(board+card game)(Test )
Credit ผู้ร่วมพัฒนา = Nimble , Kadch ,Zales,Maomaster ,Mpluse
QUOTE
Update list
Rep1
นำเรื่อง (Introduction)
รูปแบบการเล่น(Concept)
แม่ทัพ (Commander card)
ที่มั่น (Base card)
คำสั่งและการกระทำ (Action card)
หน่วย (Unit card)
ทรัพยากร (Resource card)
ระบบ เทริ์น (Turn system)
รูปแบบสนามรบ (War face)
Rep 2
การจัดการ์ด (Deck management)
เริ่มเล่น (Start)
การจั่ว (Draw)
การลงทรัพยากร (Resource establish)
การเรียกกองทหาร (Recruitment and summoning)
การสั่งเคลื่อนทัพย้ายแนว (Move)
การเข้าต่อสู้ (Battle)
การทิ้งการ์ด (Discard)
การใช้งาน Action card (How to use action card)
ประเภทของ Action card (Type of action card)
ความสามารถประเภทต่างๆ (Ability)
การจบเกมส์ (End game)
Rep 18
รายละเอียดของ ไอคอนต่างๆ
ค่าพื้นฐานของการ์ดCommanderที่ควรจะเป็น
ค่าโบนัสของเผ่าต่างๆ
Rep1
นำเรื่อง (Introduction)
รูปแบบการเล่น(Concept)
แม่ทัพ (Commander card)
ที่มั่น (Base card)
คำสั่งและการกระทำ (Action card)
หน่วย (Unit card)
ทรัพยากร (Resource card)
ระบบ เทริ์น (Turn system)
รูปแบบสนามรบ (War face)
Rep 2
การจัดการ์ด (Deck management)
เริ่มเล่น (Start)
การจั่ว (Draw)
การลงทรัพยากร (Resource establish)
การเรียกกองทหาร (Recruitment and summoning)
การสั่งเคลื่อนทัพย้ายแนว (Move)
การเข้าต่อสู้ (Battle)
การทิ้งการ์ด (Discard)
การใช้งาน Action card (How to use action card)
ประเภทของ Action card (Type of action card)
ความสามารถประเภทต่างๆ (Ability)
การจบเกมส์ (End game)
Rep 18
รายละเอียดของ ไอคอนต่างๆ
ค่าพื้นฐานของการ์ดCommanderที่ควรจะเป็น
ค่าโบนัสของเผ่าต่างๆ
นำเรื่อง (Introduction)
TOWT การ์ดคือระบบการ์ดที่คิดขึ้นมาเพื่อเป็นแนวคิดสำหรับประกอบกับการเล่นrole tale of war tear และ อ่าน Fic ของมัน ดูรายละเอียดของ ฟิคชั่น และ โรลเพล์ย ได้ที่ใต้ signature ของผมนะครับ
(เรามีโครงการทำเป็น คอมมิคด้วยน่ะ กำลังทำอยู่น่อ)
โดยการ์ดเกมส์ชุดนี้จะจับเอาสงคราม สี่โลก ที่มีการยาตราทัพ ของทั้งสวรรค์ โลกมนุษย์ โลกปีศาจ และ นรกเข้าห้ำหั่นกัน ด้วยบรรยากาศยุคกลาง แบบแฟนตาซี ภายใต้ความสมจริงและศิลปะแห่งการทำสงคราม ที่สมจริง และ ซับซ้อน ที่ถูกจำลองมาอยู่บนโต๊ะเบื้องหน้าท่าน
(ระบบอาจจะมีหลายส่วนคล้ายกับ UR-C ก็เพราะผมกับนิม ร่วมมือกันในการพัฒนาการ์ดสองระบบนี้ขึ้นมา)
รูปแบบการเล่น(Concept)
