สำหรับที่บอกว่า [CG ระดับ animation] ไม่ได้หมายความว่ามันเลิศเรอนะครับ แต่หมายถึงการลงสีหยาบๆระดับอนิเมชั้นที่ต้องวาด 12-15 รูปต่อ 1 วินาที ไม่ใช่ [CG ระดับ illustrator นะครับ] อย่าหวังสูงไว้ก็แล้วกัน เป็นพื้นฐานอย่างนึง....โคตรพื้นฐานเลยล่ะครับ แต่คิดว่าหลายๆคนอาจยังไม่รู้ และหลายคนก็รู้แล้ว
อ่อแล้วอีกอย่างนึง ความรู้พวกนี้ผมไม่ได้มั่วขึ้นมาเองหรอกนะครับ แรงบรรดาลใจหลักของ tutorial นี้มาจาก tutorial ของท่านสินาด จากการที่ผมดูงานเค้าด้วยล่ะ เพราะหนังสือสอน cg ไม่มีบอกชัดๆ.... สงสัยมันเป็นอะไรที่พื้นไปจริงๆ แต่ก็นานกว่าที่ผมจะเข้าใจจุดนี้เหมือนกัน ก็เลยเอามาแบ่งปันกัน
สำหรับบทเรียนในวันนี้จะเป็นเรื่องที่ง่ายๆ.....สำหรับคนที่ใช้ photoshop แต่สำหรับผู้ใช้โปรแกรมอื่นนั้น ที่ต่างกันก็แค่เครื่องมือเท่านั้นแหละครับ หลักการคล้ายๆกัน
เข้าเรื่องเลย หากคุณเปิดโปรแกรมขึ้นมา กดใช้หัวแปรง มันจะมีหัวแปรง 2 ชนิดหลัก

1. หัวแปรงแบบลาก อันซ้าย
2. หัวแปรงแบบกด อันขวา
คุ้นๆว่ามันเรียกว่า stroke และ stamp นี่ล่ะมั้ง?
ดูจากภาพ คงไม่ต้องอธิบายมั้ง? ถ้างงก็ดูตรงที่ ข้างบนเป้นการกด 1 จึ๊ก แต่ข้างล่างเป็นการลากเมาส์ลงไป
มาเข้าเรื่องกันต่อ หัวแปรงที่ที่เราจะพิจารณาในที่นี้คือ หัวแปรงแบบลาก มันก็ย่อยได้หลักๆ 2 แบบอีกนั่นแล

1.1 หัวแปรงแบบคม (ซ้าย)
1.2 หัวแปรงแบบฟุ้ง (ขวา)
การปรับใช้นั้น สำหรับ adobe photoshop นั้น เวลาที่เราเลือกใช้หัวแปรงอยู่, ให้คลิกขวาบนพื้นที่ว่างๆบนงานของท่าน หรือกด ไอ้ตรงนี้
» Click to show Spoiler «

สังเกตุน่อว่า ใน default brush set ที่มันให้มาตอนแรก มันจะให้ทั้งบรัชคมและบรัชฟุ้งมา รวมทั้งบรัชรูปทรงหญ้า ดาว อะไรพวกนี้ด้วย
พูดมากไปแล้วมั้งเรา งั้นเริ่มกันเลย

อันนี้เป็นรูปสาธิตครับ ใช้เป็นเส้นขอบเท่านั้นแหละ

คงไม่ต้องพูดนะว่าลงสีพื้นน่ะ
เริ่มที่การลงเงาเลย สมมติให้แสงส่องมาจากมุมบนซ้ายทำมุมประมาณ 45องศา เงาจะทอดลงมาดังในรูปล่าง

สังเกตุหัวแปรงให้ดีๆ

รูปนี้เราใช้หัวแปรงเดิมแต่ขนาดใหญ่ขึ้น แน่นอนว่า ค่าความฟุ้งมันจะกระจายตัวมากขึ้นทำให้ดูเนียนยิ่งขึ้น แต่วิธีนี้ใช้ได้เฉพาะงานรายละเอียดเยอะๆเท่านั้น (หัวแปรงต้องขนาด 50px ขึ้นไป)

ลองลบที่เกินออกหน่อย

จากนั้น ใช้บรัชหัวคม ปาดในพื้นที่ๆมีเงาชัดเจน ให้นึกถึงหลักการของแสงเงาให้ดี อันนี้ต้องใช้ความรู้จากธรรมชาติมาประกอบด้วยครับ เงาที่ผมใช้ในที่นี้คือ เงาที่ทอดตัวลงมาจากแกนข้างบน ซึ่งมีระยะค่อนข้างใกล้ แสงเงามันเลยค่อนข้างแรง เงาจึงชัดเจนเมื่อเทียบกับเงาขั้นแรกที่ผมเพ้นท์ไป ซึ่งเป้นแค่เงาอ่อนๆที่เกิดจากอิทธิพลการไม่โดนแสงเท่านั้น จึงเป็นเหตุผลที่ผมใช้บรัชหัวฟุ้งในขั้นที่แล้วเพื่อความนุ่มนวล

ลบส่วนที่เหลือก็...เสร็จ

ลองเทียบดูเอาด้วยตาตัวเองดีกว่านะครับ บรัชที่ใช้มันสามารถบอกถึงลักษณะพื้นผิวและรูปร่างวัตถุได้ ขึ้นอยู่กับวิธีใช้ครับ
มีวิธีที่ใช้เปลี่ยนภาพคมๆให้ฟุ้งๆเช่นกัน นั่นคือการใช้ filter blur


อันนี้ภาพก่อน

อันนี้ภาพหลังใช้ filter > blur > gaussian blur
และในทางกลับกัน การทำภาพเบลอให้คมขึ้นก็สามารถใช้ filter > sharpen ได้เช่นกัน แต่ไม่ค่อยแนะนำ เพราะมันจะเละ
และถ้าลอง cg ไปเรื่อยๆ จะพบว่าหัวแปรงทั้ง 2 แบบนี้ มันมีอะไรที่มากกว่าแค่ทำเงานะครับ แต่ในระดับการ CG แบบพวกมังกะนั้น รู้แค่นี้ก็พอแล้วล่ะ
สุดท้ายนี้ก็หวังว่ามันจะมีประโยชน์สำหรับมือใหม่หัด CG ทั้งหลายนะครับ
ขอบคุณที่ใช้บริการครับ
