Help - Search - Member List - Calendar
Full Version: [ Fiction ] Hebrezga : Forsaken of the Holy Land
Viewmix Community > Stage > Fiction Library
Yohgi
Prologue


"ซ่า~~ ซ่า~~" เสียงคลื่นกระทบหาดทรายสีเงินที่คอยสะท้อนเเสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาตามหน้าที่ของมัน ถึงเเม้ว่ามันจะเป็นเพียงเเสงเเดดจากท้องฟ้าจำลองนั่น

เหนือทะเลสีคราม ท้องฟ้าจำลองที่ชาวเมืองเเห่ง Sintiaz รู้จักกันดี

Sintiaz, เมืองที่ตั้งอยู่กลางมหาสมุทร Blue Plain ครอบคลุมไว้ด้วยระบบป้องกันตัวพิเศษที่มีลักษณะคล้ายฟองน้ำ ซึ่งภายในจะเเสดงรูปภาพของท้องฟ้าตามสภาพอากาศในเเต่ละวัน

ในโหมดสงบสุข ระบบป้องกันตัวของ Sintiaz ก็ดูไม่ต่างจากฟองน้ำที่ครอบคลุมตัวเมืองเอาไว้ เเต่เมื่อระบบป้องกันตรวจพบสิ่งเเปลกปลอมที่จะเป็นอันตราย Sintiaz จะเปลี่ยนฟองน้ำนั่นให้เป็นระบบป้องกันตัวไม่ให้มีสิ่งใดสามารถเข้ามาถึง Sintiaz ได้

ภายในนั้น, Sintiaz, เมืองที่ถูกเเบ่งเป็นส่วนๆด้วยทะเลรูป U กลับหัว โดยมีสภาพของภูมิประเทศเเละอาคารบ้านเรือนเป็นตัวเเบ่ง

ส่วนต่างๆของ Sintiaz ได้เเก่ Metroz, ซึ่งจะตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นจุดศูยบ์รวมของตึกระฟ้า เเละย่านการธุรกิจ เเมนชั่นราคาเเพงของครอบครัวมหาเศรษฐี

Ciez, ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทะเลที่มีชื่อว่า White Sea เป็นบริเวณบริเวณที่อยู่อาศัยของประชาชนชั้นกลางลงไป เป็นบริเวณเสื่อมโทรมของ Sintiaz มีอาชญากรรมเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ผู้คนที่นี่จะคอยดูเเลกันเอง กฎหมายที่มีอยู่ไม่สามารถดูเเลตัวเมืองในส่วนนี้ได้อย่างเต็มที่ Ciez ตั้งอยู่ใกล้กับ East Gate ที่เป็น 1 ใน 2 ทางเข้าสู่ Sintiaz ซึ่งอีกด้านคือ West Gate

West Gate ตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณทะเลทราย Hedalgo ซึ่งส่วนหนึ่งของทะเลทรายได้ถูกใช้เป็นที่ทิ้งขยะ บริเวณนั้นจะเป็นที่อยู่อาศัย เเละที่ทำงานของคนเก็บขยะ เเละยังถูกใช้เป็นที่ซ่อนตัวของกลุ่มอาชญากรบางกลุ่มอีกด้วย
Hedalgo ตั้งอยู่ทางตะวันตกของ Black Sea

สำหรับการเข้าเมืองนั้น ทำได้ผ่านทาง East เเละ West Gate ซึ่งจะเป็นการเดินทางใต้ดินของเมือง Sintiaz


=====


ปี 1375

"ขณะนี้เราได้รับประกาศจากโปรเจ็ค Neo Reiv โดยท่านศาสตราจารย์เรว์ ซึ่งจะทำการถ่ายทอดสดหลังจากนี้ค่ะ" เสียงของหญิงนักประกาศข่าวดังขึ้นบนจอเเก้วขนาดใหญ่บนตึกใจกลางเมือง Sintiaz ผู้คนที่เดินไปมาตามท้องถนนต่างเงยหน้าขึ้นให้ความสนใจไปยังจอเเก้วต่างๆที่ตั้งอยู่บนอาคารใหญ่ๆทั่วตัวเมือง Metroz

"ในที่สุด เวลานี้ก็ได้มาถึง โปรเจ็ค Neo Reiv ได้เสร็จสมบูรณ์ในที่สุด" ชายผู้หนึ่งในชุดกาวด์ยืนอ้าเเขนของเขาออกมาจากจอเเก้วนั่น ด้วยใบหน้าที่ปลื้มปิติ เเว่นตาทรงสามเหลี่ยมของเขาขยับไปมาตามจังหวะที่ชายผู้นั้นส่ายหน้ามองซ้ายมองขวาราวกลับว่า เขากำลังจ้องมองผู้คนที่ยืนอยู่บนท้องถนนเบื้องล่างนั่น

"ผม ศาสตราจารย์เรว์ จะขอเเนะนำให้พวกท่านรู้จักกับ เพื่อนผู้ร่วมโลกกับเรา สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ที่มีรูปร่างไม่ต่างจากมนุษย์อย่างเรา เเต่ความสามารถที่ปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ" เสียงของศาสตราจารย์เรว์ดังก้องไปทั่วทั้งเมือง ดวงตาที่เบือกโพลงของเหล่าชาวเมืองที่จ้องมองอย่างใจจดใจจ่อ

"ขอให้พวกท่าน ทำการต้อนรับ เพื่อนใหม่ของเรา Neo Reiv~~~~" ศาสตราจารย์ลากเสียงของเขาขณะที่ร่างที่มีลักษณะเหมือนมนุษย์ปรกติทั่วไปทุกประการ ที่ค่อยๆทะยอยเดินออกมาจำนวนหนึ่ง พวกเขายืนเรียงอยู่ด้านหลังของศาสตราจารย์อย่างเงียบๆ

สิ่งที่เเยกพวกเขาออกจากความเป็นมนุษย์ก็คงมีเพียง หูที่มีรูปทรงเเหลมต่างจากมนุษย์ เเละปลอกคอที่มีรูเสียบปลั๊กหน้าตาเเปลกๆอยู่ ซึ่งปลอกคอนั้น ไม่ได้อยู่รอบขอของพวกเขาเหล่านั้น เเต่เหมือนจะเป็นรูปตัว U โดยเว้นบริเวณด้านหน้าเอาไว้

"หูของพวกเขา สามารถรับคลื่นความถี่ต่างๆที่มนุษย์ไม่สามารถรับได้ ซึ่งเป็นข้อดีข้อหนึ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์มากเลยทีเดียว" ศาสตราจารย์เริ่มอธิบายขึ้นสิ่งเเปลกปลอมบนร่างของ Neo Reiv เหล่านั้น

"ส่วนปลอกคอนี้ จะเป็นตัวอัพเกรดความสามารถของพวกเขา"
"สิ่งนี้ เมื่อนำไปเสียบเข้าที่ปลอกคอนั้น จะเพิ่มความสามารถให้เเก่ Neo Reiv คนนั้นตามสรรพคุณของสสารภายในนี้" ศาสตราจารย์เขย่าหลอดทดลองขนาดเล็กที่มีหัวเป็นปลั๊กที่น่าจะใช้เสียบเข้าที่คอของ Neo Reiv ภายในนั้นมีของเหลวสีฟ้าใสอยู่ภายใน

"Neo Reiv ที่อีกไม่นานจะไปเดินอยู่บนท้องถนน เเละร่วมใช้ชีวิตประำจำวันกับเรามนุษย์ทั้งหลาย ขอให้พวกท่านทุกคน คอยดูเเลพวกเขา ไม่ต่างจากมนุษย์คนอื่นๆ ขอขอบคุณมาก" ศาสตราจารย์โค้งคำนับ ก่อนที่จอเเก้วนั้นจะตัดกลับไปที่หญิงนักประกาศข่าวอีกครั้ง


=====


ปี 3005

"ตูม!!!" "ซ่า~~~" เสียงน้ำถูกกระเเทกทำให้เกิดละอองน้ำลอยฝุ้งไปทั่วบริเวณ
พื้นที่ว่างปล่าวทางตอนใต้ของ White Sea กระเเสน้ำค่อยๆนิ่งลงอย่างช้าๆ

ชาย 2 คนมุ่งหน้าลงไปยังชายหาดของ White Sea จากทางเดินริมทะเลของ Ciez
เด็กหนุ่มผมสีเงินที่เสยขึ้นตามเเรงลมที่พัดทวนหน้าของเขาขณะที่วิ่งตามโขกหินลงไปยังริมชายหาด เสื้อเเจ๊กเก็ทสีเทาที่ปลิวไสวตามเเรงที่ชายหนุ่มคนนั้นวิ่งลงไป เสื้อรัดรูปสีดำที่สะท้อนเเสงเเดดเป็นเงาเรือๆ กางเกงยีนส์สีน้ำเงินฝุ่น เเละรองเท้าหนังสีดำที่ดูเงาวาวรับเเสงเเดดเป็นอย่างดี

ชายร่างใหญ่ในเสื้อกล้ามสีขาวเดินตามไปอย่างเอื่อยๆ ดวงตาที่ดูเหมือนจะปิดอยู่ตลอดเวลา เเละรอยเเผลเป็นที่ทอดยาวจากกลางหน้าผาก ผ่านดวงตาซ้ายลงไปจนถึงเเก้ม กางเกงขาสั้นสีน้ำตาล เเละรองเท้าเเตะขยับไปมาตามที่เขาเดินเลาะโขกหินเหล่านั้นลงไป

"นิโคลัส ดูนั่น" ชายหนุ่มตะโกนเรียกชายร่างใหญ่ที่มีนามว่านิโคลัส นิ้วของเขาก็ชี้ไปยังชายหาดนั่น เหมือนว่าเขาได้พบกับอะไรบางอย่าง

"นั่นมันเป็นวิธีที่เจ้าใช้เรียกพ่อของเจ้ารึ" ชายร่างใหญ่กระเเอมเบาๆเชิงตักเตือน พลางเดินตามลงไปที่ชายหาด

"นี่มัน!?" นิโคลัสขึ้นเสียงเล็กน้อยเมื่อเขาได้พบกับสิ่งที่ลอยมาเกยอยู่บนชายหาด

เด็กหญิง 2 คนในชุดเสื้อผ้าเเบบชิ้นเดียว สีฟ้าน้ำทะเล ผมสีน้ำตาลที่เปียกเเฉะปกปิดหน้าตาของเธอเอาไว้ ร่างกายขนาดเล็กของพวกเธอนอนขดอยู่เพราะความหนาว

เด็กหนุ่มผมเงินปัดผมออกจากใบหน้าของเด็กหญิงทั้ง 2 เผยให้เห็นใบหน้าที่เหมือนกันของเด็กหญิงทั้ง 2
"ฝาเเฝด?" เด็กหนุ่มเอะใจ

"เป็นยังไงบ้าง เฮอิเน่" นิโคลัสกล่าวถามเด็กหนุ่มที่ถูกเรียกว่าเฮอิเน่ที่กำลังดูอาการเด็กสาวฝาเเฝดอยู่

"ยังหายใจอยู่ เเค่หมดสติไปเฉยๆ" "เอะ นี่อะไรเนี่ย" เฮอิเน่ตอบ เเต่เขากลับไปเอะใจกับอะไรบางอย่าง