โดยผู้เล่นสามารถที่จะเลือกการ์ด 2 ใบ มาแทนตัวทัพ (Commander card ) ซึ่งจะเป็นการ์ดที่มาจากตัวละคร ใน นิยาย ในโรลเพล์ย และ อื่นๆ ซึ่ง Commander card นี้ จะเปรียบได้กับแม่ทัพ (หากตัวแม่ทัพนี้ เสียชีวิตลง(HP เป็น 0)) ถือว่าเกมส์จบทันที นอกจากนี้ ยังมี การ์ดอีกใบที่เรียกว่า Base card ซึ่งหมายถึงการ์ดฐานทัพ หรือ เมืองสังกัดอันจะให้โบนัสต่างๆกันไป และแน่นอนว่าถ้า การ์ดนี้ถูกทำลาย เกมส์จบเช่นกัน(โดยเมื่อมันถูกทำลายศัตรูจะสามารถเข้าสู่ line ในเมืองเราได้ทันทีและหากเราไม่มีกองทัพหรือ แม่ทัพต่อต้านถือเป็นเกมส์จบทันที) ด้วยความพ่ายแพ้ของฝ่ายที่ถูกทำลาย
หากไร้แม่ทัพ ก็เปรียบดั่งกองทัพไร้หัวใจ หากไร้ซึ่งฐานกำลังนั้นไซร้ชัยชนะย่อมลางเลือน
การ์ดที่ใช้ทั้งหมดในเกมส์นี้มีดังนี้
1.Commander card : การ์ดแม่ทัพ มีเพียงใบเดียว(ลงมาในสนามรบเมื่อเริ่มเกมส์)
2. Base card : การ์ดฐานกำลัง มีเพียงใบเดียว (ลงมาในสนามเมื่อเริ่มเกมส์ )
3.Action card : การ์ดคำสั่ง ท่า ทักษะ เวทย์มนต์ และอื่น ๆ ทั้งสำรับ(จั่วตลอดเกมส์)
4.Unit card : การ์ดกองทหารหน่วยต่างๆ ทั้งสำรับ (จั่วตลอดเกมส์)
5.Resource card : การ์ดทรัพยากรต่างๆทั้งมีทั้งสำรับไม่น้อยกว่า 40 ใบ (จั่วตลอดเกมส์)
Unit + Action = 60 ? 80 ใบ
(อนึง่ถ้าท่านคิดว่าแน่พอจะไม่ใส่ยูนิตเลยก็ได้ ยืนร่ายเวทย์อย่างเดียวเท่ห์ๆแต่ระวังโดนรุมกระทืบนะ)
รายละเอียดของการ์ดชนิดต่างๆ (Cards)

แม่ทัพ (Commander card)
จะประกอบด้วยข้อมูลดังต่อไปนี้
1>Name : ชื่อของการ์ดใบนี้
2>HP : (Hit point ) พลังชีวิตของการ์ดใบนี้ หากเหลือ 0 ถือว่าตายและตกสุสาน
3>AC : (Action) เป็นค่าที่ใช้ในการเล่นความสามารถต่างๆ หรือ ใช้ การ์ดบางใบซึ่งยิ่ง commander มีค่านี้สูงยิ่งทำอะไรได้มากขึ้นในแต่ละเทริ์น ค่านี้จะถูกเติมเต็มทุกเทิร์น
4>AT : (Attack) เป็นค่าที่บ่งบอกว่า commander ใบนี้โจมตีแบบธรรมดาด้วยความรุนแรงเท่าไหร่ ในแต่ละครั้ง (ซึ่งสั่งโจมตีธรรมดาได้เทิร์นละหนึ่งเป้าหมายและหนึ่งครั้งโดยปกติ)
5>SP : (Summoning point) เป็นค่าที่บ่งบอกว่า commander นี้ สามารถเรียกหน่วยรบที่มาจากเวทย์มนต์(Summoning) ได้มากน้อยเท่าไหร่ โดยค่านี้ยื่งมากย่อมแปลว่า Commanser นี้ สามารถคุมหน่วยรบดังกล่าวได้มาก
6>Race : เป็นตัวบ่งบอกถึงเผ่าพันธุ์ของCommander ใบนี้ ซึ่งส่งผลกับการเล่น
7>Life : เป็นตัวบ่งบอกถึงประเภทพลังชีวิตของCommander ใบนี้ซึ่งส่งผลต่อการเล่น
8>Class : เป็นตัวบ่งบอกถึงอาชีพของ Commander ใบนี้ ซึ่งส่งผลกับการเล่น
9>Image : รูปของการ์ด
10>Text : รายละเอียดและความสามารถของการ์ดจะปรากฏในช่องนี้
11>Illus : ผู้วาดการ์ดใบนี้
