คนนี้ลองดัดแปลงซะจนเป็นอะไรไม่รู้แล้ว...
แต่ 'กู' คนนี้ก็อับโชคเหมือนการจับฉากได้ของขวัญวันที่ ** กันยา ของรายการชิงร้อยชิงล้าน ที่ฉายอยู่ดีๆก็โดนตัดวูบไปซะงั้น เล่นเอาหุ้นตกหลายจุด
ทางบ้านไม่อยากให้เรียนเนื่องจาก 'กู' ตกชีวะ ....
และเนื่องจาก 'กู' เถียงเรื่องนี้ และมีปัญหาเรื้อรังช้านานเหมือนฝีที่ข้าพเจ้าประสบอยู่ 'กู' จึงถอดใจ แล้วไปทางด้านการออกแบบแทนตามความ want ของผู้ปกครอง และ 'กู' ก็สนใจด้านนี้เหมือนกันอยู่ไม่น้อย
แล้วโชคคราวนี้หนักกว่าเดิม หนักกว่าการซื้อหุ้นจากบริษัทโบรคเกอร์ลมที่มีเจ้าเดียวในประเทศ พี่ของ 'กู' ได้มีการเหน็บแหนมตลอดเวลา และผลักไปในด้านที่ 'กู' ไม่ค่อยชอบซะจนแทบเสียศูยน์
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เสียศูยน์ 'กู' ก็โดนเสาไฟฟ้าที่น็อตถูกถอดล้มทับ ทางบ้านอยากให้กลับไปเรียนอย่างเดิม ............
'กู' ก็เลย เครียดว่าแม่ม ยิ่งกว่าเดิมเนื่องจากไม่สามารถหากาว UHU เชื่อมสมานฉันท์ปะติดกับทางบ้านได้ เนื่องจาก ทางบ้านมอง 'กู' เป็นตัวอะไรก็ไม่รู้แล้ว จนถึงกับด่าว่าทำไมถึงไม่ตามข่าว บลาๆๆๆๆ ทั้งๆที่ 'กู' กำลังจะลงรามเพื่อค้นหาอีกทางที่ตัวเองสนใจ และกำลังจะสมัครเข้าสอบ ไอซียู-เมพ ในรอบต่อไปซึ่งเร็วๆนี้จะถูกจัดขึ้น
แน่นอนว่าช่วงที่พี่สาวของ'กู'คนนี้เอนท์ พ่อแม่กลับไม่ยุ่งและปล่อยๆไป
'กู' เลยซวยไปตามระเบียบการของ กขค.
ความเครียดในวัตถุ
ความเครียดในวัตถุคือเมื่อวัตถุถูกบีบอัดหรือบิดมากๆ จะเกิดความเครียดในเชิงกลศาสตร์ขึ้น แน่นอนว่า 'กู' ก็เกิดความเครียดเช่นกัน
ไม่รู้ว่าวิศวกรหรือสถาปนิกหรือกุนซือชาวสุเมเรียนคนไหนระบุไว้ว่า
'กู' นั้นจะต้องถูกว่าอย่างน้อย 1 ครั้งต่อวัน
อันที่จริง'กู'ก็ไม่ชอบนีัดหรอกที่จะเป็นขี้ปากชาวบ้านเหมือน สว. เนื่องจาก 'กู' ไม่ค่อยชอบกลิ่นปากเสียเท่าไหร่ แต่ยังไง 'กู' ก็ต้องทน ถึงแม้เขาจะพยายามอ้าปากก็ตาม
พ่อของเขานั้นชอบความเนี้ยบ พยายามจัดระเบียบเรื่องเสื้อผ้า ผม ทั้งๆที่ 'กู' มีสไตล์ของตัวเองอยู่แ้ล้วคือ 'ใส่ได้เป็นพอใจ' แต่พ่อของเขานั้นไม่ได้คิดเช่นนั้น เขาต้องการให้ 'กู' เนี้ยบตลอดสกทั้งๆที่เขาไม่รู้ว่าต้องทำมันเพื่ออะไร
'กู' ก็เลยต้องโดนด่าทุกวันเรื่องเสื้อผ้าทรงผมเครื่องแต่งกาย จนกลายเป็นฝีเช่นเท้าของผู้เขียนดังกล่าว...