"ปลอกคอรึ" นิโคลัสนั่งลงข้างๆเด็กหญิงคนหนึ่ง เเล้วตรวจดูที่คอของเธอที่เป็นปลอกคอสีขาว ซึ่งเฮอิเน่ก็ดูปลอกคอของเด็กหญิงอีกคนหนึ่ง

"อมีน่า เอมูเอล" เฮอิเน่กระซิบ
"อมีเน่ เอมูเอล" นิโคลัสกระซิบตอบ

"นี่มันคืออะไร ชื่อรึ?" นิโคลัสตรวจดูปลอกคอของเด็กสาวอย่างละเอียด
"ทำไมถึงได้มี 2 ส่วนล่ะ ถ้าเป็นชื่อ พวกเรามีชื่อเเค่ชื่อเดียวนะ ทำไมเด็กพวกนี้ถึงไหน" เฮอิเน่ท้วง

"ข้าก็ไม่รู้ ยังไงก็ตาม พาเด็กพวกนี้กลับไปที่บ้านก่อนเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา ดูเสื้อผ้าที่ใส่สิ" นิโคลัสอุ้มร่างของเด็กสาวตรงหน้าของเขาขึ้นมา เเล้วเริ่มออกเดินกลับขึ้นไปที่ทางเดินเลียบชายฝั่ง

เฮอิเน่พยายามจะอุ้มเด็กสาวอีกคนขึ้น เเต่เขาก็ดันไปเหลือบเห็นอะไรบางอย่าง สีเเดงระเรื่อเริ่มลามไปบนใบหน้าของเขา
"นี่ชั้นคิดอะไรกับเด็กเนี่ย" เฮอิเน่สบัดหน้าไปมา เเล้วอุ้มร่างของเด็กหญิงคนนั้นขึ้น เเล้วรีบเดินตามนิโคลัสกลับขึ้นไปที่ทางเดินเลียบชายฝั่ง

"เจ้าคิดว่า เด็ก 2 คนนี้จะตกลงมาจากสวน Eden ไม๊" นิโคลัสถามเฮอิเน่ระหว่างทางกลับบ้านของพวกเขา
"ชั้นก็ไม่รู้" เฮอิเน่เงยหน้าขึ้นมองไปยังเเผ่นดินลอยฟ้าที่ลอยเอื่อยๆอยู่เหนือ Sintiaz

"ไม่มีใครเคยเข้าไปใกล้ที่นั่นได้นี่นา เเม้เเต่เครื่องบินรบ" เฮอิเน่ก้มหน้ากลับลงมา เเล้วก็จ้องหน้าเด็กสาวที่เขาอุ้มมา

บ้านหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ที่สุดทางเดินนั่น ด้านหลังก็เป็นฟองน้ำที่เป็นขอบเขตของ Sintiaz
พื้นหญ้าอันเขียวขจีที่ทอดยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา คนงานจำนวนหนึ่งที่เดินไปมา ระหว่างที่พวกเขาคอยดูเเลความเรียบร้อยของฟาร์มเเห่งนี้ ซึ่งมีสัตว์น้อยใหญ่จำนวนมากมายเดินเผ่นผ่านตามชีวิตประจำวันของมัน

"จะอธิบายกับคนงานยังไงดีล่ะ" นิโคลัสกระซิบ
"ก็บอกว่า เธอถูกพวกนักเลงเล่นงานมาก็พอเเล้ว" เฮอิเน่ตอบเเบบไม่ค่อยสบอารมณ์เเล้วเดินตรงไปที่บ้านของเขา โดยมีนิโคลัสเดินตามไปติดๆ
Yohgi
Record #1


"ตกลงว่าเกิดอะไรขึ้นล่ะ" หญิงสาวในชุดกระโปรงสีเหลืองทองประดับประดาด้วยเพชรพลอยหลากหลายสี เเต่ตกเเต่งจนดูดีเข้ากับชุดของเธอ การเเต่งกาย ทรงผม เเละหน้าตาที่บ่งบอกถึงยศตำเเหน่ง เเละความสูงศักดิ์ของหญิงสาวผู้นี้

"มีคนงานบอกว่า เห็นน้ำทะเลพุ่งขึ้นจาก White Sea เเต่สาเหตุนั้นยังไม่ทราบเเน่ชัด" ชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างเล็ก หมวกไหมพรมสีเขียวที่ถูกดึงลงมาปิดหน้าตาของเขา เสื้อเเจ็กเก็ทสีน้ำเงินที่มีมือทั้ง 2 ข้างของเขาซ่อนไว้ในกระเป๋า

"วันนี้เเละเวลานี้ มันเป็นเวลาที่นิโคลัสนำของไปส่งในตัวเมืองมิใช่รึ" หญิงสาวเอ่ยถาม ขณะที่เธอเอื้อมไปหยิบพัดสีทองที่วางอยู่บนโต๊ะเเก้วตรงหน้าของเธอ

ชายผู้นั้นไม่ตอบอะไร เพียงเเค่พยักหน้าช้าๆ

"ถ้าอย่างนั้น ช่วยไปถามนิโคลัสมาทีเเล้วกัน ว่าเขารู้เรื่องอะไรบ้างไหม ถ้าให้ดี เชิญนิโคลัสมาที่นี่ด้วยเเล้วกัน" หญิงสาวกล่าวจบก็ลุกขึ้นเเล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ชายผู้นั้นยืนอยู่ในห้องขนาดใหญ่ที่ทำให้ร่างขนาดเล็กของเขายิ่งดูเล็กลงไปอีก
ชายผู้นั้นยิ้มเเล้วเดินออกจากห้องทางประตูอีกบานหนึ่ง


"เธอกลัวรึโรบิน" เสียงของชายผู้หนึ่งดังมากจากด้านหลังของหญิงสาวในชุดสีเหลืองทองที่ยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เเขน 2 ข้าง ที่เอื้อมมาโอบร่างของหญิงสาวที่ถูกเรียกว่า โรบิน

"เราเเค่อยากรู้เอาไว้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อความปลอดภัย" โรบินกล่าวตอบขณะที่เธอหันกลับไปลูบผมสีดำของชายที่เข้ามาโอบเธอเอาไว้

ชุทสูทสีดำสนิทที่ดูสง่างาม ใบหน้าที่สะอาดเกลี้ยงเกลาถูกชโลมไปด้วยเเสงอาทิตย์อ่อนๆ เเว่นตาทรงกลมขนาดเล็กที่วางอยู่บนจมูกของเขา เเสงสะท้อนบนเเว่นตาของเขาเลื่อนออกเมื่อเขาขยับตัว เผยให้เห็นดวงตาสีฟ้าราวน้ำทะเลที่จ้องมองดวงตาสีเขียวใสของหญิงสาวอย่างชิดใกล้ในระหว่างที่ริมฝีปากทั้ง 2 ค่อยๆประกบกันอย่างช้าๆ

"ไว้รอฟังจากนิโคลัสเถอะ ว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าเกิดว่าพวกที่ Rondo Mansion ตั้งใจจะโจมตีเราจริงๆ ทำไมมันถึงได้พลาดเป้าไปถึงที่ White Sea เชียวล่ะ? เธอคิดว่ายังไงล่ะ?" ชายหนุ่มกล่าวปลอบใจโรบิน เเล้วใช้นิ้วมือของเขาเล่นผมสีน้ำตาลที่ม้วนเป็นเกรียวของโรบินเล่นด้วยความรักใคร่
โรบินก้มหน้าลงเล็กน้อย เเล้วก็ยิ้ม
"ขอบคุณนะ เเมททิว"


=====


ดวงตาสีน้ำตาลที่พยายามต่อสู้กับเเสงเเดดยามเย็นที่พุ่งมาจากมุมต่ำ เเละคอย่เเยงตาของสาวน้อยที่นอนอยู่บนเตียงขนาดเล็กพอดีตัวของเธอ
เด็กหญิงค่อยๆลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างช้าๆ เเล้วเลื่อนผ้าห่มสีน้ำตาลออกจากร่างของเธอขณะที่มองซ้ายมองขวาไปพบเด็กหญิงที่นอนอยู่อีกคน เเละก็ไปพบกับเด็กชายที่นั่งจ้องหน้าเธออยู่

"ตื่นสักทีสินะ เเต่ก็เร็วกว่าที่คิดไว้ นึกว่าจะตื่นพรุ่งนี้เสียอีก" เฮอิเน่ที่นั่งเฝ้าเด็กสาวทั้ง 2 อยู่ทำเสียงไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไรนักที่ถูกใช้ให้มานั่งเฝ้าเด็กหญิงทั้ง 2

เด็กหญิงที่พึ่งตื่นขึ้นมาก้มลงมองร่างของเธอที่มีชุดนอนเป็นเเบบชุดกระโปรงชิ้นเดียว สีชมพูดูน่ารักเหมาะสมกับวัยของเธอเป็นอย่างมาก

"ที่นี่?" เด็กสาวถาม

"Nickolus Farm" เฮอิเน่ตอบห้วนๆเเบบไม่เต็มใจ เขาหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อดูสภาพภายนอกของฟาร์ม

"เเล้ว"
"เธอเป็นใคร? มาจากไหน? ทำไมจู่ๆถึงได้โผล่มาตอนที่เกิดระเบิดขึ้นที่ White Sea? เเล้วไหงถึงได้ลอยมาเกยอยู่ที่ชายหาด ? เธอตกลงมา หรือพุ่งขึ้นมาจากข้างล่างกัน? เเล้วที่คอนั่นมันคืออะไร? ปลอกคอรึ? ทำไมถึงมีเขียนเอาไว้ว่า อมีน่า เอมูเอล? มันคืออะไร? เเฝดของเธอก็มี อมีเน่ เอมูเอล เขียนเอาไว้ ตกลงมันคืออะไร?" เฮอิเน่ยิงคำถามเป็นชุดโดยที่มีเด็กสาวนั่งจ้องหน้าเขาอยู่เงียบๆ
หางตาของเด็กสาวเหลือบไปมองที่เเฝดของเธอ เเละหันกลับมามองที่เฮอิเน่อีกครั้ง เเต่ก็ยังไม่มีคำตอบใดๆหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากสีชมพูอ่อนราวผิวลูกท้อของเธอ

"เธอ...จำอะไรไม่ได้เลยอย่างนั้นหรอ?" เฮอิเน่ขมวดคิ้ว เเล้วยื่นหน้าเข้าไปจ้องหน้าของเด็กสาว สักพักเฮอิเน่ก็ลุกขึ้นเอามือกุมหน้าผากเเล้วเดินวนไปวนมาภายในห้องอย่างวิตกกังวล

"อะ...มี...น่า..." เด็กหญิงกระซิบออกมาเบาๆ เเต่เมื่อเฮอิเน่รีบหันกลับมามองด้วยดวงตาที่เบิกโพลงก็กลับทำให้เธอตกใจเเล้วเงียบลงอีกครั้ง
เด็กหญิงขยับปลอกคอของเธอไปมา เเล้วริมฝีปากของเธอก็เริ่มขยับอีกครั้ง

"เราชื่อว่า อมีน่า เอมูเอล" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำในที่สุด

"เธอมี 2 ชื่ออย่างงั้นหรอ?" เฮอิเน่ทำหน้างงเล็กน้อย

"ไม่ใช่ อมีน่า คือชื่อของเรา เอมูเอล นั่นคือนามสกุลของเรา" อมีน่าตอบกลับไป โดยไม่มีความกลัวอยู่ในน้ำเสียงของเธออีกเเล้ว

"นามสกุล?..คือ?" เฮอิเน่ยังคงไม่หายสงสัย เเต่คำตอบที่ได้กลับเป็นความเงียบสงบจากอมีน่า

"เอาเถอะ ถ้าไม่รู้ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็พอจะรู้เเล้วว่าเธอชื่อ อมีน่า ดังนั้น เเฝดของเธอก็ต้องชื่อ อมีเน่ สินะ" เฮอิเน่เดินกอดอกไปมา ขณะที่อมีน่าก็ยิ้มเเล้วพยักหน้าตาม

"เฮอิเน่" "อ้าว? ตื่นเเล้วรึ" นิโคลัสเดินเข้ามาเรียกเฮอิเน่ เเต่ก็หยุดลงในทันทีที่เห็นเด็กสาวได้ตื่นขึ้นเเล้ว ซึ่งเธอก็พยายามปลุกคู่เเฝดของเธออยู่ด้วยการเขย่าตัวของเธอเบาๆ

"ตกลงว่า เธอชื่อ อมีน่า ส่วนนั่นที่นอนอยู่ชื่อ อมีเน่" เฮอิเน่เเนะนำตัวสาวน้อยทั้ง 2 ให้นิโคลัส ซึ่งเขาก็พยักหน้ารับ
"มีอะไรล่ะ ท่านพ่อ?"