12>Block Symbol : สัญลักษณ์และตัวบ่งบอกถึงระดับของการ์ด
ค่าพื้นฐานของการ์ดCommander ที่ควรจะเป็นน่าจะมีค่าดังนี้
ยิ่งท่านเอาสเตตัสมากขึ้นเท่าไหร่ความสามารถก็จะลดลงไปตามส่วน
HP 5-35(ตามปกติอยู่ที่20)
AC 5-25 (ตามปกติอยู่ที่15)
AT 0-5 (ตามปกติอยู่ที่3)
SP 0-20 (ตามปกติอยู่ที่8)
โบนัสสำหรับ Race ที่คุณเป็นจะมีดังนี้ (ขอร้องว่าควรตรงกับตัวของท่านในโรล)
1.Angel , Seraphima ได้โบนัส 2 AC: Gain diveflight until end of turn (Ini4)
2.Human ได้โบนัส สกิล ที่มากกว่าปกตินิดหน่อย
3.Elf ได้โบนัส Swift 1
4.Dwarf ได้โบนัส ใช้ทรัพยากรน้อยลงนิดหน่อยในการใช้สกิล
5.Merflok ได้โบนัสสกิลแรงกว่าปกตินิดหน่อย
6.Orc ได้โบนัส Retributor
7. Undead ทั้งหมดได้โบนัส Regeneration 1
8. Chaos ทั้งหมดได้โบนัส Demon from (เปลี่ยนร่างได้)
9.Spirit ทั้งหมดได้โบนัส Astral body3

ที่มั่น (Base card)
จะประกอบด้วยข้อมูลดังต่อไปนี้
1>Name : ชื่อของการ์ดใบนี้
2>HP : (Hit point ) พลังชีวิตของกำแพงเมือง หากเหลือ 0 ถือว่าพังและไม่อาจจะขวางกั้นศัตรูเข้าสู่line ในเมืองได้
3>SL : (Slot) เป็นค่าที่บ่งบอกว่าสามารถวางการ์ดได้กี่ใบในเมือง (การ์ดที่อยู่ในเมืองจะถูกปกป้องจากกำแพงเมือง) หากค่านี้เยอะย่อมแปลว่าเมืองนั้นมีที่วางของในเมืองได้มาก และส่งผลต่อความปลอดภัยของทั้งทรัพยากรและกองทหารได้มาก
4>AT : (Attack) เป็นพลังโจมตีโดยพื้นฐานของเมือง ซึ่งสามารถโจมตีผู้ที่อยู่ในระยะของมันได้
5>RA : (Range) เป็นค่าที่บ่งบอกว่าเมืองนี้มีระยะโจมตีไปได้ไกลเท่าไหร่ยิ่งมากย่อมแปลว่าเมืองนี้มีระยะยิงที่ไกลซึ่งมีผลต่อการคุ้มกันเมือง
6>Type : ชนิดของการ์ด
7>Image : รูปของการ์ด
8>Text : รายละเอียดและความสามารถของการ์ดจะปรากฏในช่องนี้(base แต่ละใบให้โบนัสต่างกันไป)
9>Illus : ผู้วาดการ์ดใบนี้
10>Block Symbol : สัญลักษณ์และตัวบ่งบอกถึงระดับของการ์ด

คำสั่งและการกระทำ (Action card)
จะประกอบด้วยข้อมูลดังนี้
1>Name : ชื่อของการ์ดใบนี้
2>Cost : ค่าใช้งานของ Action ใบนั้นๆ ซึ่งโดยมากมักจะใช้เพียงค่า AC ของ commander ในการเรียกใช้ แต่มีบางใบที่ต้องการ cost เป็นอย่างอื่นด้วยเช่นกัน(โดยมากมักจะเป็นความสามารถแรงๆ)
3>Ether,Element : สัญลักษณ์ที่แสดงว่าการ์ด action ใบนี้ มีธาตุอะไร
4>Ini: (Initiative) เป็นค่าที่บ่งบอกความเร็วในการแซง ลำดับการส่งผลของการ์ดแต่ละใบโดยหากค่านี้มีค่าสูงกว่า ก็ย่อมแซงผลของการกรทำใดๆที่มีค่า Ini ต่ำกว่าเช่นกัน