----------------------------------------
เนื่องจากว่าผมต้องไปล้างแผล จึงต้องขอจบการรายงานเพียงเท่านี้ หากใครสนใจเช่าที่ โฆษณา ติดต่อที่ แมวน้ำ ในห้อง irc ได้ทุกเมื่อ สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ
Gaggy
May 5 2008, 12:44 AM
หลังจากที่อ่านของ 'มึง' แล้ว 'กู' เข้าใจดีว่ะ
'กู' นั้นก็เคยถูกพ่อด่าว่ากระแหนะกระแหนเรื่อง 'กู' เอาแต่เล่นเกมแม่งทั้งวันไม่สนใจเรียน 'เหี้ย' อะไรเลย ตอนไปรับใบจบ ม.6 'กู' ยังปั่นงานยิกๆเพื่อแก้เกรดทุเรศๆที่ 'กู' ทำตกไว้ซะพุพัง ซึ่งพ่อของ 'กู' ก็ได้ต่อว่า 'กู' ซะยกใหญ่เรียนยังไงให้มันตกได้ทุเรศยังงี้ 0 ไปซะ 3-4 ตัว แต่ 'กู' ก็ยังอุตส่าห์แก้จนจบได้ซึ่งเหมือนการตอกย้ำใส่หน้าของพ่อ สุดท้ายแล้ว 'กู' ก็ได้ใบสำหรับยื่นมหาลัยอย่างที่ต้องการไม่ใช่หรือ แต่มันยังไม่จบแค่นั้นพ่อ 'กู' ยังมาเป็นห่วงแทน 'กู' ว่าควรจะเข้าเรียนที่ไหนดี เรียน 'เหี้ย' อะไรดีวะ ซึ่งพ่อ 'กู' นั้นเชียร์นักหนายกย่องภาษาจีน ซึ่งตรงนี้เชียร์แม่งอย่างออกนอกหน้า ตอนม.4ซึ่ง 'กู' จะต้องเลือกระหว่างญี่ปุ่นกับจีน พ่อของ 'กู' บอกเลยว่าเรียนญี่ปุ่นใช้อะไรมากไม่ได้ ไม่เหมือนจีน และน้องของ 'กู'ที่เข้า ม.4 เช่นกัน เธอเลือกเรียนฝรั่งเศส พ่อของ 'กู' บอกว่า เรียนไปแล้วก็อยู่ได้กับประวัติศาสตร์นั่นแหละ ซึ่ง 'กู' อยากจะตอกกลับไปนัก "บริษัทใหญ่ๆเวลาจะทำสัญญาอะไรต้องทำ ฉบับภาษาฝรั่งเศสไว้ด้วย เพราะว่าเป็นภาษาที่เที่ยงตรง" (ถ้าจะให้แปลคือมันตรงตัวไม่ต้องมานั่งตีความมันมั้ง)
กลับมาที่เรื่องเข้ามหาลัย พ่อของ 'กู' ได้ทำการสาดเสียเทเสียว่า 'กู'ูเรียนภาษาจีนให้ตกทั้งๆที่พ่อกับแม่ พูดและอ่าน ภาษาจีนเป็น ทำให้ 'กู' เซ็ง 'เหี้ยๆ' แม่งจะเอาไงวะ จบกูก็จบแล้วเอาใบไปยื่นได้ พ่อของ 'กู' นั้นถึงขั้นว่า ถ้ากูเข้ามหาลัยภายในปีนั้นไม่ได้[ปีที่เพิ่งจบ ม.6]จะส่งไปเรียน ตปท. ซึ่งพ่อหมายตารัสเซียไว้ ซึ่งภายหลัง 'กู' ได้มารู้เอาว่าทำไปเพราะประชด 'กู' ที่แม่งไม่ทุกข์ร้อน 'เหี้ย' อะไรเลย ไม่เหมือนคนอื่นซึ่งกำลังหน้าดำคร่ำเครียดกับการอ่านหนังสือส่วน'กู' นั้นเล่า เล่นเกมแทนหายใจ ซึ่ง'กู' ก็ยอมรับนะว่าเล่นเยอะ แต่มาด่าถึงขั้นว่ากูโง่เล่นเกมจนทำ 'อวัยวะเพศชาย' อะไรไม่ได้เนี่ย ก็เกินไป 'กู' ก็เอาภาษาอังกฤษที่ 'กู' สะสมจากการเล่นเกมเนี่ยแหละ เอาตัวเองเข้าไปอยู่ใน ม.เกษตรได้