"อืม คืออย่างนี้ นายหญิงโรบินเนทต้องการพบพวกเรา เรื่องเกี่ยวกับระเบิดที่ White Sea เเต่ดูเเล้ว เราควรจะนำเด็ก 2 คนนี้ไปหาเธอด้วย" นิโคลัสกล่าว เเล้วก็ยืนรออยู่เงียบๆ

เฮอิเน่นั่งลงที่เก้าอี้ของเขาเเล้วหันไปมองนิโคลัส โดยมีอมีน่าีที่นั่งจ้องหน้าของนิโคลัสในขณะที่อมีเน่กำลังงัวเงียตื่นขึ้น

"เอ้า! รออะไรกันเล่า เสื้อผ้าอยู่ในตู้ในห้องนี้เเหล่ะ พวกเจ้าเลือกเอาตามชอบ เเล้วถ้าเกิดพวกเธอจำเป็นจะต้องมาอาศัยอยู่ที่นี่ ห้องนี้ก็คงจะเป็นห้องของเธอหลังจากนั้นเป็นต้นไป เอาเถอะ เตรียมตัวกันได้เเล้ว อย่าให้นายหญิงรอนาน" นิโคลัสพูดเสียงดัง เเละเริ่มออกคำสั่งให้เด็กสาวทั้ง 2 เตรียมตัว ก่อนที่จะลากเฮอิเน่ออกไปจากห้องเมื่อเห็นสีหน้าของเขาดูเเปลกไป

ภายในตู้นั้นอมีน่าเเละอมีเน่ก็ต่างเเปลกใจกับชุดการเเต่งกายที่ดูเเปลกตาสำหรับพวกเธอ เด็กทั้ง 2 ยิ้มให้กัน เเล้วเริ่มหยิบเสื้อผ้าในตู้ออกมาลองใส่ดู

เวลาผ่านไปได้สักพัก เฮอิเน่เดินกลับไปที่ห้องของอมีน่าเเละอมีเน่
เเต่ก่อนที่เขาจะทันได้เคาะประตู เสียงหัวเราะคิกคักของ 2 สาวก็ดังลอดออกมาจากประตูไม้ที่คั่นกลางระหว่างพวกเขาเอาไว้

"นี่! เล่นอะไร..เอ๊ย!!" เฮอิเน่ผลักประตูไปตะหวาดใส่เด็กทั้ง 2 เเต่เขากลับต้องหยุดชะงักในทันทีที่เห็นร่างที่มีเสื้อผ้าที่ใส่อยู่เเบบผิดๆของอมีน่าจนทำให้ร่างกายของเธอเเสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ขณะที่เธอกำลังลองสวมเสื้อตัวหนึ่งให้เเก่ร่างที่เกือบจะเปลือยเปล่าของอม่เน่

ทั้ง 2 หันมามองเฮอิเน่ที่ยืนอึ้งอยู่ ก่อนที่เฮอิเน่จะรู้ตัว เเล้วรีบดึงกระเเทกประตูกลับเข้ามาอย่างรวดเร็วด้วยความตื่นตระหนก ครู่หนึ่ง เสียงหัวเราะเบาๆของเด็กหญิงทั้ง 2 ก็ดังลอดประตูออกมาให้เฮอิเน่ได้ยิน ซึ่งทำให้เฮอิเน่ถึงกับคิ้วกระตุกเล็กน้อย เเต่ก็ทำอะไรไม่ได้

"เฮเลน ช่วยจัดการเด็ก 2 คนนั่นที" เฮอิเน่เรียกหญิงคนหนึ่งที่เดินผ่านมาพอดู ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเเม่บ้านของ Nickolus Farm นั่นเอง ชุดกระโปรงยาวสีน้ำตาลเเละผ้ากันเปื้อนสีขาว ผมสีดำสนิทสะท้อนเเสงสีส้มยามเย็นที่สาดส่องเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มที่ส่งคืนให้เเก่เฮอิเน่

"ได้ค่ะ" เฮเลนตอบก่อนที่จะเดินหายเข้าไปในห้องของอมีเน่เเละอมีน่า


=====


"เข้าใจเลือกชุดนะ ดูดีทั้ง 2 คนเลย" นิโคลัสกล่าวชมเด็กสาวทั้ง 2 ในชุดเเต่งกายใหม่ของพวกเธอ ระหว่างทางที่พวกเขากำลังขับรถมุ่งหน้าไปหานายหญิงโรบินเนทของพวกเขา โดยมีนิโคลัสเป็นคนขับ ซึ่งมีเฮอิเน่นั่งอยู่ที่เบาะหน้า เเละเเฝดสาวนั่งอยู่ที่เบาะหลัง

ภายในรถนั้นตกเเต่งด้วยลายไม้สีน้ำตาลดูสวยงาม ที่นั่งกว้างขวาง เเผงวงจรที่ตั้งอยู่ตรงกลางของเเผงควบคุมที่ด้านหน้าของรถ พวงมาลัยที่ไม่ได้ยึดติดเข้ากับเเผงวงจรด้านหน้า โดยมีนิโคลัสที่คอยโยกมันไปมาเพื่อเลี้ยว ซึ่งไม่ได้ทำบ่อยนักเนื่องจากเส้นที่ทางพวกเขาใช้นั้นค่อนข้างตรง

"ขอบคุณค่ะ" อมีเน่กล่าวขอบคุณ ทำให้เฮอิเน่ถึงกับต้องหันขวับกลับไปมองหน้าของเธอ

"มองอะไรคะ?" อมีเน่หันไปยิ้มให้เฮอิเน่ขณะที่เธอถามคำถามด้วยน้ำเสียงน่ารักเป็นที่สุด

"ปล่าวน่ะ เห็นเธอไม่พูดเลย ก็เลยนึกว่า..." เฮอิเน่ตอบ เเต่เขาก็ไ่ม่ได้พูดอะไรต่อ

"อมีเน่เเค่เป็นเด็กไม่พูดมากน่ะ เท่าที่เราจำได้" อมีน่าเสริมเเล้วเอียงตัวไปกอดอมีเน่ในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนที่มีลายลูกไม้ประดับประดาเต็มไปหมด ส่วนทางด้านอมีน่าที่มีเสื้อยืดสีดำ เเละกระโปรงสั้นถึงประมาณครึ่งน่องของเธอ ลายสก็อทเขียวเเดงดำ โดยมีกางเกงรัดรูสีดำอยู่ข้างใน เเละเธอก็ยังสวมเข็มขัดหนังสีดำที่มีโซ่อันเล็กๆร้อยระโยงระยางอยู่อีก

"พวกเธอเป็นฝาเเฝดกันยังไงเนี่ย เหมือนกันเเค่หน้าตาเเล้วอย่างอื่น" เฮอิเน่บ่น ขณะที่เขาหันหลังกลับไปมองเด็กสาวทั้ง 2 อย่างเอือมระอา

"ตอนนี้พวกเราก็รู้จักพวกเธอกันหมดเเล้ว เราว่า เราควรจะเเนะนำตัวได้เเล้วนะ" นิโคลัสทักขึ้น เมื่อนึกได้ว่า เด็กสาวทั้ง 2 ยังไม่รู้จักพวกเขาเลยด้วยซ้ำ

"เราชื่อเฮอิเน่อย่างที่เธอน่าจะพอได้ยินคนอื่นเรียกมาบ้าง" เฮอิเน่เเนะนำตัวเเล้วก็ยิ้มให้อมีน่าเเละอมีเน่เล็กน้อย ซึ่งพวกเธอก็ยิ้มตอบ

"ส่วนเราก็ชื่อ"
"ดูนั่นสิ ทะเลกว้างจังเลย สีสวยจังเลย เเสงอาทิตย์ทำให้มันเป็นสีส้มเลย สวยมากเลย" เสียงของอมีน่าดังเเทรกขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นที่ได้เห็นทะเลสีส้ม

"เหอะๆๆ" นิโคลัสหัวเราะเบาๆ ทำให้อมีน่าเงียบลงไปในที่สุด
"ขอโทษค่ะ" เธอกระซิบเบาๆ เเล้วนั่งก้มหน้า ซึ่งเธอก็เหลือบไปเห็นเฮอิเน่เอามาก่ายหน้าผากเเล้วเอนตัวมาด้านหลัง

"เราชื่อ นิโคลัส เป็นเจ้าของฟาร์มนั่นเเหล่ะ" นิโคลัสเเนะนำตัวจนจบจนได้ ซึ่งเเฝดสาวก็พยักหน้ารับเมื่อเห็นว่านิโคลัสมองกระจกมองหลังมายังพวกเธอ

"เอาล่ะ พวกเรามาถึงเเล้ว" นิโคลัสกล่าวเมื่อรถของพวกเขาค่อยๆหยุด เเล้วเริ่มลดระดับลงเล็กน้อย ราวกลับว่า ตลอดทางมานั้น มันได้ลอยอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเมื่อทั้งหมดก้าวออกจากรถไปก็พบว่า รถที่พวกเธอนั่งมาไม่มีล้อเลยด้วยซ้ำ

"นี่รถหรอคะ?" อมีเ่น่เอ่ยถามขึ้นมาเบาๆ

"อืม ใช่เเล้วล่ะ พวกเธอไม่เคยเห็นหรอ?" นิโคลัสตอบ เเล้วก็ถามกลับไปด้วยความสงสัย ซึ่งทั้งอมีเน่เเละอมีน่าก็พาักันส่ายหน้าไปมา

"พวกเธอจำอะไรไม่ได้เลยนี่ ไม่รู้จักก็คงไม่เเปลก นี่ที่ยังคุยกันรู้เรื่องก็โชคดีเเล้วนะเนี่ย" นิโคลัสยิ้ม เเล้วออกเดินนำคนอื่นๆเข้าไปภายในตัวอาคารที่มีประตูขนาดใหญ่

ภายในนั้นเป็นโถงทางเดินปูด้วยพรมเเดงอยู่ตรงกลางโดยมีโคมไฟที่ดูหรูหราห้อยลงมาจากกลางโถงที่คอยให้เเสงสว่างเเก่โถงขนาดใหญ่นั้น