5>RA : (Range) เป็นค่าที่บ่งบอกว่าActionนี้มีระยะใช้งานไปได้ไกลกี่ไลน์วัดไปจาก line ที่ commander อยู่ยิ่งมากย่อมแปลว่าท่านี้มีระยะใช้งานที่ไกลซึ่งมีผลต่อการเกมส์
6>Type : ชนิดของการ์ด ซึ่งในเกมส์นั้นการ์ด Action ก็เปรียบได้คล้ายคลึงกับ spell ทุกชนิดยกเว้น Creature spell ใน MTG ซึ่งในเกมส์นี้มันจะถูกแบ่งเป็นดังต่อไปนี้
6.1>Active : เป็นรูปแบบการกระทำปกติ ซึ่งมีหลายแบบทั้ง ชั่วคราวและ ถาวร (โบนัสเมื่อ commander เป็น class ต่างๆ ก็จะส่งผลทำให้การ์ดพวกนี้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้ เมื่อเทียบกับ commander ที่คลาสไม่ตรงกับมัน)
6.2>Condition : เป็นการ์ดที่ส่งผลในระดับกว้างขวาง ใกล้เคียงกับ Action card
6.3>Static : เป็นการ์ดที่ส่งผลตลอดเวลาเมื่อร่ายมาแล้วมันจะต้องแปะกับCommander เท่านั้น และ เมื่อนำมาแปะแล้วจะส่งผลตลอด (ผลของมันไม่ถูกแทรกแซงด้วยวิธีการปกติ)
6.4>Equipment : เป็นการ์ดที่เมื่อเรียกลงมา ต้องสั่งติดตั้ง (Euip )ก่อนจึงจะใช้งานได้เปรียบเสมือนการติดตั้งไอเท็ม ให้กับเป้าหมาย (คล้ายๆ Equip artrifact ของ เมจิค)
7>Image : รูปของการ์ด
8>Text : รายละเอียดและความสามารถของการ์ดจะปรากฏในช่องนี้(base แต่ละใบให้โบนัสต่างกันไป)
9>Illus : ผู้วาดการ์ดใบนี้
10>Block Symbol : สัญลักณ์และตัวบ่งบอกถึงระดับของการ์ด

หน่วย (Unit card)
จะประกอบด้วยข้อมูลดังต่อไปนี้
1>Name : ชื่อของการ์ดใบนี้
2>Cost : ค่าทรัพยากรที่ใช้ในการเรียกหน่วยทหารกองนี้ลงสู่สนามรบ (โดยปกติจะใช้ทรัพยากรแค่สองอย่างคือ Supply + Troop แต่หากเป็นหน่วยที่มีความสามารถพิเศษก็มักจะต้องการ Mana เพิ่มเพื่อเรียกใช้งาน)
3>Element : ธาตุของยูนิตชนิดนี้
4>HP : (Hit point ) พลังชีวิตของการ์ดใบนี้ หากเหลือ 0 ถือว่าตายและตกสุสาน
5>AT : (Attack) เป็นค่าที่บ่งบอกว่า Unit ใบนี้โจมตีแบบธรรมดาด้วยความรุนแรงเท่าไหร่ ในแต่ละครั้ง (ซึ่งสั่งโจมตีธรรมดาได้เทิร์นละหนึ่งเป้าหมายและหนึ่งครั้งโดยปกติ)
6>Race : เป็นตัวบ่งบอกถึงเผ่าพันธุ์ของ Unit ใบนี้ ซึ่งส่งผลกับการเล่น
7>Life : เป็นตัวบ่งบอกถึงประเภทพลังชีวิตของ Unit ใบนี้ซึ่งส่งผลต่อการเล่น
8>Image : รูปของการ์ด
9>Text : รายละเอียดและความสามารถของการ์ดจะปรากฏในช่องนี้
10>Illus : ผู้วาดการ์ดใบนี้
11>Block Symbol : สัญลักษณ์และตัวบ่งบอกถึงระดับของการ์ด

ทรัพยากร (Resource card)
จะประกอบด้วยข้อมูลดังต่อไปนี้
1>Name : ชื่อของการ์ดใบนี้
5>Type : เป็นตัวบอกว่า ทรัพยากรใบนี้เป็นแบบ Main , แบบ Addition
7>Image : รูปของการ์ด
8>Text : รายละเอียดและความสามารถของการ์ดจะปรากฏในช่องนี้