'กู' เห็นแล้ว ว่า 'มึง' มีเรื่องที่สนใจจะเรียนเพราะฉะนั้น 'มึง' ทนขี้ปากของพวกเขาไปเถืดแล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาไม่ทางที่ 'มึง' อยากจะเรียนไม่ใช่ที่เข้าอยากให้ 'มึง' เรียน นี่คืออนาคต 'มึง'
ในอนาคตของ 'มึง' พ่อแม่จะเป็นเพียงแค่ที่ปรึกษาไม่ใช่ เจ้าชีวิต
อดทนไว้แล้ว 'มึง' จะประสบผล
Nimble
May 5 2008, 02:30 AM
ส่วนอื่นหมาไม่แน่ใจ เพราะมันก็ครือๆกัน
แต่ไอ้ที่เขาอยากให้แต่งตัวดีๆเพราะเขาอยากให้มันดูดี หรืออย่างน้อยไอ้ที่แต่งอยู่มันดูแย่ในสายตาเขาที่ผ่านโลกมามากกว่ามันก็แค่นั้น
เรื่องนี้หมาก็โดนอยู่ตลอดเพราะหมาเป็นคนปล่อยตัว ใส่ได้ก็พออยู่บ้านเสื้อจะยับก็ช่างหัวหางกระบี่มัน แต่จะโดนจวกตลอด
ซึ่งยังไงถ้าเราดูแลตัวเองตรงนี้ได้แล้วเขาก็จะไม่มาคอยจู้จี้แล้ว
Mr.O
May 5 2008, 11:09 AM
- ส่วนนึงที่เขาจู้จี้คุณได้ เพราะเขาห่วง+เห็นว่าคุณยังดูแลตัวเองไม่ได้ (รึเปล่า!?) ถ้าคุณแสดงให้เขาเห็นทั้งทางตรงและทางอ้อมได้ว่าคุณแกร่งและกร้านโลกพอที่จะยืนหยัดด้วยตัวเองได้ ผมคิดว่า เขาจะไม่มาบ่น หรือมาจุ้นจ้านเรื่องส่วนตัวให้คุณรำคาญหรอก
- ก่อนจะบ่นหรือรำคาญที่พ่อแม่ว่า ลองคิดก่อนว่าที่เขาว่าเขาบ่นน่ะ เราทำตัวอย่างไร อย่าใช้อารมณ์ตัวเองตัดสินว่าตัวเราถูกเสมอไป คุณยังอยู่ในวัยรุ่น แน่นอนว่าเริ่มต้องการความเ็ป็นส่วนตัวสูง ใครมาวุ่นวาย ย่อมไม่พอใจได้ง่าย ...ที่ผมว่ามาถูกไหม ลองเอาไปคิดดูเองละกัน (ให้ผมเดาไหมล่ะ ว่าคุณอ่านแล้วจะยิ่งไม่สบอารมณ์ แล้วก็จะไม่สนใจที่ผมบอกไป เพราะนั่นคือวัยของคุณ ที่ผมก็เคยผ่านมา)
satsuki
May 7 2008, 10:11 AM
ชีวิตคล้ายกันล่ะ ทั้งแมวน้ำทั้งแก๊ก
แต่บอกก่อนอย่างนึงว่า เมาคำที่อยู่ใน ' ' จริง ๆ อ่านแล้วตาลาย = ="
ถึงจะบอกไม่ได้ว่าภาษาอังกฤษตัวเองดีขนาดไหน แต่ก็พอพูดได้ว่าอยู่ในขั้นใช้ได้ล่ะนะ (สูงก่า Moderate ตึ๋งนึง) ทั้งหมดที่ได้มาเนี่ยก็เกมทั้งนั้นล่ะ เหมือนแก๊ก ใครว่าเกมไร้ค่ากัน!!