"นายหญิงรออยู่ที่ห้องรับเเขกเเล้วล่ะ ท่านนิโคลัส" เมดสาวที่มีผมสั้นสีดำ เเละดวงตาสีน้ำตาลเดินมาต้อนรับกลุ่มของนิโคลัสที่กำลังตะลึงกับความยิ่งใหญ่ของโถงทางเดินนั่น

"ขอบคุณมากนิน่า" นิโคลัสพยักหน้ารับ เเละเดินไปตามทางที่เมดสาวนาม นิน่า เชิญไป

ประตูบานใหญ่ที่นิน่ามาหยุดอยู่ตรงหน้าของมัน ด้วยเเรงผลักเบาๆของเธอก็ทำให้ประตูบานนั้นเหวี่ยงออกเพื่อเปิดทางให้เเก่กลุ่มของนิโคลัสได้ก้าวเข้าไป

"เชิญค่ะ" นิน่ากล่าว ก่อนที่กลุ่มของนิโคลัสจะค่อยๆทยอยกันเข้าไปภายใน โดยมีบานประตูนั้นที่เหวี่ยงกลับมาปิดกั้นพวกเขาเอาไว้ในห้องนั้น

ห้องนี้ก็เป็นอีกห้องหนึ่งที่มีโคมไฟขนาดใหญ่ห้องลงมาจากกลางห้อง
ที่ตรงหน้าของพวกเขาก็มีโซฟายาวอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งโซฟาตัวที่ใหญ่ที่สุดก็ได้มาหญิงสาวในชุดกระโปรงสีเหลืองทอง เเละชายหนุ่มที่สวมเเว่นกลมขนาดเล็กในชุดสูทนั่งรออยู่เเล้ว

"เชิญสินิโคลัส เฮอิเน่ เเล้ว เด็ก 2 คนนั่นเป็นใครกันล่ะ?" หญิงสาวผู้นั้นกล่าวเชิญนิโคลัสเเละเฮอิเน่ เเต่ก็ไปติดใจอยู่กับเด็กสาวเเปลกหน้าอีก 2 คนที่เข้ามาด้วย

"เด็ก 2 คนนี้ เราได้ไปพบเข้าตอนที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น บริเวณชายหาดของ White Sea ซึ่งพวกเธอก็ได้มานอนเกยไร้สติอยู่ เราจึงคิดว่าควรจะพาพวกเธอมา เเต่พวกเธอไม่สามารถจำอะไรได้ครับ นายหญิงโรบินเนท" นิโคลัสเริ่มรายงานขณะที่พวกเขาเริ่มนั่งลงบนโซฟาที่ตั้งเตรียมเอาไว้

"อืม อย่างงั้นเองรึเนี่ย พวกเธอคงไม่ได้มาจาก Rondo Mansion สินะ" ชายหนุ่มที่นั่งคู่กับโรบินเนทกล่าวถามอมีน่าเเละอมีเน่

เด็กหญิงทั้ง 2 นั่งมองหน้ากันด้วยความงุนงง
"2 คนนี้ จำอะไรไม่ได้ ยกเว้นชื่อของพวกเธอที่อยู่บนปลอกคอของพวกเธอครับ นายท่านเเมททิว" นิโคลัสอธิบาย ซึ่งชายหนุ่มนามเเมททิวก็พยักหน้ารับ ขณะที่มือของเขาเลื่อนไปขยับเเว่นของเขาเล็กน้อย

"ถ้าอย่างนั้น เราก็คงจะสบายใจได้ว่า Leaflet Mansion ของเรายังไม่ถูกพวก Rondo โจมตี" โรบินเนทกล่าวด้วยท่าทางสบายใจ

"วันนี้ดูที่นี่เงียบๆนะครับ ทุกคนไปไหนกันหมด" เฮอิเน่ทักขึ้น ซึ่งนิโคลัสก็หันไปมองเป็นการดุในทันที

"อ่อ ตอนนี้ คอล์เลทพาลิต้าออกไปทำการเเสดงของเธอน่ะ ลิต้าฝีมือเรื่องการเเสดงยิ่งพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งดู เรายิ่งชอบ น่ารักจริงๆ" โรบินเนทตอบเเล้วหัวเราะเบาๆ

"เเล้วตอนนี้ท่านคิดจะทำอะไรกับเด็ก 2 คนนี้ดีล่ะ จะให้ไปฝึกด้วยรึเปล่า?" เเมททิวกล่าวถามนิโคลัส ซึ่งทั้งเฮอิเน่เเละ 2 สาวก็หันไปมองที่นิโคลัสในทันที เฮอิเน่ด้วยความเเปลกใจ เเละ 2 สาวด้วยความงุนงง

"อันนี้ก็คงจะต้องเเล้วเเต่เเม่สาว 2 คนนี้เเหล่ะนะ" นิโคลัสหันกลับมายิ้มให้เด็กๆทั้ง 3 เเล้วหันไปมองเเมททิวที่ไม่ได้พูดอะไรเพิ่ม

"อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ก็ใกล้จะมืดเเล้ว พวกเธอจะอยู่ทานอาหารมื้อค่ำด้วยกัน เเล้วพักที่นี่ก็ได้นะ" โรบินเนทกล่าวชวนนิโคลัสเเละเด็กๆ

"เด็กๆพวกนี้อยู่ได้ เเต่เราคงต้องขอตัวล่ะนะ" นิโคลัสรีบปฎิเสธทำชวนของโรบินเนท

"นั่นสินะ เป็นเจ้าของฟาร์มทั้งที ก็คงจะต้องดูเเลเอาใจใส่เสียหน่อย เเล้วเด็กๆล่ะ จะอยู่ที่นี่รึเปล่า" โรบินเนทหันไปถามเด็กๆ ซึ่งเฮอิเน่ก็พยักหน้าช้าๆ เเต่ 2 สาวยังคงลังเลใจอยู่

"อยู่ที่นี่ไปนั่นเเหล่ะ เผื่อจะได้รู้ว่าที่นี่มันเป็นยังไงมากขึ้น" นิโคลัสทักขึ้นให้เด็กสาวทั้ง 2 อยู่ค้างคืนที่ Leaflet Mansion เเห่งนี้
"ส่วนเจ้า จะอยู่รอคอล์เลทล่ะสิ" นิโคลัสทักขึ้น ทำให้เฮอิเน่ถึงกับหันขวับไปทำตาขวางใส่นิโคลัส

"ถ้าอย่างนั้น วันนี้เราขอตัวก่อนล่ะ ฝากเด็กๆด้วย" นิโคลัสลุกขึ้นเเล้วโบกมือไปมา

"ขอให้เดินทางปลอดภัย" โรบินเนทพยักหน้าให้นิโคลัส โดยมีเเมททิวที่ยกมือขึ้นลานิโคลัสนั่งอยู่ข้างๆ

"ที่นี่ เราจะไปทานมือค่ำกันได้รึยัง" โรบินเนทถามเด็กๆทั้ง 3 ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าที่ขาวผ่องเราไข่มุขที่มีเเสงไฟสาดส่องให้เกิดเเสงเงารับกับใบหน้าของเธออย่างสวยงาม

"ค่า~~" อมีน่าตอบเสียงดังอย่างมีความสุข โดยมีอมีเน่ที่หันไปยิ้มให้ เเละเฮอิเน่ที่ยกมือขึ้นกุมหน้าของเขาด้วยความไม่พอใจ
Yohgi
Record #2


"เฮ้ย!! มันหนีไปทางนั้นเเล้ว ตามไปเร็ว!" เสียงโหวกเหวกดังขึ้นกลางดึกโดยมีเเสงไฟสาดส่องไปมาเพื่อตามหาอะไรบางอย่างที่กำลังหลบหนี

เสียงเครื่องยนต์ดังอื้ออึงไปทั่วบริเวณ เนื่องจากบริเวณนั้นเป็นเขตซากอาคารที่กองทับถมกัน ทำให้เกิดเสียงสะท้อน เเละดังก้องกว่าปรกติ
เสียงเครื่องยนต์เหล่านั้นดังมาจากยานพาหนะชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายกับมอเตอร์ไซ เเต่บริเวณที่สมควรจะเป็นล้อนั้น กลับเป็นลูกโลหะกลมๆ เเบนๆ ที่ส่องเเสงเรืองสีเเดงอ่อนๆออกมา เเละเเสงนั้นก็ฉายลงเป็นวงออกไปด้านข้าง ซึ่งดูเหมือนว่าบริเวณนั้นจะเป็นส่วนที่ช่วยให้ยานพาหนะเหล่านั้นทรงตัวลอยอยู่บนพื้นถนนได้

"อ๊าก!!" เสียงร้องของชายผู้หนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความมืด เมื่อเเสงไฟจากพาหนะเหล่านั้นไม่รวมกันที่ต้นเสียงก็พบกับร่างของชายวัยกลางคนที่นอนกุมคอของเขาเอาไว้ ซึ่งที่บริเวณนั้นก็มีของเหลวสีเงินไหลทะลักออกมา ดวงตาที่เริ่มสะท้อนเเสงไฟเห็นเป็นสีเเดง บ่งบอกถึงวาระสุดท้ายของ Neo Reiv คนนี้

"มันเอาไรเดอร์ของนอร์นามด์ไปเเล้ว" เสียงของชายผู้หนึ่งดังขึ้นเมื่อเขาเห็นเเสงไฟจากพาหนะที่ถูกเรียกว่า ไรเดอร์ คันหนึ่งเเยกตัวออกจากกลุ่มไป ทำให้ไรเดอร์เหล่านั้นเริ่มเเรงเครื่องขึ้นอีกครั้งเพื่อทำการไล่ล่า

ไรเดอร์คันที่หนีออกมาเริ่มหักเลี้ยวไปมาตามซากตึก หรือเเม้กระทั่งขึ้นไปบนซากตึกที่กองทับกันอยู่ไม่เป็นระเบียบ
การไล่ล่าเป็นไปได้สักพัก เสียงปืนก็ดังขึ้นเป็นระยะๆ พร้อมกับเเสงไฟที่เกิดการกระสุนที่พุ่งเข้าใส่พื้นที่รอบๆไรเดอร์คันที่หลบหนีอยู่

ถนนเลียบ White Sea ก็เผยให้เห็นด้วยไฟหน้าของไรเดอร์ คนขับจึงหักเลี้ยวอย่างกระทันหัน เเต่เเล้วเเสงไฟก็เกิดขึ้นบนตัวไรเดอร์ในบริเวณที่เป็นเครื่องยนต์ที่ซ่อนอยู่ใต้เเผงวงจรที่ด้านหน้าของผู้ขับขี่

ไรเดอร์คันนั้นเสียหลักล้มลงกลิ้งไถลไปกับพื้นถนนเกิดประกายไฟพุ่งออกมาตามทางมีไรเดอร์คันนั้นถูกลากไป

เเละในเวลาเดียวกันนั้น เหล่าไรเดอร์ที่เหลือก็มาจอดล้อมรอบไรเดอร์คันที่นอนนิ่งอยู่
ประกายไฟประทุขึ้นจากบริเวณที่ถูกยิงอีกครั้ง ก่อนที่มันจะระเบิดออกอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครสามารถตั้งตัวได้ทัน ไรเดอร์บางคันที่จอดอยู่ในระยะใกล้ถึงกับเสียหลักล้มลง ส่งผู้ขับให้ร่วงลงกระเเทกพื้นอย่างเเรง