โดยทรัพยากรนั้นจะมีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ๆ หลักๆ ที่ใส่ในกองเท่าไหร่ก็ได้ดังนี้
1. Main ประกอบด้วย Supply (ยุทธปัจจัย) และ Troop (กำลังพล)
2. Addition ประกอบด้วย Light ,Dark ,Earth ,Aqua ,Wind ,Fire (ซึ่งจะใช้กับยูนิตระดับสูงและยังใช้ประกอบกับการสั่งใช้งานความสามารถของคอมมานเดอร์ หรือใช้actionบางใบด้วย)
9>Illus : ผู้วาดการ์ดใบนี้
10>Block Symbol : สัญลักษณ์และตัวบ่งบอกถึงระดับของการ์ด
ระบบ เทริ์น (Turn system)
สรุปแบบย่อ
Action recovery phase : เติม Action คืนให้กับ commander จนเต็ม
Pre draw phase : ช่วงก่อนการจั่วการ์ด สามารถเล่นได้แต่Fast effect
Draw phase : ช่วงของการจั่วการ์ดจั่วได้ 3ใบเลือกกองได้
Command phase : ช่วงของการ เรียก ยูนิต สั่งเคลื่อนย้าย line และเข้าโจมตี
Discard phase : ช่วงที่ท่านจะต้อง ทิ้งการ์ดบนมือที่เกิน 9 ใบ ลงสู่สุสาน
(อธิบายแบบเต็ม คำเตือน !!! ถ้าท่านไม่คิดจะเข้าใจกฏแบบ ลึกลับซับซ้อน เอาแค่แบบย่อสรุปก็พอ ข้างล่างนี้คือ แบบ รายละเอียดจริงๆของมัน)
Action recovery phase : ช่วงเริ่มต้นของเทริ์น ค่า Action ของ commander จะถูกเติมเต็ม (ไม่สามารถเล่น action หรือความสามารถใดๆได้ใน ช่วงนี้)
Pre draw phase : สามารถเล่น action หรือความสามารถใดๆได้ใน ช่วงนี้
Draw phase : เป็นช่วงที่ให้ผู้เล่นเจ้าของเทริ์นนั้น จั่วการ์ดขึ้นมาจากกอง เลือกจั่วได้ 3 ใบ จากกองไหนก็ได้และแจกแจงยังไงก็ได้โดยเสรี(ไม่สามารถเล่น action หรือความสามารถใดๆได้ใน ช่วงนี้)
เริ่มต้น Command phase
Main phase I : เป็นช่วงที่มีการลง Resource เรียก Unit เรียกตัว Summon กันได้ (สามารถเล่น action หรือความสามารถใดๆได้ใน ช่วงนี้)
Move phase I : เป็นช่วงstep ที่มีการย้าย line ของ Unit และ commander โดย ปกติแล้ว ยูนิตและคอมมานเดอร์จะขยับขึ้นลงได้เทริ์นละ 1 line (สามารถเล่น action หรือความสามารถใดๆได้ใน ช่วงนี้)
(ยูนิตและคอมมานเดอร์ ไม่อาจจะเข้าสู่ไลน์นั้นๆได้หากมี ยูนิตหรือ คอมมานเดอร์ศัตรูอยู่ในไลน์นั้นๆ)
(การย้ายไลน์สามารถย้ายเข้าสู่พรมแดนศัตรูได้เพื่อเข้าประชิดเมือง)
Battle phase : เป็นช่วงที่ Unit และ commander เข้าปะทะกับศัตรูซึ่งแบ่งแยกย่อยได้ดังนี้
Assign attacker : เลือกUnitของเราที่สามารถโจมตีฝ่ายศัตรูได้ สั่งโจมตี เข้าไป (ฝ่าย รุก)(ไม่สามารถเล่น action หรือความสามารถใดๆได้ใน ช่วงนี้)
Assign blocker : ฝ่ายตรงข้ามเลือกUnitของเขาในไลน์ที่ถูกโจมตี มาบล็อค Unit หรือ commander ของฝ่ายรุก(ฝ่ายรับ) (ความสามารถบางอย่างจะทำให้ฝ่ายรับเป็นคนเลือกเป้าหมายที่เข้าโจมตีเองได้!!)(ฝ่ายรับเลือกรวมบล็อคได้)(ถ้าฝ่ายรับไม่เลือกบล็อคฝ่าย รุกจะเป็นคนเลือกโจมตีเอง)