ตามความคิดส่วนตัวแล้ว แนะนำให้เลือกด้วยตัวเองไปเลย ทำตามคนอื่นชี้นิ้วสั่ง โอกาสรอดมันน้อย เรียนไปก็เฟล แล้วยิ่งถ้าเวลาผ่านไปนาน ๆ แล้วอาจจะมีป๊อปอัพเด้งมาบนหัวว่า "ตรูเรียนเสียเวลาไปหลายปีเพื่ออะไร?"
อย่างชั้นนี่ก็ไม่มีเป้าหมายในชีวิต (ตอนนี้ก็ยังไม่มี อยู่ไปวัน ๆ) จบมาเอนท์แบบไม่ทุกข์ร้อน ติดก็ติด ไม่ติดก็ช่างแมร่ม รามก็มี ไถไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็จบ คณะที่เลือกไว้ก็ตามคนอื่นชี้นิ้วสั่งทั้งนั้น (ภายหลังอยากเรียนภาษา แต่นั่นมันหลังจากผลเอนท์ออกแล้ว)
ผลก็ออกมา ติด เอาเหอะ เรียนก็เรียน แต่เรียนไปได้ไม่นานก็ต้องซิ่วออกมา รับไม่ได้ ไม่ได้ชอบแล้วทำไมต้องไปนั่งทรมานกับมันด้วยไม่รู้ แถมช่วงเวลาว่างหลังซิ่วมาที่กะว่าจะเอาไปฝึกปรือภาษา ก็โดนถมด้วยการโดนโยนเข้าเอแบ็คแบบไม่ได้ถามความเห็นอีกแล้ว
ทุกวันนี้ก็ยังอยู่เอแบ็ค...ถึงจะได้เรียนภาษาแล้วก็ตาม แต่บอกตามตรงว่าไม่ชอบสภาพแวดล้อมที่นั่นเลยแม้แต่น้อย รอก็แต่เวลาว่าจะซิ่วออกมาครั้งต่อไปเมื่อไหร่...
เพราะฉะนั้น เวลาที่ยังเหลืออีกปี (สินะ) รีบ ๆ หาให้ได้เถอะว่าอยากเรียนอะไร แล้วเอนท์ให้ได้ไปเลย ใครจะด่าจะว่าอะไรช่างมัน หน้าด้านไม่ผิดซะอย่าง อย่าปล่อยให้ตัวเองต้องเดินไปบนทางที่คนอื่นบอกให้เดินก็พอ มันไม่สนุกหรอก
Shukung
May 9 2008, 12:02 AM
<==== คนนี้เรียนจบตรีแล้วแต่ก็ต้องทำตามที่บ้านสั่งตลอด ไม่ว่าทรงผมหรืออะไร พอปล่อยไว้ยาวนิดนึงโดนด่าว่าไว่ผมทรงลิงป่าดูไม่จืด อยากบอกว่ายุคสมัยหัวเกรียนโบราณมันจบแล้วตอนนี้มันยุคญี่ปุ่นเกาหลีแล้วแต่ก็ไม่ได้พูด ฮา พ่อผมน่ะดูทีวีไปบ่นไป พวกนี้มันไว้ผมทรงอะไรของมัน ตรูจะบ้าแต่ก็ไม่บ้าเพราะขำไปกับมันแล้ว อย่าไปเครียดคิดซะว่าช่างมันก็จะดีเองครับถ้าเราทำอะไรกับมันไม่ได้หรือไม่อยากทำให้ใรเสียน้ำใจอ่ะนะ ดีกว่าเครียดเปล่าๆเป็นโรคประสาท