"ชิ มันหนีไปไหนวะ!" ชายผู้หนึ่งตะคอกออกมาด้วยความโกรธเเค้น
เปลวเพลิงสีเเดงส้มลุกโชดช่วงเผยให้เห็นใบหน้าของผู้ขับไรเดอร์หลายคนในบริเวณนั้น หูทรงเเหลมที่เป็นเอกลักษณ์ของ Neo Reiv ปรากฎให้เห็นด้วยเเสงสว่างจากกองเพลิงที่กำลังกลืนกินไรเดอร์คันที่เสียหายอยู่

"กลับว้อย!! มันเป็นใครกันวะ เจอมันอีกเมื่อไรก็เก็บเเม่งเลย" ชายคนเดิมตะโกนสั่ง เเล้วไรเดอร์ทั้งหมดก็เริ่มทยอยกันขับหายออกจากพื้นที่บริเวณนั้น ปล่อยให้ไรเดอร์คันนั้นถูกไฟเผาจนชิ้นส่วนเริ่มพังทลายเเละหลุดเป็นชิ้นๆ

เงาดำที่นั่งอยู่บนหลังคาบ้านใกล้ๆ ถูกเปลวไฟฉายเเสงใส่ให้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มที่มีผมสีเงิน ลมเอื่อยๆที่พัดเส้นผมของเขาให้ปลิวไสวไปมา มือที่มีนิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นมาขยับสิ่งบางอย่างที่คอของเขา ก่อนที่ร่างนั้นจะกระโดดลงจากหลังคาบ้าน ระหว่างที่ลงไป บริเวณคอก็ถูกเปิดเผยให้เห็นปลอกคอที่มีตัวอักษรเขียนไว้ว่า ยาซู เอมูเอล ก่อนที่ร่างนั้นจะหายไปในความมืดยามราตรีของ Ciez


=====


เสียงหายใจที่ดังขึ้น เเละ ถี่ขึ้นเรื่อยๆ เสียงหอบที่ดังอย่างไม่เป็นจังหวะ
ใบหน้าที่ดูซีดเซียวถูกดึงขึ้นมาจากหมอนสีฟ้าอ่อนราวกลับว่าถูกดึงด้วยสปริงยังไงยังงั้น

เหงื่อนั้นก็ไหลย้อยไปบนเเก้มที่ดูไร้ชีวิตของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่พึ่งตื่นขึ้นด้วยสีหน้าร้อนใจ
ผมสีเงินถูกปัดออกให้พ้นทาง ก่อนที่เขาจะใช้มืออีกข้างปาดเหงื่อของเขา

นิ้วมือเรียวยาวที่สางเส้นผมเหล่านั้นขึ้นไป ถูกวางลงข้างๆตัวของเขา ปล่อยให้เส้นผมเหล่านั้นค่อยๆไหลตกลงมาตามเดิม

ชายหนุ่มมองสำรวจไปรอบๆห้องที่เขาพบตัวเองว่ากำลังนอนอยู่ในนั้น จนเขาไปสะดุดตาเข้ากับผมยาวสลวยสีดำที่กองไม่เป็นระเบียบอยู่ที่ข้างๆเตียงของเขา

ชายหนุ่มก้มหน้าลงไปมองดู เผยให้เห็นปลอกคอสีขาวที่มีตัวอักษรเขียนเอาไว้ว่า โยกิ เอมูเอล
ใบหน้าของเด็กสาวที่ซ่อนอยู่ใต้เส้นผมที่กองรุงรังบนเตียงที่เขานอนอยู่ก็เผยให้เขามองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เขาค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงอย่างระมัดระวัง เเล้วเดินอ้อมไปที่เด็กหญิงคนนั้น เเต่เขาก็ต้องหยุดยืนมองสาวน้อยด้วยความงุนงงเมื่อเห็นปีกขนาดเล็ก 2 ปีก ที่กลางหลังของเธอ
"ปีก? เธอเป็นใครกัน" เขากระซิบเบาๆ

เเขน 2 ข้างที่เอื้อมไปดึงร่างน้อยๆของเด็กคนนั้นขึ้นมาวางบนเตียงอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จะคลุมผ้าห่มสีฟ้าเดียวกับหมอนบนเตียงให้เเก่เด็กสาว เเล้วเดินตรงไปที่ประตูห้องอย่างช้าๆ

ประตูสีเงินเลื่อนออกไปด้านข้างเมื่อชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ ทำให้เขาต้องถอยกลับออกมาเล็กน้อยด้วยความตกใจ

ขา 2 ข้างก้าวผ่านเส้นเเบ่งเขตระหว่างตัวห้อง เเละ ภายนอก
เขาได้มาหยุดอยู่บนทางเดินที่เป็นพรมสีขาวทั้งหมด โดยมีโคมไฟทรงกลมเล็กๆติดอยู่ที่ด้านข้าง คอยส่องเเสงสีฟ้าอ่อนๆ ดูเย็นตา ยาวไปตลอดทางเดิน

เสียงประตูสีเงินที่เลื่อนกลับเข้ามาปิด ทำเอาชายหนุ่มผละถอยออกมาด้วยความตกใจอีกครั้ง
เสียงย่ำเท้าไปบนพรมดังไปอย่างช้าๆ เมื่อเขาค่อยๆก้าวเดินไปอย่างระมัดระวัง จนเขาไปสักเกตเห็นว่ามีห้องอยู่ห้องหนึ่งที่มีไฟสีส้มส่องออกมาจากภายใน

เขาค่อยๆก้าวเดินไปอย่างช้าๆ จนได้หยุดอยู่ตรงบริเวณก่อนจะถึงประตูบานนั้น เขาสูดลมหายใจเข้าเบาๆ เเล้วก้าวออกไปยืนอยู่ที่หน้าประตู เเล้วมองเข้าไปภายใน

ห้องที่มีลักษณะคล้ายห้องที่เขาตื่นขึ้นมา เพียงเเต่มีชั้นวางหนังสือขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง โต๊ะเเก้วที่ตั้งอยู่กลางห้อง โดยมีโซฟาขนาดเล็กตั้งอยู่ 2 ตัว ซึ่ง 1 ในนั้นมีชายผู้หนึ่งนั่งอยู่เเล้ว

"ตื่นเเล้วรึ? เข้ามาสิ" ชายที่นั่งอยู่บนโซฟากล่าวเชิญชวนชายหนุ่มให้เข้าไป ถึงเเม้ว่าสายตาของเขาจะยังจับจ้องอยู่ที่หนังสือในมือของเขา

"รออะไรล่ะ เข้ามาสิ โยกิ เอมูเอล" ชายภายในห้องเรียกสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นชื่อของชายอีกคนที่ยืนงุนงงอยู่ที่หน้าประตู

"ท่านรู้ชื่อของเราได้ยังไง" ชายหนุ่มยอมรับชื่อที่เขาถูกเรียก เเต่ความสับสนก็เกาะกินจิตใจของเขาอย่างไม่ลดละ

"มันอยู่ที่ปลอกคอของเจ้า เราเลยเดาว่านั่นคงจะเป็นนามของเจ้าเท่านั้น" ชายที่นั่งอยู่ปิดหนังสือที่เขาอ่านอยู่ เเล้วลุกขึ้นเดินไปเก็บหนังสือเล่มนั้นที่ชั้นหนังสือ ในขณะที่ชายที่ถูกเรียกว่าโยกิ เอมูเอลค่อยๆก้าวเข้ามาภายใน

"เรามีคำถามจะถามท่านเล็กน้อย ท่านโยกิ เอมูเอล" ชายผู้นั้นเอ่ย
"เรียกโยกิก็พอ" ชายผมเงินเสยผมของเขาเล็กน้อย เเล้วนั่งลงบนโซฟาอีกตัวหนึ่ง

"อย่างนั้นก็ได้ โยกิ ท่านเป็นใครกัน?" ชายผู้นั้นถามคำถามเเบบตรงตัวไม่มีอ้อมค้อม ขณะที่เขาค่อยๆนั่งลงอย่างใจเย็น เเล้วจ้องหน้าของโยกิเพื่อรอคำตอบ

"ชื่อของเราเป็นอย่างเดียวที่จำได้" โยกิก้มหน้าตอบด้วยเสียงที่ฟังไม่ค่อยได้ยินนัก เเต่ท่าทางว่าชายอีกคนจะไม่มีปัญหาอะไร

"อืม ถ้าเป็นอย่างนั้น เราคือ บาทหลวงคิลรอย ยินดีที่ได้รู้จัก" ชายผู้นั้นเเนะนำตัว เเล้วยื่นมือออกมาตรงหน้าของเขา เเต่ก็พบกับหน้าตาที่เต็มไปด้วยความสับสนของโยกิ เเต่เขาก็ยื่นมือกลับไป ก่อนที่คิลรอยจะดึงมือของโยกิมาเขย่าๆ เเล้วยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะปล่อยมือ

"นอนสบายไหม?" คิลรอยกล่าวถาม ขณะที่เขาทิ้งตัวเอนหลังนั่งอย่างสบายใจ
"เราเห็นอะไรบางอย่างก่อนจะตื่นขึ้นมา" โยกิตอบ

"เกิดอะไรขึ้นล่ะ" คิลรอยเปลี่ยนสีหน้าไปเล็กน้อย เเต่ก็จ้องมองโยกิอยู่เงียบๆ

"เราก็บอกไม่ถูก เป็นอะไรที่เลวร้ายมาก เเต่เราไม่รู้ว่ามันคืออะไร" โยกิใช้นิ้วกดไปที่บนดวงตาของเขาเบาๆ

"ถ้านึกไม่ออก เจ้าก็อย่าฝืนเลย" คิลรอยยิ้มให้โยกิที่ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองหน้าของคิลรอย

"เเล้วเด็กผู้หญิงคนนั้น?" โยกิเอ่ยปากถาม
"เนลน่ะหรอ เธอเป็นสิ่งที่ถูกเรียกว่า Nill เธอเป็น Nill กลุ่มเเรกๆที่ได้รับการช่วยเหลือ เเต่ว่า เธอไม่สามารถพูดได้ เราจึงตั้งชื่อให้เธอว่า เนล" คิลรอยขยับตัวเล็กน้อยบนที่นั่งของเขา

"เกิดอะไรขึ้นกับพวก Nill รึ?" โยกิเอ่ยถามด้วยความสนใจ

"Nill ถึงว่าเป็นสิ่งที่นำโชคร้าย เเละ ความล่มสลายมาให้เเก่ผู้อยู่ใกล้ ซึ่งความจริง เราก็ไม่เห็นว่าจะเป็นตามนั้น เราก็อยู่กับเนลมาเป็นเวลาสักพักเเล้วก็ยังไม่เกิดอะไรขึ้น คนบางกลุ่มพยายามจะไล่ล่า เเละทำลาย Nill เพราะความเชื่อพวกนั้น" คิลรอยทำหน้าเศร้าๆระหว่างที่อธิบาย โดยมีโยกินั่งฟังอยู่โดยไม่พูดอะไรเพิ่มเติม

"คืนนี้ก็ดึกมากเเล้ว เจ้าไปนอนต่อเถอะ เราก็จะเข้านอนเเล้ว" คิลรอยลุกขึ้นจากโซฟาของเขา เเล้วยิ้มให้โยกิ

"พอจะมีทางไหนให้เราช่วย Nill พวกนี้ได้บ้างไหม" โยกิถามด้วยสีหน้าจริงจัง

"คนหนุ่มสมัยนี้นี่ใจร้อนกันจริงนะ" คิลรอยยิ้มให้เเก่โยกิ เเล้วเอ่ยถาม
"เจ้าต่อสู้ได้รึ?"