(ไม่สามารถเล่น action หรือความสามารถใดๆได้ใน ช่วงนี้)
Battle command : (สามารถเล่น action หรือความสามารถใดๆได้ใน ช่วงนี้)
Damage calculation : ทำการแลกdamage ใส่กัน ระหว่างยูนิต คู่ที่ โดยฝ่ายรับจะเป็นคนแจกแจง damage ที่จะแบ่ง ยูนิตแต่ละกองไปรับเอง (ในกรณีที่มีการรวมบล็อคเกิดขึ้น)
(ไม่สามารถเล่น action หรือความสามารถใดๆได้ใน ช่วงนี้)
Burial sub phase : ยูนิต หรือ commander ที่ hp 0 ถูกนำลงสุสาน ทันที
(ไม่สามารถเล่น action หรือความสามารถใดๆได้ใน ช่วงนี้)
Move phase II : เป็นช่วงstep ที่มีการย้าย line ของ Unit และ commander โดย ปกติแล้ว ยูนิตและคอมมานเดอร์จะขยับขึ้นลงได้เทริ์นละ 1 line (สามารถเล่น action หรือความสามารถใดๆได้ใน ช่วงนี้)
(ยูนิตและคอมมานเดอร์ ไม่อาจจะเข้าสู่ไลน์นั้นๆได้หากมี ยูนิตหรือ คอมมานเดอร์ศัตรูอยู่ในไลน์นั้นๆ)
(การย้ายไลน์สามารถย้ายเข้าสู่พรมแดนศัตรูได้เพื่อเข้าประชิดเมือง)
Main phase II : เป็นช่วงที่มีการลง Resource เรียก Unit เรียกตัว Summon กันได้ (สามารถเล่น action หรือความสามารถใดๆได้ใน ช่วงนี้)
(จบcommand phase)
Discard phase : ช่วงที่ท่านจะต้อง ทิ้งการ์ดบนมือที่เกิน 9 ใบ ลงสู่สุสาน (สามารถเล่น action หรือความสามารถใดๆได้ใน ช่วงนี้)
ผ่านเทริ์น ไปยังฝ่ายตรงข้าม
รูปแบบสนามรบ (War face)
สนามรบของเกมส์นี้จะแบ่งแบบนี้ โดยจัดเป็น line หลาย line

Garisonal line : เป็นแนวหลังสุด กองทัพของฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถเข้ามาในแนวนี้ได้ตราบเท่าที่ hp ของเมืองเรายังไม่เป็น0 สามารถ วาง ทรัพยากร การ์ดต่างๆได้ รวมไปถึง หน่วยรบ ในจำนวนจำกัด ตามค่า SL ของเมืองที่เลือกเป็นฐาน (แนวนี้สามารถลง ยูนิตได้ ตราบเท่าที่ ไม่มี หน่วยของฝ่ายตรงข้ามอยู่ในแนวนี้)
Supporting line :เปรียบได้กับแนวหลังของสนามรบ (แนวนี้สามารถลง ยูนิตได้ ตราบเท่าที่ ไม่มี หน่วยของฝ่ายตรงข้ามอยู่ในแนวนี้)
Intermediate line : เปรียบได้กับแนวกลาง ของสนามรบ (แนวนี้สามารถลง ยูนิตได้ ตราบเท่าที่ ไม่มี หน่วยของฝ่ายตรงข้ามอยู่ในแนวนี้ และ commander ของเราต้องไม่อยู่หลังแนวนี้)
Frontline : เปรียบได้กับแนวหน้าของสนามรบ (แนวนี้ไม่สามารถลงยูนิตมาได้)
Independence line : แนวกลาง ซึ่งเป็นตัวแบ่งแยกเขตแดนของทั้งสองฝ่ายออกจากกัน เปรียบได้กับ ชายแดน


















cost +1ac to attack commander or unit that equip ....