ที่อ่านๆมาก็งงๆกูๆมึงๆ มากๆ ชักมึน ยิ่งอ่านจากบนลงล่างยิ่งลำดับเรื่องราวไม่ถูกเลยทีเดียว คาดว่าท่านคงจะสับสนกับชีวิตขณะนี้จริงๆ สรุปว่าเป็นเพราะวิชาชีวะใช่มั้ยที่ทำให้บ้านคุณไม่กล้าตัดสินใจและลังเล? บอกพ่อแม่ไปเลยว่าวิศวะเครื่องกลบ้านไหนมันใช้ความรู้ชีวะในแบบระยะยาวกัน ใช้ก็ใช้ตอนสอบเข้าไม่ก็ปี 1 เท่านั้นแหละ (น่าจะนะ) จาก 40 กว่าจัวมีไม่เกิน 1 ตัวหรอกมั้ง
หมั่นไส้!!! จากคนได้เกรดรวม 1.98 สมัยมัธยมปลาย 55555+ ขนาดเกรด 2 ยังไม่ถึงเลย
Betine
May 17 2008, 05:23 PM
Chapter 2 : ลูกชิ้นปิ้ง
วันนี้กลับมาอีกแล้วครับ เนื่องจากเสียศูยน์ในชีวิตเข้าจริงๆ
เหมือนกับโดน Crash อัดเต็มๆเปาเลยครับ = = ช่วงนี้เลยไม่ได้ทำอะไรนอกจากเล่นเกม = =
'ชีวีบัดซบ' = =
เอาเป็นว่าหลังๆมานี้หลังเหตุการณ์ที่เจอในวันแรก ทุกๆอย่างมันเสียศูยน์ยิ่งกว่าเก่า
ถ้าเทียบกันแล้วก็คงเหมือนกับรถยนต์ที่เพิ่งออกจากอู่แล้วคนขับก็พุ่งลงไปที่คลองหน้าอู่ อารมณ์นั้นเลย
หลายๆคนคงจะงง เออ... ผมก็งงเหมือนกัน เริ่มจับต้นชนปลายไม่ถูก เริ่มไม่ถูก วางแผนไม่ถูก ไปไม่เป็น เอ งง นอนดีกว่า = ="
แผนต่างๆที่เคยวางไว้แต่ตอน ม.4 แผนปกติ แผนลัดรอบ แผนสำรอง แผนคลื่นลูกใหญ่ พังเรียบไม่เหลือหลอ พังเกรียบไปนานแล้ว
ตอนนี้ก็ได้เพียงแค่นั่งอ่านหนังสือ อ่านรู้บ้าง ไม่รู้บ้าง ปวดหัวกับชีวิต = = บางเรื่องนี่ 'อ่าว มีด้วยเหรอฟะ' ก็เยอะ
กำลังคิดว่าจะหาเข็มทิศยังไงดีก็คิดว่าเร็วๆนี้จะเริ่มทำทัวร์รอบกรุง... เดินทางรอบกรุงซะวันนึง ไม่รู้ทำเพื่ออะไร นั่งรถเมลล์สายอะไรก็ได้ไปสุดสาย แล้วเดินไปเรื่อยๆ เดินทางไปเรื่อยๆ หาอะไรแบบไม่มีอะไรทำซักวัน
ตอนนี้พยายามหาโอกาสต่างๆในชีวิต เดินห้างหาอะไรต่างๆ ดูศูนย์ศึกษาต่อที่ต่างๆ พยายามหาอะไรให้เป็นหลักค้ำไม่ให้ล้มเละเทะระเนระนาดยิ่งกว่านี้ได้
ขณะที่พิมพ์ก็5โมงกว่าๆแล้ว คาดว่าจะออกไปหาอะไรทำซักชั่วโมงสองชั่วโมง ดูทีวี ดูข่าว ทำอย่างอื่น พยายามทำให้ตัวเองไม่ล้ม
โอส ชอบคุณ Mr.O มากครับ ถึงผมจะรู้สึกเดือดขึ้นเล็กน้อย แต่ก็จริงอย่างที่ท่านว่าจริงๆนั่นแหละ =w=/
---------------------------------------------------------------
ป.ล. รับโอกาสทางธรุกิจจากทุกท่าน คาดว่าเรียนจบอาจไปขายลูกชิ้นปิ้ง ไม่ก็บะหมี่เลือกท็อปปิ้งเอา ขายกลางคืนเท่านั้น สนใจร่วมธรุกิจ ติดต่อได้ "D