โยกิชะงักไปเล็กน้อยที่ได้ยินคำถามนั้น
"เราจำไม่ได้ว่าเราต่อสู้ได้รึเปล่า เเค่รู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับพวก Nill เท่านั้น" โยกิตอบด้วยสีหน้าผิดหวัง

"ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้ เราจะส่งเจ้าไปหาคนคนหนึ่ง เผื่อเขาจะช่วยเธอได้ เพราะเขาก็เป็นคนที่ช่วยเหลือ Nill ด้วยเช่นกัน" คิลรอยยิ้มให้เเก่โยกิที่ยืนจ้องหน้าของเขาอยู่

"คืนนี้เจ้าไปพักเถอะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที" โยกิเดินออกจากห้องไประหว่างที่คิลรอยกำลังพูดอยู่

โยกิเดินมาหยุดอยู่ตรงห้องของเขาก็พบว่าไฟสีส้มจากในห้องของคิลรอยได้ดับลง โยกิก้าวเดินไปที่ประตูสีเงินของห้องของเขา เพื่อให้มันเลื่อนตัวออกไปด้านข้าง เปิดทางให้เขาก้าวเข้าไปข้างใน

โยกิเดินมาที่เตียงที่เขานอนอยู่เมื่อครู่ก็ได้มีเนลที่นอนขดอยู่ใต้ผ้าห่มสีฟ้าอ่อนที่ยับไปตามการเคลื่อนตัวของเนล

"ทำไมจู่ๆเราถึงได้อยากช่วยเด็กคนนี้นะ" โยกิบ่นกับตัวเองเเล้วนั่งลงบนเก้าอี้ที่เนลนั่งอยู่ก่อนหน้านี้ เเล้วก็ฝุบหน้าลงนอนบนเเขนของเขา เเล้วก็หลับไปในที่สุด


=====


"วันนี้ปิดร้านได้เเล้วล่ะ ขอบคุณใจมากนะเเอบบี้" หญิงสาวพูดเสียงดังด้วยท่าทางอารมณ์ดีที่ยืนอยู่หลังเคาเตอร์ของร้านอาหารเเห่งหนึ่งที่ต่างอยู่ทางตอนใต้ของ Metroz

"ค่ะ มาริอัน" หญิงอีกคนที่ถูกเรียกว่าเเอบบี้ขานรับผู้ที่เป็นเจ้านายของเธอ ขณะที่เธอกำลังเก็บกวาดของบนโต๊ะอาหารของลูกค้าที่พึ่งทยอยกันออกจากร้านไป

"มีคนมาช่วยเเบบนี้ค่อยสบายขึ้นหน่อยนะ" ชายร่างใหญ่อีกคนนั่งสูบบุหรี่อยู่ที่มุมหนึ่งของร้านที่เเอบบี้ได้ทำความสะอาดไปเเล้ว

เสียงโลหะกระทบเข้ากำลังอะไรบางอย่างดังก้องจนทำเอาเเอบบี้เกือบจะทำถาดที่เธอถืออยู่ตก

มาริอันที่ในมือมีถาดโลหะ ยืนทำตาขวางใส่ชายร่างใหญ่ร่างนั่งกุมหัวของเขา พร้อมกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
"มาริอัน อย่าใช้ความรุนเเรงสิ" ชายร่างใหญ่หันมาทำเสียงอ่อนใส่มาริอัน เพื่อขอความเห็นใจ

"รุซวิสซ์ ทำตัวไม่เป็นประโยชน์เเล้วยังพูดมากอีกนะ" มาริอันดุชายร่างใหญ่นามว่ารุซวิสซ์จนทำให้เขาดูเหมือนจะตัวเล็กลงไปจากเดิมอย่างมากเลยทีเดียว

เเอบบี้เดินหัวเราะชอบใจเเล้วเดินหายเข้าไปหลังร้านเพื่อนำของที่เก็บมาจากโต๊ะไปล้าง


=====


"ขอโทษนะที่ให้เธออยู่ช่วยงานจนดึง" เสียงของมาริอันดังมาจากที่ประตูห้องที่เปิดอ้าเอาไว้ โดยที่เเอบบี้กำลังเก็บกวาดข้าวของภายในห้อง เพื่อที่เธอจะใช้ห้องนี้เป็นห้องพัก
"ห้องรกไปหน่อย คงไม่เป็นไรนะ"

"ไม่เป็นไรคะ ขอบคุณมาก" เเอบบี้ยิ้มตอบ มือ 2 ข้างของเธอปัดไปตามร่างกายของเธอเพื่อทำความสะอาดชุดกระโปรงสั้นสีดำ เเละผ้ากันเปื้อนสีขาวที่เธอสวมเป็นเครื่องเเบบตอนที่ทำงานเป็นสาวเสิร์ฟ

"ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวไปอาบน้ำด้วยกัน อ่างน้ำของเราใหญ่พอสำหรับพวกเรา 2 คน ตัวเล็กๆสบายอยู่เเล้ว" มาริอันกล่าวชวน ซึ่งเเอบบี้ก็หันไปยิ้มเเละพยักหน้าให้ทันที

ชุดกระโปรงตัวน้อยค่อยๆถูกดึงขึ้นไปด้านบนเพื่อจะถอดออก เเต่รู้สึกว่าเธอจะมีปัญหากับช่วงเเคบของคอที่ไม่สามารถถอดออกได้โดยง่าย
"อ๊า~~! ทำอะไรอ่ะ มาริอัน" เเอบบี้ร้องเสียงหลงเมื่อเธอรู้สึกว่ามีมือ 2 มือมาขยำที่หน้าอกของเธอ ด้วยความตกใจจึงทำให้เธอดึงชุดของเธอหลุดพรวดออกไปในทันที

"โห ใหญ่กว่าที่คิดไว้ซะอีก กินอะไรเนี่ย" มาริอันขยำหน้าอกของเเอบบี้เล่นอย่างมันส์มือ ทางด้านเเอบบี้เองก็พยายามดิ้นไปมา เเต่ก็หนีไปไม่พ้น
"หยุดนะ มาริอัน" เเอบบี้ทิ้งตัวลงนั่งลงกับพื้น ทำให้มาริอันต้องปล่อยก่อนที่เธอจะโดนดึงหกล้มลงไป เเอบบี้หันมาทำเเก้มป่องใส่มาริอัน เเละมองตาขวางอย่างไม่พอใจ

"โกรธอะไรกันล่ะ เเค่ล้อเล่นนิดหน่อยเอง" มาริอันหยิบผมสีน้ำตาลที่ยาวเป็นลอนลงไปจนปิดหน้าอกของเเอบบี้มาเล่น ส่วนเเอบบี้เองก็เอื้อมมือไปที่คอของเธอ เเล้วขยับปลอกคอสีขาวของเธอไปมา ซึ่งบนปลอกคอนั้นมีอักษรเขียวเอาไว้ว่า อบิเกล เอมูเอล

"เอาล่ะ ไปอาบน้ำกันได้เเล้ว" มาริอันปล่อยผมของอบิเกล เเล้วดึงเเขนของเธอขึ้นมา ก่อนจะลากเธอออกจากห้องไป อบิเกลเองก็รีบคว้าผ้าเช็ดตัวเเล้วจำใจเดินตามมาริอันเข้าห้องน้ำไป


=====


"เธอว่าเธอถูกเเช่เเข็งมาตลอดเวลาที่ผ่านมานี่เลยหรอ" มาริอันเอ่ยถามขึ้นมา ขณะที่เธอใช้เเชมพูทำความสะอาดผมให้เเก่อบิเกล

"ค่ะ ปีที่ใช้อยู่ตอนนี้ เป็นชื่อปีที่เราไม่คุ้นเลย เเถมยังเป็นปี 3005 เสียอีก เเสดงว่า เราน่าจะหลับมานานกว่า 3000 ปี เเล้ว" อบิเกลกระซิบตอบเบาๆ

"เธอยังดูไม่เเก่สักหน่อย" มาริอันดึงผมอบิเกลเล่นเป็นการหยอกล้อ
"นี่ อายุจริงๆชั้นก็เเค่ 25 เองนะ" อบิเกลท้วงเเล้วหันไปสาดน้ำใส่มาริอัน

"เอาน่าๆ เเต่เธอว่า เธอจะต้องสูญเสียความทรงจำไม่ใช่หรอ ตามที่เด็กคนนั้นบอก" มาริอันถาม ทำให้อบิเกลหยุดสาดน้ำเล่น

"นั่นสิ เด็กคนนั้นก็บอกกับพวกเราว่า พวกเราจะสูญเสียความทรงจำก่อนที่จะถูกส่งลงมาที่นี่" อบิเกลกระซิบเสียงเบาอีกครั้ง
"เเต่ชั้นเเปลกใจนะ ที่พวกเธอตกลงมาจากสวน Eden นั่นเเล้วไม่เป็นอะไรเลย" มาริอันเอาน้ำล้างผมของอบิเกลช้าๆ

"เเล้วเด็กคนนั้นเป็นใครล่ะ" มาริอันถามเมื่อเธอล้างหัวให้อบิเกลจนเสร็จ

"เธอคือ...คือ...คือ...คือใครนะ เราลืมไปเเล้วอ่ะ" อบิเกลเเล่บลิ้น เเล้วใช้กำปั้นเคาะหัวตัวเองเบาๆ ทำเอามาริอันถึงกับลื่นพื้นอ่างลงไปนั่งเลยทีเดียว

"สรุปว่าเธอก็เสียความทรงจำไปบ้างสินะ" มาริอันนั่งเล่นในอ่างเเล้วใช้ขาทิ่มหน้าท้องของอบิเกลเล่นทำให้เธอหัวเราะคิกคักเเล้วขยับตัวไปมา

"เเต่เราก็ไม่รู้ว่าคนอื่นๆจะเป็นยังไงบ้าง" อบิเกลทำหน้าเศร้าเเล้วดำลงไปในน้ำจนมิดปากของเธอเเล้วเป่าฟองเล่น

"ชั้นละอยากเห็นเเฟนกับลูกๆของเธอจริงๆ คนอะไรดูยังเด็กอยู่เเท้ๆ มีลูกอายุตั้ง 7 ปีเเล้ว เเถมเป็นฝาเเฝดเสียอีก" มาริอันยิ้ม เเล้วเธอก็ลุกขึ้นออกจากอ่าง

"ชั้นล้างหัวให้เธอเเล้ว มาถูหลังให้ชั้นเลยนะ เเอบบี้" มาริอันนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ในห้องน้ำเเล้วกวักมือเรียกอบิเกลให้ออกมาจากอ่าง
"ค่า~~" อบิเกลขานรับ เเล้วปีนออกไปหยิบสบู่เเล้วเริ่มถูหลังให้มาริอัน
Yohgi
Record #3


"รู้สึกว่าเธอจะทำพลาดนะ" เสียงของชายผู้หนึ่งที่ถูกดัดให้ฟังดูไม่ใช่เสียงของมนุษย์หรือ Neo Reiv โดยเครื่องจักรชนิดหนึ่งที่ส่องเเสงกระพริบตามจังหวะของเสียงที่ดังออกมาบนหน้าจอขนาดใหญ่

"หุบปากน่ะ ชั้นยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่" เสียงของเด็กสาวตอบกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์ที่ถูกล้อเลียน

"เอาน่า เธอก็หวังอยู่ว่าพวกเอมูเอลนั่นจะกลับมาที่นี่หลังจากที่เสร็จงานไม่ใช่รึ?" เสียงของชายดังออกมาพร้อมกับเเสงที่กระพริบตามจังหวะคำพูด

"อย่ามาทำเป็นรู้ดี ถ้าชั้นอยากให้พวกนั้นกลับมา ชั้นจะพยายามลบความทรงจำของพวกนั้นทำไมล่ะ เย" เด็กสาวนั่งมองจอเล็กๆตรงหน้าของเธออยู่โดยที่ไม่ได้ให้ความสนใจกับเสียงของชายผู้นั้นที่เธอเรียกว่า เย นัก

"ปากเเข็งจริงๆ เธอก็เป็นห่วงพวกนั้นอยู่ไม่ใช่รึ ถึงได้ต้องมานั่งเฝ้าดูพวกเขาอยู่นั่นน่ะ เฮเบรสก้า" เสียงของชายผู้นั้นดังกลับมาด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ถึงเเม้ว่าเสียงของเขาจะฟังดูเเปลกๆที่ถูกดัดจนบิดเบือนไป

"เเล้วอีกอย่าง" เยเริ่มพูดอีกครั้ง "เราชื่อ Y.E. ไม่ใช่เย"
"เข้าใจเเล้ว" เด็กสาวที่ถูกเยเรียกว่า เฮเบรสก้า ดูจะไม่ใส่ใจอะไรคำพูดของเขานัก สายตาของเธอยังคงจับจ้องอยู่ที่จอเล็กๆทั้ง 5 ที่มีภาพของเอมูเอลทั้ง 5 ที่กำลังหลับไหลอยู่

Y.E. เองก็ไม่มีอะไรเเสดงอยู่บนหน้าจอสีเขียวของเขานอกจากจุดกลมๆ 3 จุด เเละความเงียบสงบ


=====


เสียงลมที่พัดเข้ามาภายในฟ้องสีขาวที่มีหน้าต่างที่เปิดอ้ารับลมให้เข้ามาได้อย่างเต็มที่

"เราว่า ท่านช่วยปิดหน้าต่างหน่อยเถอะ วันนี้ลมค่อนข้างเเรง" ชายผมยาวสลวยสีดำเงาที่มัดหางม้าเอาไว้กล่าว ขณะที่เขาพยายามปัดผมของเขาที่ปลิวไปมาตามเเรงลมที่พัดวนเวียนอยู่ภายในห้อง ชุดสีดำยาวลงไปทั้งตัว เเละไม้กางเขนที่คอเสื้อบ่งบอกถึงอาชีพเเละการงานของเขาอย่างชัดเจน เเละที่ข้างๆเขานั้นก็มีชายผมเงินที่ยาวลงมาปิดตาข้างขวาของเขาเอาไว้ โดยที่ชายผู้นั้นก็สวมชุดบาทหลวงเช่นเดียวกับชายผมดำ

"โอ ได้เลย ขออภัย" ชายร่างใหญ่ในเสื้อกล้ามสีน้ำตาลลุกขึ้นเเล้วจัดกางเกงขาสั้นสีดำของเขาให้เข้าที่เข้าทางเเล้วเดินไปปิดหน้าต่างทุกบานภายในห้อง

"เราเเค่เห็นว่าพวกท่านเเต่งตัวด้วยสีดำ เเถมยังปกปิดมิดชิดตั้งเเต่คอลงไปจนถึงเท้า กลัวว่าจะร้อนกัน" ชายร่างใหญ่หันหน้ากลับมายิ้ม ดวงตาที่มีขนาดเล็กของเขานั้นมีรอยเเผลเป็นที่ยาวผ่านตัวตาข้างซ้ายของเขา
"ขอบคุณมาก นิโคลัส" ชายผมดำกล่าว เเละยิ้มให้เเก่ชายร่างใหญ่ผู้นั้น

"ว่าเเต่ท่านเถอะ ท่านคิลรอยต้องการอะไรจากเรารึ?" นิโคลัสเอ่ยถาม ขณะที่เขาค่อยๆเดินกลับมานั่งลงมราเดิม

"ชายผู้นี้เดินทางมาที่โบสถ์ของเราเมื่อคืน หลังจากที่เราทราบเรื่องของ Nill เขาเกิดต้องการจะช่วยเหลือพวกเธอ เราจึงได้พาเขามาที่นี่" คิลรอยอธิบายถึงสาเหตุที่เขามาอยู่ที่นี่พร้อมกับชายเเปลกหน้าผู้นี้

"เเล้วท่านทำอะไรได้ล่ะ" นิโคลัสหันไปถามชายผมเงินที่ยังคงนั่งนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา

"เราจำไม่ได้" ชายผมเงินเงียบอยู่สักพักถึงได้ยอมกระซิบตอบนิโคลัส ใบหน้าของเขาจ้องมองลงไปบนพื้นกระเบื้องสีขาวบนพื้นที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ

"ชายคนนี้มีชื่อว่า โยกิ เขาสูญเสียความทรงจำก่อนที่เขาจะมาได้สติที่โบสถ์ของเราหลังจากที่เนลไปพบเขานอนหมดสติอยู่ที่หลังโบสถ์" คิลรอยอธิบายเรื่องราวให้เเก่นิโคลัสฟังเเทนชายที่มีชื่อว่า โยกิ

"สูญเสียความทรงจำ" นิโคลัสกระซิบกับตัวเองด้วยสีหน้าที่กำลังครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่าง
"เป็นอะไรไปรึ นิโคลัส" คิลรอยถามเมื่อเห็นนิโคลัสเงียบไป
นิโคลัสไม่ได้ตอบอะไร เพียงเเค่เงยหน้าขึ้นมามองหน้าโยกิ เเล้วยิ้มให้เขาเล็กน้อย

"ถ้าอย่างนั้น เราไปดูกันว่าหมอนี่จะทำอะไรได้บ้าง" นิโคลัสใช้มือขนาดใหญ่ของข้างของเขายันร่างของเขาลุกขึ้นจากที่นั่งของเขา เเละหันไปยิ้มให้โยกิอีกครั้งด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจที่เเทบจะสลักให้เห็นอย่างชัดเจนบนใบหน้าของเขา


=====

ชาย 3 คนเดินตามกันเข้าไปภายในห้องว่างๆห้องหนึ่ง ทั่วทั้งห้องทาสีเอาไว้ด้วยสีขาว ดูสว่างไสว
นิโคลัสเดินเเยกตัวออกจากโยกิเเละคิลรอยไปที่มุมหนึ่งของห้อง เเล้วดึงส่วนหนึ่งของกำเเพงออกมาเป็นเเท่งสีดำขนาดใหญ่ออกมา ที่ดูเหมือนเเผงวงจรอะไรสักอย่าง
พื้นตรงหน้าของคิลรอยเเละโยกิค่อยๆดันตัวสูงขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนที่บริเวณที่ยื่นขึ้นมาจะเเบ่งครึ่ง เเล้วเลื่อนออกไปด้านข้าง โดยที่ฐานยังคงมีรูปร่างเช่นเดิม
ภายในนั้นมีอาวุธที่มีรูปร่างเรียวยาวมีลักษณะเป็นใบมีดสีเงินที่สะท้อนเเสงไฟสีขาวจากเบื้องงบน

"ตกลงว่าที่นี่ยังเป็นฟาร์มอยู่รึเปล่า เราก็ยังไม่ค่อยเเน่ใจจนถึงตอนนี้" คิลรอยก้าวเข้าไปใกล้ฐานที่ยกขึ้นมา โดยมีเสียงหัวเราะของนิโคลัสดังมาจากมุมห้อง

นิโคลัสกดผุ่มอีกปุ่มบนเเผงควบคุมนั่นเพื่อที่กล่องเเผงควบคุมนั่นจะเลื่อนตัวกลับเข้าไปภายในกำเเพงที่มันยื่นออกมา

กล่องเล็กๆทรงเหลี่ยม เเต่เรียวยาวในมือของนิโคลัสถูกจ่อไปทางฐานที่กลางห้องนั้น ก่อนที่นิโคลัสจะกดปุ่มปุ่มหนึ่งบนนั้น
ถาดที่มีอาวุธใบมีดที่เรียวยาวนั้นค่อยๆเลื่อนขึ้น เเล้วเลื่อนออกไปด้านข้าง ก่อนที่จะมีฐานอื่นๆเลื่อนตามขึ้นมา เเล้วเลื่อนเเยกออกไปด้านข้าง เพื่อเปิดทางให้ถาดถัดไป ซึ่งกระบวนการนี้ก็ซ้ำอยู่ได้สักพัก จนบนฐานนั่นมีถาดที่บรรจุทั้งอาวุธที่เป็นใบมีดอีกมากมาย ทั้งขนาดเล็ก เเละ ใหญ่
รวมทั้งยังมีโลหะสีดำ เเละ เทา ที่มีรูปร่างเป็นกระบอกทรงเหลี่ยมอีกจำนวนหนึ่ง ที่ต่างมีรูปร่างที่ไม่เหมือนกันเท่าไรนัก

โยกิทำได้เเค่ยื่นนิ่งไม่พูดไม่จาเมื่อเขาต้องมาพบกับสิ่งเเปลกประหลาดที่ขยับตัวไปมาตรงหน้าของเขา
"เจ้าคงจำของเเบบนี้ไม่ได้สินะ" นิโคลัสหัวเราะเเล้วเดินไปตบบ่าของโยกิอย่างไม่เกรงใจ

"สวัสดีหลวงพ่อ" เด็กหนุ่มผมเงินเดินเข้ามาในห้อง ขณะที่นิโคลัสกำลังสนุกเฮฮาอยู่กับโยกิ เขายกมือทักทายคิลรอยเล็กน้อยโดยที่สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ เเล้วเขาก็หลุดลงที่ชายเเปลกหน้าที่ยืนอยู่กับนิโคลัส

"นั่นใครกันล่ะ" เด็กหนุ่มถาม
"นี่คือ โยกิ เรากำลังจะตรวจสอบความสามารถในการต่อสู้ของเขากัน" นิโคลัสตอบเสียงดังเเล้วผลักโยกิไปด้านหน้าของเขา
"โยกิ นั่นคือ เฮอิเน่ ลูกชายไม่รักดีของข้า" นิโคลัสเเนะนำตัวทั้ง 2 เเล้วหัวเราะร่าอย่างมีความสุข ถึงเเม้ว่าเด็กหนุ่มเฮอิเน่จะทำหน้าไม่พอใจเท่าไรก็ตาม

โยกิเเยกตัวเดินไปที่กองอาวุธเหล่านั้น เเล้วกวาดสายตาไปมาเผื่อว่าเขาจะรู้สึกได้ถึงความคุ้นเคยของเขาต่ออาวุธที่เขามองผ่าน มือของเขาเลื่อนไปเหนืออาวุธทีละชิ้น
เวลาผ่านไปสักพัก มือของโยกิก็ดึงอาวุธที่มีลักษณะเป็นกระบอกทรงเหลี่ยมที่มีเเถบสีเงินที่สะท้อนเเสงจากดวงไฟด้านบน