Gaggy
May 18 2008, 02:24 AM
มีบริษัทของพ่อกำลังต้องการพนักงาน เหอ เหอ เหอ
deadman
May 18 2008, 11:04 AM
จากการที่อ่านชีวิต "มึง" แล้ว "กู" งงอ่ะ แต่ขอเล่าประสบการณืนิดนึงนะ (อันนี้ได้มาจากที่ทำงาน) อาจจะตรงกับของนิมนะ
Asst. Manager : ทำไมมึงแต่งตัวงี้วะ
"กู" : ทำไมหรอพี่ การแต่งตัวมันเกี่ยวกับการทำงานยังไง
Asst. Manager : มันก็ไม่เกี่ยวหรอก แต่ เอ็งอยากให้คนอื่นตัดสินเอ็งในทางที่ไม่ดีตั้งแต่เห็นหน้าเอ็งหรอ
จบ
สิ่งที่เค้าบอกนั่นคือสิ่งที่เค้าเผชิญมาแล้ว รู้ว่าควรแก้อย่างไร แต่เราควรเอาแนวทางนั้นไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันของเรา ส่วนคำพูดของคนอื่นนั้นถ้าเราไม่อยากทำก็ปล่อยเค้าพูดไป ไม่ต้องสนใจ เพียงแต่เอาแนวทางนั้นมาปรับ
Mr.O
May 22 2008, 01:10 AM
- มีอาจารย์ท่านนึงตอนที่ผมเรียนที่เกษตร บอกไว้ว่า "ถึงคุณจะไม่จบมหาวิทยาลัย คุณก็มีความสุขในชีวิตได้..." บางครั้งการศึกษาก็ไม่ได้เป้นตัวบ่งชี้ความสุขในชีวิตเราเสมอไป ทำในสิ่งที่เรารัก เราถนัด เรามีความสุขกับสิ่งที่ทำโดยไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น นี่ซิ ความสุข แต่แน่นอนว่าถ้าเรายังมีโอกาสในการศึกษาอยู่ก็ควรทำให้มันผ่านพ้นไปเสีย ถ้าจบแล้วจะหางานอะไรทำ ทางบ้านคงไม่จุกจิกแล้วละ ที่พ่อแม่ห่วงที่สุด คงหนีไม่พ้นเรื่องลูกจะอยู่ได้อย่างไร ถ้าพวกเขาจากโลกนี้ไป
- จะขายลูกชิ้นปิ้ง หรือทำบะหมี่ขาย ก็ไม่เลวหรอกนะ ของกินขายได้อยู่แล้ว (ถ้าอร่อย+คุ้มค่า) หาทำเล หาอุปกรณ์มาลองทำเป็นงานพิเศษเสริมดูก็ได้นิ เผื่อมันจะช่วยให้เราลดความฟุ้งซ่านลงได้บ้าง
ปล. ผมคิดว่าคุณเองก็รู้ตัวดีพอสมควรว่าอะไรควรไม่ควร เพียงแต่ว่าคุณยังหาทางของตัวเองไม่เจอหรือไม่ก็ยังไม่รู้จะเริ่มเดินในทางของตัวเองอย่างไร ขอให้พยายาม+ตั้งใจ คิดว่าคงผ่านพ้นไปได้ไม่ยากเย็น
This is a "lo-fi" version of our main content. To view the full version with more information, formatting and images, please
click here.