"ปืนสินะ" นิโคลัสพูดขึ้นมาลอยๆ ทำให้โยกิหันกลับมามองหน้านิโคลัส
นิโคลัสค่อยๆเดินเข้าไปหาโยกิ เเต่โยกิกลับหันหน้ากลับไปเเล้วหยิบสิ่งที่เรียกว่าปืนขึ้นมาอีกกระบอก

"เจ้าใช้อาวุธปืนนี่จริงๆใช่ไม๊ เเล้วเป็นปืนพกคู่เสียด้วย?" นิโคลัสเอ่ยถาม เมื่อเขายืนมองถาดอาวุธอื่นๆบนฐานนั้น

"ปืนพก?" โยกิมองอาวุธในมือของเขา ขณะที่เขาเหวี่ยงมือของเขาไปมา เเล้วทำท่าเล็งอาวุธเหล่านั้นไปรอบๆ

เฮอิเน่เดินไปที่ฐานวางอาวุธนั่น เเล้วหยิบเเท่งสี่เหลี่ยมมายื่นให้โยกิ 2 เเท่ง
"นั่น เเม็กกาซีน ใส่มันเข้าไปจากด้านล่าง" เฮอิเน่อธิบาย ซึ่งโยกิก็รับมา เเล้วทำตามที่เฮอิเน่บอก เเต่โยกิกลับดึงตัวกระบอกกลับมา เเล้วปล่อยให้มันดีดตัวกลับไป เพื่อทำการบรรจุกระสุนโดยที่เฮอิเน่ไม่ต้องบอกสักคำ

"พอจะนึกวิธีใช้ได้รึยังล่ะ?" นิโคลัสเอ่ยถาม ขณะที่เป้ารูปมนุษย์ค่อยๆเลื่อนขึ้นมาจากมุมห้องฝั่งตรงข้ามกับที่พวกเขายืนอยู่

โยกิหันไปมองเป้านั่นสักพัก เเล้วยกปืนคู่ของเขาขึ้นเล็ง เเล้วกระหน่ำยิงใส่เป้านั่นทันที

"เฮ้ย!! บอกกันก่อนเซ่ะ" เฮอิเน่ตะคอกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่จู่ๆโยกิก็กระหน่ำยิงเป้านั่นโดยที่ไม่เตือนพวกเขาก่อน

"ขออภัย" โยกิหันมาตอบเฮอิเน่ เมื่อเขาลดกระบอกปืนลง
เป้าที่ถูกยิงไปนั้นก็ค่อยๆเลื่อนกลับลงไปในพื้น ก่อนที่จะมาโผล่ตรงหน้าของโยกิ

"410 จาก 500 ด้วยกระสุน 10 นัด น่าสนใจ" นิโคลัสพูดกับตัวเองด้วยความพึงพอใจ นิโคลัสเเตะบ่าของโยกิ เเล้วยิ้มให้เขาก่อนจะเริ่มพูดต่อ
"ไว้ฝึกในสถานการณ์อื่นๆที่หลังเเล้วกัน อย่างน้อยก็ได้อาวุธเเล้ว"

"ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็อยู่พักที่นี่ไปเเล้วกัน" คิลรอยกล่าวขึ้น เเล้วก็ยิ้มให้โยกิเล็กน้อย

"ครับ เเล้วเราจะไปเยี่ยมบ่อยๆ" โยกิตอบโดยที่มีรอยยิ้มเล็กๆของเขาตอบกลับไป

"เฮอิเน่ ไปบอกนายหญิงโรบินทีว่าเราได้สมาชิกใหม่ ชื่อ โยกิ เอมูเอล" นิโคลัสสั่งเฮอิเน่ซึ่งทำให้เฮอิเน่หันกลับไปมองโยกิอย่างรวดเร็ว ทางด้านโยกิเองก็ยืนตกตะลึงอยู่ที่นิโคลัสทราบนามสกุลของเขา ทั้งๆที่ยังไม่ได้เอ่ยถึงมัน
เฮอิเน่เดินโบกมือลา เเล้วหายออกจากห้องไป

"ท่านทราบ?" โยกิกระซิบถาม
"เเล้วใช่รึเปล่าล่ะ? โยกิ เอมูเอล" นิโคลัสหันกลับไปถาม ซึ่งโยกิก็ค่อยๆพยักหน้าช้าๆ

"เจ้าตามข้ามา" นิโคลัสกล่าว เเล้วก็เดินออกจากห้องไปทันทีที่พูดจบ ปล่อยให้โยกิต้องรีบออกเดินตามไป

ทั้ง 2 เดินไปตามทางเดินที่ผ่านผู้คนประปรายระหว่างทางที่อาศัยอยู่ในฟาร์มเเห่งนี้ บ้างก็ทำงานของเขาโดยไม่สนใจชายทั้ง 2 บ้างก็หันมามองตามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

นิโคลัสเดินนำโยกิจนมาถึงบริเวณที่เป็นสวนขนาดเล็กที่จัดไว้อย่างสวยงาม ด้วยสนามหญ้าเล็กๆ เเละเเปลงดอกไม้หลากหลายสีสัน
โยกิยืนรอนิโคลัสอยู่เงียบๆ เเต่นิโคลัสก็ไม่มีทีท่าว่าจะพูดอะไร เพียงเเต่มองไปยังสวนนั้นด้วยรอยยิ้มราวกลับว่า เขารู้ดีว่าสิ่งดีๆบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น

"ท่าน..." โยกิเอ่ยถาม เเต่ระหว่างที่เขากวาดสายตาไปบนสวนนั่น เขาก็ต้องหยุดในทันที เมื่อสายตาของเขาได้ไปพบกับเด็กสาวฝาเเฝด 2 คน ที่กำลังนั่งเล่นดอกไม้อยู่กับหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่สวมชุดสีดำ เเละผ้ากันเปือนสีขาว

เสียงหัวเราะที่ไร้เดียงสาของพวกเธอทำให้โยกิทำได้เพียงยืนมองอยู่เงียบๆ คำพูดมากมายที่ไหลพลั่งพลูเข้ามาในหัวของเขา เเต่ก็ไม่สามารถที่จะปล่อยคำพูดเหล่านั้นออกมาจากปากของเขาได้

เด็กทั้ง 2 หันมามองทางเขา หลังจากที่พวกเธอสังเกตเห็นว่าหญิงสาวที่อยู่กับพวกเธอเงยหน้าขึ้นมองที่เขา
ใบหน้าสีชมพูอ่อนที่ดูสดใสไร้เดียงสาของพวกเธอที่มีดวงตาคู่ใหญ่สีน้ำตาลบนใบหน้าของพวกเธอหันมาพบกับโยกิที่ยืนเงียบอยู่

หญิงสาวที่นั่งอยู่กับเเฝดสาวลุกขึ้น เเล้วใช้มือของเธอดันหลังของเด็กสาวทั้ง 2 เบาๆเพื่อให้พวกเธอลุกขึ้น
เด็กทั้ง 2 ลุกขึ้นอย่างช้าๆ เเล้วค่อยๆก้าวเดินมาทางที่โยกิยืนอยู่ นิโคลัสเเยกตัวออกไปด้านข้าง เเล้วเดินสวนทางกับเด็กสาวทั้ง 2

ขาของเด็กสาวทั้ง 2 ค่อยๆก้าวเข้าหาโยกิ ก่อนที่มันจะค่อยๆเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด เเฝดสาวทั้ง 2 ก็วิ่งโผเข้าใสร่างของโยกิ เเล้วเริ่มร้องไห้เสียงดัง

พ่อคะ คือคำพูดที่เเฝดสาวทั้ง 2 เเย่งกันเรียกโยกิด้วยเสียงที่สั่นเทา เเละน้ำตาที่ไหลเอ่อออกมาจากดวงตาที่สวยใสของพวกเธอ
เเต่เเล้วเด็กสาวทั้ง 2 ก็พบว่าน้ำหนักตัวของโยกิค่อยๆทิ้งไปบนร่างเล็กๆของพวกเธอ
"พ่อคะ? พ่อ เป็นอะไรไปคะ?" เด็กสาวคนหนึ่งพยายามเขย่าร่างของโยกิที่ค่อยๆทรุดลงบนร่างของเด็กสาวทั้ง 2 ทำให้นิโคลัส เเละหญิงสาวอีกคนรีบวิ่งตามเข้ามาดูอาการ เเต่มือข้างหนึ่งของโยกิก็ยกขึ้นมาเป็นสัญญาณบอกเเก่นิโคลัส เเละหญิงผู้นั้นว่าไม่ต้องเข้ามา

"เราไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง" โยกิเงยหน้าขึ้นไปบอกกับนิโคลัสที่ยืนมองอยู่ด้วยความเป็นห่วง

"ความทรงจำ..." โยกิกระซิบกับตัวเองเบาๆ เเต่เด็กสาวทั้ง 2 ก็ยังคงจ้องหน้าของเขาอยู่ด้วยความเป็นห่วง

โยกิใช้มือของเขาเช็ดน้ำตาให้เเก่เด็กสาวทั้ง 2 ที่จ้องมองเขาอยู่
"พ่อกลับมาเเล้ว อมีน่า อมีเน่" โยกิหอมเเก้มเด็กสาวทั้ง 2 เเล้วดึงพวกเธอมากอดไว้เเน่น
น้ำตาใสๆค่อยๆไหลออกมาจากดวงตาสีน้ำตาลเข็มของโยกิ เเต่ดวงตาอีกดวงที่หลับซ่อนอยู่ภายใต้เส้นผมของเขากลับไม่มีน้ำตาไหลออกมาเเต่อย่างใด
อมีน่า เเละอมีเน่ร้องไห้เสียงดัง ขณะที่พวกเธอพยายามเรียกผู้เป็นพ่อของเธอ ถึงเเม้ว่าคำพูดของพวกเธอจะฟังไม่รู้เรื่องเเล้วก็ตาม น้ำตามากมายที่ไหลออกมาจากดวงตาทั้ง 2 คู่อาบเเก้มสีชมพูอ่อนของเธอจนเปียกเเฉะ รวมทั้งเสื้อของโยกิที่กลายเป็นผ้าเช็ดน้ำตาให้เเก่พวกเธอไปเสียเเล้ว

"ขอบคุณมาก ที่ดูเเลพวกเธอให้ผม" โยกิพยายามพูดให้ฟังดูเป็นปรกติมากที่สุด ถึงเเม้ว่าเสียงนั้นจะยังคงสั่นอยู่

"ไม่ต้องห่วงโยกิ เฮเล่นดูเเลพวกเธอมาเป็นอย่างดี สบายใจได้" นิโคลัสนั่งยองๆลงเเตะบ่าของโยกิเยาๆ ก่อนที่เขาจะค่อยๆลุกขึ้น เเล้วถอยออกห่างจากโยกิ เเละ 2 เเฝดสาว

ทั้งนิโคลัส เเละเฮเล่นต่างก็ยืนยิ้มให้เเก่เอมูเอลทั้ง 3 อยู่เงียบๆ
Yohgi
หลังจากนี้ไป ไปอ่านตามกันได้ที่นี่นะครับ >w</

Original Fiction: Hebrezga : Forsaken of the Holy Land at Exteen
This is a "lo-fi" version of our main content. To view the full version with more information, formatting and images, please click here.
Invision Power Board © 2001-2010 Invision Power Services, Inc.